เปิดรายละเอียดผลโหวตรางวัล B.O.A.T. ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เวอร์ชั่นปี 2008 คว้าอันดับ 1 เหนือ ลิโอเนล เมสซี่ ท่ามกลางข้อถกเถียง หลังระบบเปิดให้แฟนบอลจ่าย 1 ยูโรต่อครั้งและลงคะแนนได้ไม่จำกัดจำนวน
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลายเป็นผู้ชนะการโหวตรางวัล B.O.A.T. (Ballon d'Or of All Time) จากผลงานเวอร์ชั่นปี 2008 เหนือ ลิโอเนล เมสซี่ แต่ผลคะแนนดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียง เมื่อมีการเปิดเผยรายละเอียดว่าระบบเปิดให้แฟนบอลสามารถลงคะแนนให้ผู้เล่นคนโปรดได้มากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 1 ยูโร (ประมาณ 39 บาท)
โรนัลโด้ ในเวอร์ชั่นปี 2008 ได้รับคะแนนโหวตเป็นอันดับ 1 จากผลงานอันโดดเด่นสมัยค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขณะที่ เมสซี่ ซึ่งถูกนำมาเปรียบเทียบจากผลงานในช่วงที่ทำ 91 ประตูภายในปีเดียว จบในอันดับ 2
โรนัลโด้ 2008 พา แมนยู ผงาดอังกฤษ-ยุโรป
ฤดูกาล 2007/08 ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่สุดในอาชีพของ โรนัลโด้ ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 23 ปี และเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสทำไป 42 ประตูจากทุกรายการ พร้อมมีบทบาทสำคัญในการนำ “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนที่เจ้าตัวจะคว้ารางวัลบัลลงดอร์ในปี 2008
อย่างไรก็ตาม หลังผลโหวต B.O.A.T. ปรากฏออกมา สิ่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ตัวผู้ชนะคือ รูปแบบการลงคะแนนของรางวัล
จ่าย 1 ยูโร โหวตได้ไม่จำกัดครั้ง
ระบบดังกล่าวเปิดให้แฟนบอลลงคะแนนได้มากกว่าหนึ่งครั้ง โดยการโหวตแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่าย 1 ยูโร และไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งสูงสุดที่แต่ละคนสามารถลงคะแนนได้
จากข้อมูลที่เปิดเผยเกี่ยวกับกลุ่มผู้ลงคะแนนให้ โรนัลโด้ พบว่า
แฟนบอล 44 คน ลงคะแนนคนละ 10-26 ครั้ง
แฟนบอล 300 คน ลงคะแนนคนละ 5-9 ครั้ง
แฟนบอล 4,665 คน ลงคะแนนคนละ 2-4 ครั้ง
ข้อมูลดังกล่าวหมายความว่า คะแนนรวมที่ผู้เล่นแต่ละคนได้รับไม่จำเป็นต้องเท่ากับจำนวนแฟนบอลที่เลือกผู้เล่นคนนั้นแบบหนึ่งคนต่อหนึ่งเสียง เนื่องจากผู้สนับสนุนคนเดียวสามารถลงคะแนนซ้ำได้หลายครั้งหากยอมจ่ายเงินเพิ่ม
ผลโหวต B.O.A.T. ถูกตั้งคำถามเรื่องระบบลงคะแนน
รูปแบบดังกล่าวจึงนำไปสู่ข้อถกเถียงเกี่ยวกับการตีความผลโหวต เพราะคะแนนที่ออกมาไม่ได้สะท้อนเฉพาะจำนวนผู้สนับสนุนแต่ละคนเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่แฟนบอลแต่ละรายตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อลงคะแนนด้วย
ดังนั้น ประเด็นสำคัญของผลโหวตครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า โรนัลโด้ ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 เหนือ เมสซี่ เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงระบบการลงคะแนนแบบเสียเงินและสามารถโหวตซ้ำได้ไม่จำกัด ซึ่งกลายเป็นที่มาของข้อถกเถียงถึงวิธีประเมินความนิยมจากผลคะแนนดังกล่าว