อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือชาวสเปน มีงานให้ต้องปรับแก้กันแบบเกมต่อเกม ล่าสุด ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับงานหนักเมื่อตกเป็นรอง บียาร์เรอัล 2 ประตูจากความผิดพลาดของแนวรับ แต่หลังจากนั้นก็สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นจนสามารถไล่ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จในครึ่งแรก สำหรับครึ่งหลัง เฮดโค้ช "เอไอ" ปรับแก้เกมได้ดีเยี่ยม และทำให้ทีมเล่นเกมรุกอย่างดุดันจนสุดท้ายยิงนำห่างเป็น 4-2 น่าเสียดายที่ช่วงท้ายเกมมีการผ่อนเกมไปหน่อยทำให้โดนยิงตีตื้นเป็น 4-3 แต่ก็สามารถรักษาสกอร์ได้ และคว้าชัยชนะสำเร็จ ทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 เกมรวด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส
อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือชาวสเปน มีงานให้ต้องปรับแก้กันแบบเกมต่อเกม ล่าสุด ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับงานหนักเมื่อตกเป็นรอง บียาร์เรอัล 2 ประตู จากความผิดพลาดของแนวรับ แต่หลังจากนั้นก็สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นจนสามารถไล่ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จในครึ่งแรก
สำหรับครึ่งหลัง เฮดโค้ชปรับแก้เกมได้ดีเยี่ยม และทำให้ทีมเล่นเกมรุกอย่างดุดันจนสุดท้ายยิงนำห่างเป็น 4-2 น่าเสียดายที่ช่วงท้ายเกมมีการผ่อนเกมไปหน่อยทำให้โดนยิงตีตื้นเป็น 4-3 แต่ก็สามารถรักษาสกอร์ได้ และคว้าชัยชนะสำเร็จ ทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 เกมรวด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส
นี่เป็นการคัมแบ็กกลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดย ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในสองทีมที่ยังคว้าชัยชนะได้ทุกนัดในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยอีกทีมคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างไรก็ตาม ผลงานในเกมนี้ยังมีช่องโหว่ให้เห็นมากมาย
ทัพ "หงส์แดง" คว้าชัยชนะและกลับมาสู่เกมได้อย่างน่าประทับใจก็จริง แต่เหตุผลหลักเป็นเพราะพวกเขามีคุณภาพโดยรวมและนักเตะที่เหนือกว่า ทว่าตลอดเกมส่วนใหญ่ พวกเขากลับมักเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งในการเข้าถึงบอลและจังหวะสำคัญต่างๆ แถมช่วงท้ายเกมยังเกือบทำชัยชนะหลุดมืออีกด้วย
ประตูขึ้นนำของคู่แข่ง: เกิดขึ้นตั้งแต่ผ่านไปไม่ถึง 4 นาที เป็นความผิดพลาดของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีม ซึ่งเป็นความผิดพลาดระดับประถมที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับนักเตะที่ผ่านสมรภูมิลูกหนังอย่างโชกโชน
ประตูที่สอง: แนวรับหงส์แดงถูกเจาะทะลุอย่างง่ายดาย
ประตูที่สาม: เกิดจากความเกียจคร้านและความหละหลวมอย่างเห็นได้ชัด
แม้สุดท้าย ลิเวอร์พูล จะคว้าชัยชนะได้ แต่ถือว่าฟอร์มยังต้องพัฒนาอีกเยอะ
ริโอ เอ็นกูโมฮา ดาวรุ่งของลิเวอร์พูล ระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้ และเขาคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้แฟนบอลกลับมาส่งเสียงเชียร์กันอย่างกึกก้อง ปีกวัยรุ่นรายนี้กล้าเล่น และไม่เกรงกลัวคู่แข่ง รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นกับบุคลิกที่แข็งแกร่งเกินวัย
แม้ บียาร์เรอัล จะเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าอย่างเหนือความคาดหมายในช่วงหนึ่งของเกม แต่ เอ็นกูโมฮา ในวัย 18 ปี แสดงให้เห็นศักยภาพที่เหนือกว่าคู่แข่ง ที่สำคัญการได้ลงเล่นในเกมระดับนี้ โดยเฉพาะบนเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับเขาอย่างมหาศาล
เอ็นกูโมฮา ไม่ใช่แค่ตัวเลือกดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับการส่งลงมาเป็นตัวสำรองเหมือนในช่วงที่ อาร์เน่อ สล็อต เคยใช้งานเขาอีกต่อไป เพราะตอนนี้ปีกหนุ่มรายนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีดีพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง และ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาฝีเท้าของเขาอย่างเต็มที่
สิ่งสำคัญอันดับแรกที่สโมสรควรเร่งดำเนินการในเวลานี้: คือการเจรจาสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ เพื่อมอบรางวัลให้กับ เจ้าหนูริโอ จากผลงานอันโดดเด่น พร้อมผูกมัดอนาคตของเขาให้อยู่ในแอนฟิลด์ต่อไปในระยะยาว
ฤดูกาลนี้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักหน่วงเกินกว่าเหตุ แต่ในช่วงก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดนี้ เขาเริ่มแสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังถูกส่งลงสนามในครึ่งหลัง
เวียร์ตซ์ ดูอันตรายมากกว่าเดิมในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรป เพราะจังหวะการเล่นที่แตกต่างออกไปและมีพื้นที่ให้เล่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะมีเวลาลงสนามเพียง 45 นาที แต่ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมทิศทางของเกมให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ
บียาร์เรอัลถอยลงไปตั้งรับและเปิดพื้นที่ให้ เวียร์ตซ์ เล่นได้ทันที ซึ่งพวกเขาก็ต้องชดใช้ผลที่ตามมาอย่างรวดเร็ว จอมทัพชาวเยอรมันสามารถจ่ายบอลได้หลากหลาย และช่วยให้เพื่อนร่วมทีมมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น โดย โกดี้ คักโป เป็นคนแรกที่ได้รับประโยชน์จากการเล่นของเขา ก่อนที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จะทำได้เช่นเดียวกันในเวลาต่อมา
เวียร์ตซ์ ส่งบอลเข้าประตูได้อย่างยอดเยี่ยม และสมควรได้รับคำชื่นชมอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การที่แฟนบอลร้องเพลงเชียร์ให้เขาโดยเฉพาะ น่าจะช่วยส่งผลดีต่อเจ้าตัวอย่างมาก และทำให้เขายิ่งมั่นใจในการเล่นมากขึ้น
ต้องยอมรับว่าในช่วงต้นเกม โดยเฉพาะหลังจากเสียประตูแรก บรรยากาศที่แอนฟิลด์เงียบผิดปกติ แต่หลังจากนั้นสาวก "เดอะ ค็อป" ก็เริ่มตื่นตัว และส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม โดยมีหลายช่วงที่แฟนบอลร้องเพลงเชียร์กันอย่างกึกก้องจนสนามสั่นสะเทือน
ในช่วงแรกแฟนบอลหงส์แดงอาจจะยังช็อกเมื่อเห็นทีมรักโดนเจาะประตูไปตั้งแต่ไก่โห่ และแน่นอนว่าการที่ไม่ได้ยินเสียงสนับสนุนของสาวก "เดอะ ค็อป" มันส่งผลกระทบกับนักเตะพอสมควร และทำให้แข้ง "หงส์แดง" ไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีออกมาได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่แฟนบอลเริ่มกลับมาส่งเสียงกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักเตะ "หงส์แดง" กลับมาแสดงผลงานสุดยอดออกมาเรื่อยๆ และนำไปสู่การเดินหน้าเปิดเกมรุกอย่างหนักจนได้ประตูแบบทบต้นทบดอก
เมื่อพลังแห่งความเชื่อมั่นจากสาวก "เดอะ ค็อป" บนอัฒจันทร์ส่งมาถึงนักเตะ พวกเขาก็สามารถยกระดับเกมให้ตื่นตาตื่นใจขึ้นได้อย่างชัดเจน ทั้งสององค์ประกอบนี้จำเป็นอย่างมากที่จะนำพาสโมสรแห่งนี้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับเกมนี้คือ ลิเวอร์พูล มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงหลายตำแหน่ง เนื่องจากจำเป็นต้องหมุนเวียนนักเตะและให้ผู้เล่นบางรายได้พัก เพื่อรักษาสภาพความฟิตของขุมกำลังในช่วงที่โปรแกรมแน่นเอี๊ยด
เห็นได้ชัดว่า อันโดนี่ อิราโอล่า ต้องแบ่งสมาธิไปถึงเกมที่จะพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่ถึงอย่างนั้น ขุมกำลัง 11 ตัวจริงที่ ลิเวอร์พูล ส่งลงสนามในเกมนี้ก็มีคุณภาพมากพอที่จะเริ่มต้นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าพวกเขากลับทำไม่ได้ตามที่ควรจะเป็น
ความเฉื่อยชาในช่วงต้นเกม รวมถึงภาพรวมของการเล่นที่ดูขาดชีวิตชีวา ทำให้นึกถึงฟุตบอลที่ขาดความลงตัว ซึ่งเคยกลายเป็นภาพจำในช่วงขาลงของยุค อาร์เน่อ สล็อต
อย่างไรก็ตาม เมื่อ "เครื่องจักรสีแดง" เริ่มทำงานเข้าที่ พวกเขาก็สามารถครองเกมและกดดันคู่แข่งได้อย่างเหนือชั้น แต่ต้องยอมรับว่า บียาร์เรอัล ยังมีระดับฝีเท้าห่างชั้นจากคู่แข่งส่วนใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอยู่พอสมควร
หาก ลิเวอร์พูล ยังคงติดนิสัยออกสตาร์ตเกมได้อย่างเชื่องช้า และไม่น่าประทับใจเช่นนี้ต่อไป สุดท้ายพวกเขาอาจต้องเจอกับบทลงโทษอย่างหนักจากคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าเดิม