"ปีศาจแดง" แมนยูไนเต็ด ผลงานตกต่ำถึงขีดสุด หลังเปิดบ้านแพ้ บอร์นมัธ 0-3 โดนยิงยับตั้งแต่ครึ่งแรก กลายเป็นผลงานฤดูกาลใหม่น่าหดหู่ที่สุด
อาการของ 'ปีศาจแดง' ยังโคม่า ล่าสุดถูก บอร์นมัธ บุกถล่ม 3-0 ที่โรงละครสัตว์แห่งความฝัน และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. ไลน์อัพ 11 ตัวจริงที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค จัดลงมา มันสะท้อนถึงหายนะ ตั้งแต่ก่อนลงสนาม
บรูโน่ แฟร์นันด์ส ถูกทำโทษ ด้วยการวางตูดบนม้านั่งสำรอง เช่นเดียวกับ มาเตอุส คุนญ่า
แผงหลังเอา เอย์เดน เฮฟเว่น มาเป็นเซ็นเตอร์ฯ คู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์
ส่วน ยูริ ตีเลอมันส์ ยังได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งผู้เล่นเบอร์ 10
ตัวรุกด้านข้างที่ประกอบด้วย เมสัน เมาท์ กับ อาหมัด มันจะไปทำอะไรได่ ขณะที่เกมรับพร้อมเสียประตูตลอดเวลา
2. แล้วก็ไม่มีอะไรเกินกว่าที่คาด
แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเจ้าบ้านแท้ๆ แต่บุกไม่ขึ้น กะอีแค่เอาบอลขึ้นไปให้เกินครึ่งสนามยังลำบากยากเย็น
แค่ 8 นาทีแรก เสียเตะมุมถึง 3 ครั้ง โดยไม่มีอะไรเหนือกว่าผู้มาเยือนเลยสักนิดเดียว
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะพลาดเมื่อไหร่เท่านั้นเอง
3. ประตูแรกมีต้นเหตุมาจากการจ่ายบอลพลาดง่ายๆ ของ เอย์เดน เฮฟเว่น แล้วโดนตัดจนตัวเองต้องตามแก้ด้วยการทำฟาวล์อย่างรุนแรงในพื้นที่อันตราย
จากลูกเปิดฟรีคิกของ บอร์นมัธ ก็ป้องกันได้หละหลวม ปล่อยให้คู่แข่งพุ่งเข้ายิงแบบสบายๆ ไร้ตัวประกบ
ถัดมาไม่กี่นาที เลนี่ โยโร่ ก็เสียหลักล้มดื้อๆ หรือเรียกอีกอย่างว่า 'ลื่น' นั่นแหละ สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-0 ตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรก
เรียนตามตรงว่าโคตรน่าอนาถ
4. ครึ่งหลังมีการปรับหมาก และวิธีการเล่น เพื่อทวงประตูคืน
ด้วยการปรับระบบเป็น 'หลังสาม' แล้วส่งตัวที่มีทีเด็ดอย่าง มาเตอุส คุนญ่า ลงมาแทนนักเตะลูกรักของผู้จัดการทีม
พลพรรคปีศาจแดงเร่งเกมรุกอย่างรวดเร็วมากขึ้น ประกอบกับคู่แข่งถอยไปเล่นแบบรักษาสกอร์
ทว่าเกมรุกก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ แถมยังถูกสวนกลับมายิงอีกดอกเป็นการตอกตะปูฝาโลง
5. ก่อนเกม ไมเคิ่ล คาร์ริค ให้เหตุผลในการตัด บรูโน่ แฟร์นันด์ส ออกจากตำแหน่งตัวจริงว่าเป็นเรื่องของฟุตบอล หรือฟอร์มการเล่นที่ตกลงไป
จนแล้วจนรอดก็ไม่ถูกส่งลงสนามอันชัดเจนว่ามันไม่ใช่เรื่องของฟุตบอลแน่นอน
ถ้าคาใจเรื่องที่ไอ้หนวดมันให้สัมภาษณ์จริงๆ ก็ตัดออกจากทีมไปเลยหมดเรื่อง ไม่ใช่มาเป็นตัวสำรองแล้วไม่ยอมใช้งาน ทั้งๆ ที่มันอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องใช้
นับแต่ผมอุทิศวิญญาณให้ปีศาจแดง นี่คือการเปิดตัวในฤดูกาลใหม่ที่ห่วยแตก และน่าหดหู่ที่สุด
ไมเคิ่ล คาร์ริค ย่อมถูกสังเวย 100% แบบไม่มีทางรอด ว่าแล้วก็ขอย้ำคำเดิม คือต่อให้เอา 'เทวดา' มาเป็นกุนซือคนใหม่ มันก็ไม่มีอะไรเจริญขึ้นมากนักหรอก ตราบใดที่สโมสรแห่งนี้ยังมีเจ้าของทีม และผู้บริหารเฮงซวย
#บอบู๋