ริโอ แจ้งเกิด เวียร์ตซ์ คืนฟอร์ม! จากตามหลัง 0-2 ลิเวอร์พูล กลับมาได้อย่างไร?

ริโอ แจ้งเกิด เวียร์ตซ์ คืนฟอร์ม! จากตามหลัง 0-2 ลิเวอร์พูล กลับมาได้อย่างไร?
ริโอ เอ็นกูโมฮา กำลังทำให้ ลิเวอร์พูล ตื่นเต้นกับอนาคตของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ เกมที่เปิด แอนฟิลด์ ชนะ บียาร์เรอัล 4-3 แชมเปี้ยนส์ ลีก เอ็นกูโมฮา ทำ 2 แอสซิสต์ พร้อมสร้างสถิติใหม่ของสโมสร

อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวม ชัยชนะครั้งนี้ยังมีหลายเรื่องให้พูดถึงเหมือนกัน

ตั้งแต่แนวรับก่อความผิดพลาดที่ทำให้ตามหลัง 0-2 ตั้งแต่ 29 นาทีแรก 

การปรับเกมครึ่งหลังของ อันโดนี่ อิราโอล่า ไปจนถึงฟอร์มของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์

ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะสามนัดรวดใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ แต่รูปเกมที่เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีงานต้องทำอีกไม่น้อย

…

หลังจากลงมาเปลี่ยนเกมที่ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เอ็นกูโมฮา ได้โอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริง

และตลอด 74 นาทีที่อยู่ในสนาม เขาก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างปัญหาให้คู่แข่งมากที่สุด

สถิติของเด็กคนนี้คือ

เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ 7 จาก 8 ครั้ง มากที่สุดในสนาม 

สัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่ง 12 ครั้ง และจ่ายบอลสำเร็จ 24 จาก 28 ครั้ง

ที่สำคัญคือการทำ 2 แอสซิสต์ ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยให้ ลิเวอร์พูล กลับคืนสู่เกม

แอสซิสต์แรกเกิดขึ้นก่อนหมดครึ่งแรก เมื่อเขาเปิดบอลโด่งไปยังเสาสองให้ โรนัลด์ อเราโฮ โหม่งทำประตู

จังหวะนี้ทำให้ เอ็นกูโมฮา กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ ลิเวอร์พูล ที่ทำแอสซิสต์ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยวัย 18 ปี 52 วัน

ส่วนแอสซิสต์ที่สองในนาทีที่ 65 ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถเฉพาะตัวที่เหมือนเริ่มจับจังหวะกับการเล่นฝั่งขวาได้

เอ็นกูโมฮา หลอก เซร์จี้ การ์โดน่า แบ็กซ้าย บียาร์เรอัล ก่อนกระชากเข้าไปในเขตโทษ เลี้ยงผ่านผู้เล่นอีกสองคน แล้วจ่ายบอลให้ แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงเข้าไป

ตามข้อมูลจาก Opta เอ็นกูโมฮา เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล อายุน้อยที่สุดที่ทำ 2 แอสซิสต์ในเกมเดียว นับตั้งแต่ ไมเคิ่ล อเว่น ทำได้ในเกมพบ มิดเดิลสโบรช์ เมื่อปี 1998

สิ่งที่น่าตื่นเต้นในตัว เอ็นกูโมฮา คือความกล้าเล่

เขาพร้อมเลี้ยงจี้คู่แข่งทั้งการตัดเข้าในและกระชากออกด้านนอก มีความมั่นใจในการครองบอล และเริ่มตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายได้ดีขึ้น

แม้จะถูกใช้งานทางฝั่งขวา ซึ่งเคยมีคำถามว่าเหมาะกับเขามากแค่ไหน แต่เกมนี้แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถสร้างความอันตรายจากตำแหน่งดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดที่ต้องพัฒนา

ประตูที่สองของ บียาร์เรอัล เกิดจากจังหวะที่เขาไม่ได้วิ่งตาม การ์โดน่า ซึ่งเติมขึ้นไปทำประตู

หลังจบเกม อิราโอล่า ยอมรับว่าครึ่งแรก เอ็นกูโมฮา ยังมีปัญหาเรื่องเกมรับ แต่ทำได้ดีขึ้นมากหลังพักครึ่ง

“เขากำลังพัฒนาไปสู่การเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าเขาเพิ่งอายุ 18 ปีเท่านั้น”

นี่เป็นประเด็นสำคัญ เพราะต่อให้ เอ็นกูโมฮา มีพรสวรรค์มากแค่ไหน เขาก็ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ฟุตบอลระดับสูง

แต่จากผลงานเกมนี้ ลิเวอร์พูล คงเริ่มมองเขาเป็นตัวเลือกสำคัญในแนวรุกมากขึ้นแล้ว

อีกเรื่องที่น่าติดตามคืออนาคต

เอ็นกูโมฮา มีสัญญากับสโมสรจนถึงปี 2028 แต่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ยังไม่มีความคืบหน้า

หากเขารักษาฟอร์มแบบนี้ได้ต่อเนื่อง เรื่องสัญญาก็น่าจะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่สโมสรต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

จากตามหลัง 0-2 ลิเวอร์พูล กลับมาได้อย่างไร?

แม้สุดท้ายจะชนะ 4-3 แต่ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล เริ่มต้นเกมได้ย่ำแย่

อิราโอล่า เปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงถึง 6 ตำแหน่ง ท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่แน่นขนัด

การปรับทีมส่งผลต่อความต่อเนื่องในการเล่น โดยเฉพาะเกมรับที่มีข้อผิดพลาดตั้งแต่ช่วงต้น

เพียงนาทีแรก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็สกัดบอลผิดเหลี่ยมจนเกือบเปิดโอกาสให้ จอร์จส์ มิเคาตัดเซ่ หลุดเข้าไปทำประตู

จากนั้นไม่นาน กัปตันทีม ลิเวอร์พูล พยายามโหม่งบอลคืนให้ อลีสซง เบ็คเกอร์ แต่กะจังหวะพลาด ทำให้ มิเคาตัดเซ่ ฉวยโอกาสยิงให้ทีมเยือนขึ้นนำ

ลิเวอร์พูล ยังมีปัญหากับการรับมือบอลยาวต่อเนื่อง ทั้งจาก ฟาน ไดค์ และ เฌเรมี่ ฌักเกต์

กระทั่งนาทีที่ 29 บียาร์เรอัล หนีเป็น 2-0 จากการเติมเกมรุกของ การ์โดน่า ซึ่งใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับ

ช่วงนั้น บียาร์เรอัล มีโอกาสยิงถึง 7 ครั้งจาก 11 ครั้งแรกของการแข่งขัน 

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล กลับมาตีเสมอ 2-2 ได้ก่อนหมดครึ่งแรก จากประตูของ แม็ค อัลลิสเตอร์ และ อเราโฮ

หลังพักครึ่ง รูปเกมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ลิเวอร์พูล เพิ่มความเข้มข้นในการเพรสซิ่ง โดยเฉพาะการกดดันคู่แข่งตั้งแต่แดนบน

มีจังหวะหนึ่งในนาทีที่ 55 ที่ บียาร์เรอัล พยายามเริ่มเล่นบอลจากประตู แต่ ลิเวอร์พูล ขยับขึ้นไปประกบตัวต่อตัวอย่างดุดัน

แม้แต่ ฟาน ไดค์ ยังดันขึ้นมาจากแนวรับเพื่อตามประกบ ซานติ โกเมซานญ่า ในแดนกลาง

สุดท้ายทีมเยือนจ่ายบอลพลาด และ ลิเวอร์พูล สามารถแย่งบอลกลับมาเปิดเกมรุกได้ทันที

นอกจากนี้ การเล่นเคาน์เตอร์เพรสซิ่ง หรือการเข้ากดดันเพื่อแย่งบอลกลับทันทีหลังเสียการครองบอล ยังทำได้ดีขึ้น

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ เทรย์ นีโยนี่ มีส่วนช่วยบีบพื้นที่ ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นขยับเข้าหาบอลอย่างพร้อมเพรียง

จังหวะที่นำไปสู่ประตูที่สี่ก็เกิดจากการเพรสซิ่งในลักษณะเดียวกัน

เวียร์ตซ์ กับ โคดี้ กัคโป ขยับขึ้นไปกดดัน ก่อน คอสตาส ซิมิกาส จะอ่านเกมตัดบอลได้และจ่ายต่อให้ กัคโป เริ่มต้นการเข้าทำ

ตัวเลขหลังเกม ลิเวอร์พูลยิง 22 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง มีค่าโอกาสเป็นประตูหรือ xG อยู่ที่ 2.37

ส่วน บียาร์เรอัล ยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง และมี xG 1.58

ลิเวอร์พูล สร้างโอกาสได้มากกว่า แต่การเสียถึงสามประตูในบ้านก็เป็นเรื่องที่ อิราโอล่า ต้องกลับไปทบทวน

แม็ค อัลลิสเตอร์ กลับมาเป็นหัวใจแดนกลาง

อีกคนที่ควรได้รับคำชมมาก ๆ คือ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์

กองกลางทีมชาติอาร์เจนติน่า ทำ 2 ประตู และมีโอกาสยิงถึง 5 ครั้ง มากที่สุดในสนาม

ประตูแรกมาจากการสอดขึ้นไปโหม่งลูกเตะมุม ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล กลับเข้าสู่เกม

ส่วนอีกประตูเกิดจากการอ่านจังหวะเข้าทำและเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ก่อนรับบอลจาก เอ็นกูโมฮา แล้วยิงจ่อ ๆ

นอกเหนือจากการทำประตู แม็ค อัลลิสเตอร์ ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมเกม

เขาจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่แดนสุดท้ายของคู่แข่งได้ 14 ครั้ง และจ่ายบอลทะลุแนวรับคู่แข่งได้อีก 9 ครั้ง 

นี่คือสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องการจากกองกลางรายนี้

เขาสามารถช่วยทีมครองบอล คุมจังหวะ และสร้างโอกาสจากแดนกลางได้ ขณะเดียวกันก็พร้อมเติมขึ้นไปทำประตูเมื่อมีพื้นที่

ในวันที่เขากลับมาเล่นด้วยความมั่นใจอีกครั้ง ผลงานเกมนี้ทำให้เห็นถึงคุณภาพของ แม็ค อัลลิสเตอร์ 

…

หาก เอ็นกูโมฮา คือคนที่ได้รับเสียงปรบมือมากที่สุดคนหนึ่ง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ก็มีเหตุผลที่จะรู้สึกดีกับค่ำคืนนี้เช่นกัน

หลังเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นมาอย่างต่อเนื่อง เวียร์ตซ์ กลับมาทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 เดือน

ก่อนหน้านี้เขาเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นแล้ว

เกมพบ เบรนท์ฟอร์ด เขาสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมถึง 9 ครั้ง พร้อมทำแอสซิสต์ให้ วิคเตอร์ มูนญอซ

จากนั้นเกมนี้ เขาถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองช่วงต้นครึ่งหลัง และช่วยให้เกมรุกของ ลิเวอร์พูล มีความคล่องตัวมากขึ้น

เวียร์ตซ์ กล้าเล่น กล้าครองบอล และพยายามหาพื้นที่เพื่อเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีม

สถิติการชนะการดวลบนพื้น 7 จาก 8 ครั้ง ยังแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยม ก่อนจะจบเกมด้วยการทำประตูต่อหน้าอัฒจันทร์เดอะค็อป

สำหรับนักเตะที่ถูกคาดหวังสูงอย่าง เวียร์ตซ์ ประตูนี้อาจมีความหมายต่อความมั่นใจ

เพราะช่วงที่ผ่านมา เขายังคงแสดงความทุ่มเทและพยายามช่วยทีมอย่างต่อเนื่อง แม้ผลงานในจังหวะสุดท้ายจะยังไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

ตอนนี้เขาเริ่มมีผลงานที่จับต้องได้มากขึ้น และหากรักษาระดับการเล่นแบบนี้ต่อไป เวียร์ตซ์ จะเป็นกำลังสำคัญต่อเกมรุกของ ลิเวอร์พูล 

…

ชัยชนะเหนือ บียาร์เรอัล ทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บ 9 คะแนนเต็มจากสามนัดแรกใน แชมเปี้ยนส์ ลีก

นอกจากนี้ ยังชนะสามนัดติดต่อกันทุกรายการ และบรรยากาศภายในทีมก็ดูดีขึ้น

แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือปัญหาเกมรับ

เกมนี้ ลิเวอร์พูล เสียประตูจากความผิดพลาดในการรับมือบอลยาว และการปล่อยพื้นที่ว่างให้คู่แข่งโจมตี

โดยเฉพาะ ฟาน ไดค์ ที่มีหลายจังหวะผิดพลาดช่วงต้นเกม ซึ่งส่งผลให้ บียาร์เรอัล มีความมั่นใจมากขึ้น

แม้ทีมจะกลับมาชนะได้ แต่การตามหลัง 0-2 ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นบ่อยนัก

อิราโอล่า เองก็ยอมรับหลังเกมว่า “พวกเขาทำได้ดีกว่าเราอย่างชัดเจนในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเราเป็นฝ่ายที่เล่นได้ดีกว่ามาก”

“ตอนที่สกอร์เป็น 4-2 คุณอาจคิดว่าเกมจบแล้ว แต่คุณไม่สามารถผ่อนคลายได้”

แม้เกมรุกจะมีคุณภาพมากขึ้น แต่ทีมยังต้องรักษาสมาธิและความเข้มข้นในการเล่นให้ได้ตลอดทั้งเกม

พร้อมแค่ไหนก่อนเจอ ไบรท์ตัน?

โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านพบ ไบรท์ตัน  พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้

หากมองเรื่องสภาพร่างกาย การโรเตชั่น 6 ตำแหน่งอาจเป็นประโยชน์ต่อทีม

เพราะก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ต้องลงเล่นถึง 6 นัดภายใน 19 วัน และเกมกับ เบรนท์ฟอร์ด ผู้เล่นทั้งทีมมีระยะทางวิ่งรวมกันถึง 120 กิโลเมตร

การพักผู้เล่นตัวหลักบางคนจึงช่วยลดภาระจากโปรแกรมการแข่งขันที่ต่อเนื่อง

ขณะที่ในแง่ของความมั่นใจ ลิเวอร์พูล กำลังมีนักเตะหลายคนที่อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดี

เอ็นกูโมฮา เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างความแตกต่าง

แม็ค อัลลิสเตอร์ กลับมาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลาง

เวียร์ตซ์ เริ่มมีความมั่นใจและผลงานที่ดีขึ้น รวมถึง กัคโป และ อเราโฮ ที่ช่วยเพิ่มทางเลือก

อย่างไรก็ตาม ไบรท์ตัน เป็นคู่แข่งที่กำลังทำผลงานได้ดี และ ลิเวอร์พูล คงไม่สามารถคาดหวังว่าจะกลับมาจากการตามหลังสองประตูได้ทุกครั้ง

การเริ่มต้นเกมให้ดีกว่าเดิมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เกมกับ บียาร์เรอัล ทำให้เห็นสองด้านของ ลิเวอร์พูล ในเวลาเดียวกัน

ด้านหนึ่งคือทีมที่มีคุณภาพเกมรุกสูง มีนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมสร้างความแตกต่าง และมีผู้เล่นตัวหลักที่กำลังเรียกความมั่นใจกลับมา

อีกด้านคือทีมที่ยังมีความผิดพลาดในเกมรับ และบางช่วงยังรักษาระดับการเล่นได้ไม่สม่ำเสมอ

พัฒนาการของ ริโอ เอ็นกูโมฮา ในวัย 18 ปี เขากล้าเล่น กล้ารับผิดชอบ และสามารถสร้างความแตกต่างบนเวทีระดับแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แล้ว

แต่สิ่งที่ อิราโอล่า ต้องทำต่อจากนี้คือช่วยให้เขาพัฒนารายละเอียดการเล่นร่วมกับทีม

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ก็ต้องรักษาฟอร์มของ แม็ค อัลลิสเตอร์ และ เวียร์ตซ์ ให้ต่อเนื่อง พร้อมแก้ไขข้อผิดพลาดในแนวรับ

เกมกับ ไบรท์ตัน จะเป็นอีกบททดสอบว่าพวกเขาเรียนรู้อะไรจากค่ำคืนที่ แอนฟิลด์ บ้าง

ฮอส อลอนโซ่



ที่มาของภาพ : getty image
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport