เทรย์ ไนโอนี กำลังโต! 4 สิ่ง อิราโอล่า ต้องทำเพื่อยกระดับดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล

เทรย์ ไนโอนี กำลังโต! 4 สิ่ง อิราโอล่า ต้องทำเพื่อยกระดับดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล
เทรย์ ไนโอนี กำลังพิสูจน์ตัวเองกับ ลิเวอร์พูล หลังยิงประตูแรกในอาชีพและได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่อง ถึงเวลาที่ อันโดนี่ อิราโอล่า ต้องกำหนดบทบาทให้ชัด เพื่อดึงศักยภาพของกองกลางวัย 19 ปีออกมาให้เต็มที่

เทรย์ ไนโอนี กำลังเปลี่ยนสถานะจากดาวรุ่งที่รอโอกาสข้างสนาม สู่การเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ อันโดนี่ อิราโอล่า สามารถไว้วางใจได้ในแดนกลางของ ลิเวอร์พูล

กองกลางวัย 19 ปีเพิ่งทำประตูแรกในอาชีพค้าแข้ง ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ เฟเนร์บาห์เช่ 2-3 พร้อมอยู่ในสนามจนถึงนาทีที่ 85

ประตูดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการอ่านสถานการณ์และหาพื้นที่เข้าทำ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือภาพรวมตลอดเกม เมื่อ ไนโอนี แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับการสร้างเกมของ ลิเวอร์พูล ได้มากกว่าการเป็นเพียงตัวสำรองสำหรับหมุนเวียนทีม

ก่อนเดินทางไปตุรกี ไนโอนี ลงสนามไปแล้ว 513 นาทีในฤดูกาลนี้ มากกว่าตลอดฤดูกาลก่อนที่ได้เล่นรวม 237 นาที และยังได้รับโอกาสออกสตาร์ตในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในเกมพบ อาร์เซน่อล

ดังนั้น คำถามต่อจากนี้อาจไม่ใช่ว่า ไนโอนี ดีพอสำหรับ ลิเวอร์พูล หรือไม่ แต่คือ อิราโอล่า จะวางบทบาทของดาวรุ่งรายนี้อย่างไร เพื่อให้พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ

1. กำหนดบทบาทให้ ไนโอนี ชัดเจน

อาการบาดเจ็บบริเวณส้นเท้าของ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ช่วยเพิ่มโอกาสลงสนามให้ ไนโอนี แต่พัฒนาการของเขาไม่ได้เพิ่งเริ่มขึ้นจากการหายไปของกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์

อิราโอล่า ให้โอกาสและติดตามพัฒนาการของเขามาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการทางร่างกายของการลงแข่งขันทุก 3-4 วัน

สิ่งที่ ไนโอนี ต้องการในเวลานี้จึงไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งตัวจริงทุกนัด แต่คือ บทบาทที่ชัดเจนทุกครั้งที่ลงสนาม

ไม่ว่าจะได้เล่น 25 หรือ 80 นาที เขาควรรู้ว่าต้องขยับไปรับบอลตรงไหน ใครจะคอยปิดพื้นที่เมื่อเติมเกมขึ้นหน้า และต้องกลับมารับผิดชอบพื้นที่ใดเมื่อ ลิเวอร์พูล เสียการครองบอล

ความชัดเจนเหล่านี้จะช่วยให้ดาวรุ่งเล่นด้วยสัญชาตญาณของตัวเองได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะต้องทำหน้าที่อะไรในแต่ละสถานการณ์

2. ใช้จุดเด่นเรื่องการรับบอลและเชื่อมเกม

เกมกับ เฟเนร์บาห์เช่ ไนโอนี พยายามจ่ายบอลถึง 96 ครั้ง สะท้อนว่าเขามีส่วนร่วมกับการครองบอลของ ลิเวอร์พูล มากเพียงใด

จุดเด่นของเขาคือการขยับหาพื้นที่รับบอลจากแนวลึกและช่วยเชื่อมเกม แต่สิ่งที่ต้องพัฒนาต่อคือการเปลี่ยนจำนวนครั้งในการสัมผัสบอลให้สร้างผลกระทบต่อเกมมากขึ้น

หากลงเล่นคู่กับ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ทั้งสองคนไม่ควรยืนอยู่ในระดับเดียวกันตลอด เพราะคู่แข่งสามารถปิดช่องจ่ายบอลได้ง่าย

ทางออกคือการยืนเหลื่อมกัน คนหนึ่งลงมารับบอลจากแนวรับ ขณะที่อีกคนขยับไปอยู่หลังแนวเพรสซิ่งของคู่แข่ง เพื่อสร้างทางเลือกในการพาบอลผ่านแดนกลาง

ไนโอนี จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงคนรับบอลแล้วจ่ายคืนอย่างปลอดภัย แต่สามารถรับบอล ดึงคู่แข่งเข้าหาตัว ก่อนเคลื่อนที่ไปหาพื้นที่ใหม่เพื่อรับบอลอีกครั้ง และช่วยให้ ลิเวอร์พูล เล่นผ่านแรงกดดันได้ดีขึ้น

3. ให้เติมเกมรุกตามจังหวะ ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นเบอร์ 10

ประตูแรกของ ไนโอนี กับ ลิเวอร์พูล เกิดจากจังหวะเก็บบอลสองหลังลูกเปิดเข้าไปหา เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

สิ่งที่น่าสนใจคือการอ่านสถานการณ์ของเขา ไนโอนี มองเห็นว่าบอลมีโอกาสตกเข้ามาในพื้นที่อันตราย และขยับตัวเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่สามารถจบสกอร์ได้

นี่คือคุณสมบัติที่ ลิเวอร์พูล สามารถนำมาใช้ โดยไม่จำเป็นต้องผลักเขาขึ้นไปเล่นเป็นกองกลางตัวรุกเต็มตัว

เมื่อทีมครองบอลบริเวณริมเส้นและมีผู้เล่นในแนวรุกดึงความสนใจของกองหลัง การเติมขึ้นมาช้ากว่าจังหวะแรกของ ไนโอนี สามารถกลายเป็นอาวุธ เพราะเป็นการเคลื่อนที่ที่ฝ่ายรับจับทางได้ยาก

แต่หากสถานการณ์ยังไม่แน่นอน การเติมขึ้นหน้าพร้อมกันอาจทำให้ ลิเวอร์พูล ขาดผู้เล่นคอยเชื่อมเกมและป้องกันการสวนกลับ

อิราโอล่า จึงควรให้อิสระกับ ไนโอนี แต่ต้องกำหนดหลักการให้ชัดว่า จังหวะไหนควรไป และจังหวะไหนควรอยู่

4. พัฒนาเกมรับด้วยการอ่านช่องจ่ายบอล

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ ไนโอนี สามารถพัฒนาได้คือเกมรับ แต่เขาไม่จำเป็นต้องกลายเป็นกองกลางประเภทไล่ปะทะหรือแย่งบอลทุกจังหวะ

สิ่งสำคัญกว่าคือการอ่านเกมและปิดช่องทางจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่ตรงกลาง

เมื่อเพื่อนร่วมทีมขยับเข้าเพรสผู้เล่นที่ครองบอล ไนโอนี ควรอ่านว่าคู่แข่งต้องการจ่ายบอลต่อไปหาใคร และขยับปิดเส้นทางนั้น แทนที่จะวิ่งเข้าไปกดดันบอลพร้อมกับเพื่อน

เกมที่อิสตันบูลแสดงให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล ยังมีรายละเอียดในเกมรับที่ต้องปรับปรุง หลังขึ้นนำสองครั้งแต่สุดท้ายกลับแพ้ 2-3

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของทั้งทีม ไม่ใช่สิ่งที่ควรโยนภาระให้กองกลางวัย 19 ปีรับผิดชอบเพียงคนเดียว

สิ่งที่ ไนโอนี ทำได้คือเรียนรู้หน้าที่ของตัวเองให้แม่นยำ ทั้งการปิดช่องจ่ายบอล การตอบสนองต่อผู้เล่นคนถัดไป และการกลับเข้าสู่ตำแหน่งทันทีเมื่อคู่แข่งสามารถเล่นผ่านแนวเพรสซิ่งได้

ถึงเวลา ลิเวอร์พูล วางเส้นทางให้ เทรย์ ไนโอนี

การกลับมาของ กราเฟนแบร์ก ย่อมทำให้การแข่งขันในแดนกลางของ ลิเวอร์พูล เข้มข้นขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าโอกาสของ ไนโอนี ต้องหายไป

ในทางตรงกันข้าม มันช่วยให้ อิราโอล่า สามารถเลือกจับคู่กองกลางที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน พร้อมบริหารภาระการลงสนามของนักเตะในช่วงโปรแกรมแข่งขันที่หนาแน่น

เทรย์ ไนโอนี แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถรับบอลจากแนวลึก เชื่อมเกม และมีสัญชาตญาณในการเติมเข้าสู่พื้นที่อันตราย

ขั้นตอนต่อไปจึงไม่ใช่การรับประกันตำแหน่งตัวจริง แต่คือการมอบบทบาทที่ชัดเจนและต่อเนื่องให้เขา

หาก อิราโอล่า สามารถกำหนดหน้าที่และสร้างระบบที่ดึงจุดแข็งเหล่านั้นออกมาได้อย่างเหมาะสม ลิเวอร์พูล อาจไม่ได้มีเพียงดาวรุ่งที่น่าจับตามอง แต่กำลังได้กองกลางที่พร้อมเติบโตขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญของทีมอย่างแท้จริง



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport