สภาพผีแดงดิ่งเหวสุดขีด! สรุป ผลบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก แมนยูไนเต็ด บุกพ่าย โคโม่ ยับเยิน 1-4 ชำแหละแท็กติกหายนะของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่สั่งลูกทีมวิ่งไล่เพรสส์ใส่ทีมระบบเทพจนกลายเป็นกรวยจราจร ยืดสถิติดาร์ก 7 นัดไม่ชนะใคร
ผมทนดู แมนยูไนเต็ด ลงเล่นในเกมล่าสุดที่ออกไปถูก โคโม่ ชำเรายับเยิน 4-1 เกือบไม่จบ เพราะมันทุเรศสายตาเกินอุเบกขาจะทัดทาน
1. อันดับแรกอยากให้ดูการจัด 11 ตัวจริงของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ก่อน โดยเริ่มจากแผงหลัง
ลิซานโดร มาร์ติเนซ กับ เอย์เดน เฮฟเว่น ถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไป ขณะที่ เลนี่ โยโร่ ติดโทษแบน แต่กุนซือปีศาจแดงไม่กล้าส่ง แฮร์รี่ อามาสส์ ลงเล่นเป็นแบ็คซ้าย แล้วเอา นุสแซร์ มัซราวี มาเป็นเซ็นเตอร์ฯ
นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไมถึงจำเป็นต้องเข็น มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ ลงตัวจริง ทั้งๆ ที่หายหน้าหายตาพลางร้างสนามไปเกือบปี
มิดฟิลด์กลางยังไม่มี ค๊อบบี้ เมนู ว่าแล้วก็ให้ อันเดรย์ ซานโต้ส เล่นคู่กับ เมสัน เมาท์ โดยให้ การ์ลอส บาเลบา เป็นตัวสำรอง แต่ไม่ลืมที่จะส่งลูกรักอย่าง ยูริ ตีเลอมันส์ ลงเล่นในตำแหน่งเบอร์ 10 พลางขยับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ขึ้นไปเป็นกองหน้าตัวปลอม
จัดเป็น 'ไลน์อัพ' ที่ท้าทายหายนะเหลือเกิน
2. เพียงการบุกครั้งแรกของ โคโม่ ก็ได้ประตูนำ 1-0 ทันที แค่ 2 นาทีเท่านั้น
เสียเร็ว และเสียง่ายจนเป็นปกติธุระ เหตุเพราะแผงหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด มันแทบไม่ต่างจากกรวยจราจร
ซ้ำร้าย คือหลังจากเสียประตูแล้ว เกมก็ยังเป็นรองแบบถูกบุกขย่มอยู่ข้างเดียว ด้วยทีมเจ้าถิ่นมีการต่อบอล และทำชิ่งที่แม่นยำกว่าเป็นไหนๆ แถมยังขยันวิ่งมากกว่าอีกตะหาก
แค่ครึ่งแรกครึ่งเดียวก็ชัดแจ้งแล้วว่าบอลคนละตีน !!!
3. พูดถึงรูปแบบการเล่นแล้วก็ขอตำหนิ ไมเคิ่ล คาร์ริค และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชว่าพวกมึงศึกษาคู่แข่งภาษาอะไรถึงประเมินศักยภาพกันไม่ได้
โคโม่ จากการทำงานของ เชส ฟาเบรกาส ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องการเล่นเป็นระบบ ด้วยทีมเวิร์ค และเพรสซิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยนักเตะระดับดาวดัง
กลับกัน พลพรรคปีศาจแดงชุดนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิ่งน้อย และอ้อยอิ่ง สนิมสร้อย
คู่แข่งมากด้วยทีมเวิร์ค ขณะตัวเองขี้เกียจวิ่ง แย่งบอลก็ไม่ค่อยเก่ง ไม่มีความพร้อมเพรียง แล้วมึงจะขึ้นไปบีบสูงพลางวิ่งไล่บอลใส่ทีมที่แก้เพรสส์เก่งหาป้ามึงเหรอครับ
แผนการที่ควรจะติดตั้งให้ลูกทีมคือการเน้นเกมรับ โดยปิดพื้นที่ให้แน่นหนามากที่สุด ก่อนหาจังหวะสวนกลับอย่างฉาบฉวย
เมื่อวางกลยุทธแบบไม่รู้เขารู้เรา สิ่งที่เกิดขึ้นคือการวิ่งไล่บอลแบบหัวซุกหัวซุน
4. จบครึ่งแรก ตามหลังแค่ประตูเดียวก็จริง แต่มันก็ต้องเห็นแล้วนะครับว่า...สู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง และควรจะตื่นรู้ด้วยว่าวิธีการเดิม มันไม่ได้ผล
ยิ่งคุณวิ่งไล่บอลแบบตัวใครตัวมันเหมือนเดิม คุณยิ่งกลายเป็นลิงชิงบอล
เกมรุกก็สะเปะสะปะ ต่างคนต่างเล่น ต่อบอลกันได้ไม่กี่จังหวะก็จะโดนตัด หรือไม่ก็จ่ายเสียกันเองง่ายๆ ส่วนเกมรับยังคงอุดมด้วยความสะเพร่า
2-0 แทนที่จะคิดได้บ้างก็ยังเหมือนเดิม คือตอนนั้นต้องยอมรับความจริงว่ามันสู้กันไม่ได้แน่ๆ แล้วยอมเล่น เพื่อให้แพ้น้อยที่สุด
เพราะผลต่างประตูได้เสีย มันจะมีผลตอนจบรอบฟุตบอลลีก
5. ไมเคิ่ล คาร์ริค และนาทีนี้ไม่ต่างจากนักโทษประหารที่รอวันขึ้นไปวางตูดบนเก้าอี้ไฟฟ้า
ผู้บริหารเฮงซวยก็จริง แต่คุณพี่เขาก็ทำตัวเองด้วย ไม่เชื่อไปถาม ยูริ ตีเลอมันส์ ดูสิ
แมนยูไนเต็ด ไม่ชนะ 7 นัดติดต่อกัน ผลงานห่วยแตกทั้งในพรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนส์ ลีก
สภาพแบบนี้ และในสถานการณ์แบบนี้ ผมไม่เคยเห็นกุนซือปีศาจแดงคนไหนรอดนะครับ
#บอบู๋