ผลบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกล่าสุด: บอ.บู๋ จัดหนักชำแหละหลังเกม ลิเวอร์พูล บุกพ่าย เฟเนบาห์เช่ 3-2 เสียท่าให้นักเตะคุ้นหน้าพรีเมียร์ลีก ทั้ง เอแดร์ซอน, ก็องเต้, กรีนวู๊ด และกุนซือ เดิร์ค เค๊าต์ เปิด 3 ความผิดพลาดแผงหลัง พร้อมแซะมาตรฐานกรรมการจังหวะฟาวล์ในเขตโทษ
ลิเวอร์พูล บุกไปเยือน เฟเนบาห์เช่ ที่ ตุรกี แล้วนำก่อนถึง 2 ครั้ง 2 ครา แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ ด้วยสกอร์ 3-2 ซะอย่างนั้น
และต่อไปคือสิ่งที่เด็กหงส์แบบเฉพาะกิจอย่างผมอยากจะบอก
1. การกะซวกชัยในถ้วยใหญ่ยุโรปมา 3 เกมติดต่อกัน โดยสะสมได้ 9 แต้ม น่าจะอนุญาตให้ อันโดนี่ อิราโอล่า ทำการ 'โรเตชั่น' ทีมหลายตำแหน่ง
โจ โกเมซ ได้ลงเล่นเป็นแบ็คขวาแทน โรนัลด์ อเราโฮ่ ขณะที่ คอสตาส ซิมิกาส ก็ได้ลงเล่นเป็นแบ็คซ้ายบ้าง
ดอม โซโบ้ สวมบทผู้เล่นหมายเลข 10 แทน โฟลเรียน เวี๊ยร์ตซ์ พลางขยับ บรั๊ดเล่ย์ บาร์กโกล่า ไปเป็นหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย บิคตอร์ มูนญอซ กับ ริโอ เอ็นกูโมอา
2. ทีนี้มาดูฝั่งเจ้าของบ้านบ้าง 11 ตัวจริง หลายคนเคยเป็นผู้เล่นที่ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก
ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูอย่าง เอแดร์ซอน, แบ็คขวาอย่าง เนลสัน เซเมนโด้, กองกลางอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และมัตเตโอ เกนโดซี่ และกองหน้าที่มีทั้ง เมสัน กรีนวู๊ด กับ โรเมลู ลูกากู
แถมกุนซือของพวกเขาก็มิใช่ใครที่ไหน
เดิร์ค เค๊าต์ อดีตดาวเตะหงส์แดงผู้นี้นี่เอง
3. มาดแม้นจะไม่ใช่ชุดใหญ่แบบเต็มอัตราศึก แต่ชื่อชั้นของ ลิเวอร์พูล ก็ยังเหนือกว่า
ว่าแล้วก็ครองบอลบุกพลางหาจังหวะถล่มตาข่ายได้มากกว่า ก่อนที่เจ้าหนู เทรย์ นีโอนี่ ที่ตอนนี้ยึดตำแหน่งตัวจริงในแดนกลางจะยิงให้ทีมเยือนออกนำ 1-0
ทว่านำได้แค่ 4 นาทีก็ถูกตีเสมอ
ตอนขึ้นนำเป็น 2-1 ก็เช่นกันที่มีอายุแค่ 4 นาที แล้วถูกตีเสมอ
เท่านั้นไม่พอยังมาถูก เฟเนบาห์เช่ ยิงแซงเป็น 3-2 ทั้งๆ ที่รูปเกมของตัวเองเหนือกว่าทั้งเกมแท้ๆ
4. ทั้ง 3 ประตูที่ ลิเวอร์พูล เสีย ล้วนมาจากความผิดพลาดของตัวเอง
ประตูแรก เฌเรมี่ ฌัคเก้ต์ ที่ยืนเป็นกำแพงดัน 'แตกแถว' จนลูกฟรีคิกพุ่งมาแฉลบเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่าย
ประตูที่ 2 โคดี้ คักโป โหม่งสกัดไม่ดีกลายเป็นแอสซิสต์ให้คู่แข่งยิงเข้าไปแบบง่ายๆ
และประตูที่ 3 อาร์ชี่ บราวน์ แบ็คซ้ายของเจ้าถิ่นเปิดจากฝั่งขวามาไม่ค่อยดีนะครับ คือเปิดโด่งแบบจุดพลุ บอลลอยบนอากาศนาน แต่ผู้เล่นหงส์แดง 3 คน กลับปล่อยให้คู่แข่งเพียงคนเดียวขึ้นโขกดื้อๆ
5. การทดลองเอา บรั๊ดเล่ย์ บาร์กโกล่า ไปสวมบทเป็นหัวหอก มันไม่ค่อยเวิร์คสักเท่าไหร่
ลิเวอร์พูล บุกมากกว่า โดยตลอดทั้งเกมมีโอกาสทำประตูสูงถึง 22 ครั้ง ก็จริง
ปัญหาคือมันดันมี 'ปริมาณ' มากกว่า 'คุณภาพ' แถมยังขยันจ่ายบอลเสียมากเกินไปในพื้นที่สุดท้ายจนแทบไม่ได้สร้างความกดดันให้คู่แข่งมากนัก
แม้แต่ตอนส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง อเล็กซานเดอร์ อีซัค, โคดี้ คักโป และโฟลเรียน เวี๊ยร์ตซ์ ลงมาแล้วก็ตาม
ในทางตรงกันข้าม เกมรุกของ เฟเนบาห์เช่ ที่อาศัยจังหวะฉาบฉวย และดูกระโดกกระเดกกลับสร้างปัญหาให้พวก 'เดอะ ค๊อป' ได้มากกว่าซะอย่างนั้น
เอาน่า...พวกพรี่ๆ เพิ่งสะดุดเป็นเกมแรกในแชมเปี้ยนส์ ลีก และยังอยู่หัวตาราง
ไม่เห็นมีอะไรต้องกังวลเลย จริงๆ นะ
โบนัส แทร็ค: จังหวะที่ เมสัน กรีนวู๊ด หลุดเข้าไปแล้วถูก คอสตาส ซิมิกาส เอามือผลักจนเสียหลักล้มในเขตโทษ ผมนึกถึงจังหวะที่ อเล็กซานเดอร์ อีซัค ถูกกองหลังของ อาร์เซน่อล ดึงเสื้อจนโหม่งไม่ถึงแล้วไม่ได้จุดโทษเลย
พวกพรี่ๆ คิดเห็นเหมือนกันไหมครับ ???
#บอบู๋