แมนยูหัวจะปวด! เปิด 13 เกมที่ เชชโก้ ชวดบู๊พร้อมตัวเลือกทดแทน

แมนยูหัวจะปวด! เปิด 13 เกมที่ เชชโก้ ชวดบู๊พร้อมตัวเลือกทดแทน
แมนยูหมดสิทธิ์ใช้งาน เบนยามิน เชชโก้ อย่างน้อยจนถึงเดือนมกราคม 2027 หลังเจ็บหน้าแข้งเรื้อรัง พลาดลงสนามเพิ่มอย่างน้อย 13 นัด กระทบแผนของไมเคิ่ล คาร์ริค

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอข่าวร้ายครั้งใหญ่ หลัง เบนยามิน เชชโก้ กองหน้าทีมชาติสโลวีเนีย ถูกประเมินว่าจะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้งต่อไปจนถึงอย่างน้อยเดือนมกราคม 2027 ส่งผลให้เจ้าตัวหมดสิทธิ์ลงสนามตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026

ผลการตรวจทางการแพทย์และการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า เชชโก้ มีอาการบาดเจ็บจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณหน้าแข้ง โดยทีมแพทย์ของสโมสรระบุชัดเจนว่าไม่ใช่อาการหน้าแข้งอักเสบจากการใช้งานหนัก หรือที่เรียกว่า ชิน สปลินต์ส แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำจากการปะทะในช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา

แนวทางการรักษาจะเน้นการพักและฟื้นฟูร่างกายอย่างระมัดระวัง แทนการเร่งผ่าตัด เพื่อให้กระดูกฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ ทำให้กองหน้าวัย 23 ปีจะยังไม่สามารถกลับมาฟิตเต็มร้อยก่อนเข้าสู่ปีใหม่เป็นอย่างน้อย

เชชโก้ ไม่ได้ลงสนามให้ทัพ "ปีศาจแดง" มาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา และคาดว่าจะพลาดช่วยทีมเพิ่มอีกอย่างน้อย 13 นัด ส่งผลให้ช่วงเวลาที่เจ้าตัวต้องพักยาวครั้งนี้มีจำนวนเกมที่พลาดลงเล่นรวมกันมากกว่า 20 นัดในทุกรายการ

โปรแกรมที่ แมนฯ ยูไนต็ด จะไม่มี เชชโก้ ลงสนาม

31 ต.ค. 69 เชลซี (เยือน)

3 พ.ย. 69 โรม่า (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ ลีก

8 พ.ย. 69 แอสตัน วิลล่า (เหย้า)

22 พ.ย. 69 ลิเวอร์พูล (เยือน)

25 พ.ย. 69 สปอร์ติ้ง ลิสบอน (เยือน) แชมเปี้ยนส์ ลีก

29 พ.ย. 69 เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า)

2 ธ.ค. 69 นิวคาสเซิ่ล (เยือน)

5 ธ.ค. 69 โคเวนทรี (เหย้า)

8 ธ.ค. 69 แอร์เบ ไลป์ซิก (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ ลีก

13 ธ.ค. 69 คริสตัล พาเลซ (เยือน)

20 ธ.ค. 69 อาร์เซน่อล (เยือน)

27 ธ.ค. 69 ฟอเรสต์ (เหย้า)

30 ธ.ค. 69 ซันเดอร์แลนด์ (เหย้า)

การขาดหายไปของ เชชโก้ สร้างปัญหาให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค อย่างมาก เนื่องจากทีมขาดกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติที่เป็นตัวเลือกหลัก ทำให้กุนซือผีแดงต้องพิจารณาทางเลือกในการจัดแนวรุก ทั้งการใช้นักเตะที่เล่นผิดตำแหน่ง การให้โอกาสผู้เล่นสำรอง หรือรอเสริมทัพในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม

ช่วงที่ผ่านมา คาร์ริค เลือกใช้ผู้เล่นที่ไม่ได้ถนัดตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าโดยธรรมชาติเข้ามาทดแทน แต่ยังไม่มีใครทำผลงานได้โดดเด่นอย่างแท้จริง

มาเตอุส คุนญ่า ปกติเล่นในตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้าย แต่ถูกขยับเข้ามายืนเป็นกองหน้าตัวกลาง แม้จะทำงานหนักและช่วยทีมได้ แต่ยังไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าประเภทพักบอลหรือเล่นลูกกลางอากาศ

ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในดาวซัลโวสูงสุดร่วมของทีมกับ เชชโก้ เมื่อฤดูกาลก่อน ถูกจับมายืนตรงกลางทั้งที่ถนัดตำแหน่งริมเส้น โดย แอนดี้ มิตเท่น กูรูฟุตบอล มองว่าการปรับผู้เล่นริมเส้นให้กลายเป็นกองหน้าตัวเป้าต้องใช้เวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ ยูไนเต็ด แทบไม่มีให้ในสถานการณ์ปัจจุบัน

มาร์คัส แรชฟอร์ด และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ต่างเคยถูกทดลองให้เล่นในบทบาทตัวรุกตรงกลางหรือกองหน้าตัวหลอก แต่ทั้งคู่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งทางร่างกายแบบกองหน้าหมายเลข 9 ตามธรรมชาติ

โจชัว เซิร์กซี เป็นกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติระดับทีมชุดใหญ่เพียงคนอื่นที่เหลืออยู่ในทีม อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวดัตช์หลุดจากแผนการทำทีมของ คาร์ริค ไปแล้ว โดยทำได้เพียง 10 ประตูจากการลงสนามรวม 83 นัดให้สโมสร

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ คาร์ริค ต้องหาทางออกให้แนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ไม่มี เชชโก้ และอาจต้องพิจารณาทางเลือกเพิ่มเติมเมื่อถึงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport