ไม่อดทนอีกต่อไป! ไมเคิล คาร์ริค เฮดโค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงเปิดหน้าชนกระแสวิจารณ์แบบหมดเปลือก หลังสถานการณ์ในทีมระอุจากฟอร์มไม่ชนะใคร 7 นัดติด โดยตอกกลับเสียงวิจารณ์เรื่อง "วิ่งไม่พอ" อย่างดุเดือด พร้อมยืนยันว่าเก้าอี้กุนซือผีแดงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใครมอง และยังได้รับกำลังใจชั้นดีจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อีกด้วย
สถานการณ์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ระอุเป็นไฟ ไมเคิล คาร์ริค นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดใจตอบโต้กระแสวิจารณ์ดุเดือดผ่านสื่อแบบไม่มีกั๊ก หลังทีมเผชิญมรสุมฟอร์มรูดไม่ชนะใคร 7 นัดติดทุกรายการ ล่าสุดบุกพ่าย โคโม่ 1-4 ในศึก UCL แถมเจอแรงกดดันจากบทสัมภาษณ์ของลูกทีมซีเนียร์อย่าง ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส
คาร์ริค ปฏิเสธความคิดที่ว่าเก้าอี้กุนซือแมนยูไนเต็ด เป็นงานที่ "บริหารไม่ได้อีกต่อไป" ด้วยคำว่า "ไม่" คำเดียวสั้นๆ เขากลับมองต่างออกไป สิ่งที่ทำให้คาร์ริคของขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แรงกดดันเรื่องเก้าอี้กุนซือ แต่เป็น "ความเข้าใจผิดๆ" ของบรรดากูรูและแฟนบอลบางกลุ่มที่ชอบหยิบเอาคำว่า "วิ่งไม่พอ" หรือ "ไม่ยอมไล่เพรส" มาโจมตีทีม โดยเจ้าตัวระบายความรู้สึกหลังเกมบุกไปพ่ายโคโม่ 1-4 ในศึกแชมเปียนส์ลีกด้วยความหงุดหงิดว่า...
"คุณต้องระวังให้ดีเวลาเอาแต่พูดคำว่า 'ไม่วิ่ง' ... คำว่าเพรสซิ่งจริงๆ มันคืออะไร? คุณทำไปเพื่ออะไร? ทำตามจุดแข็งของทีม หรือทำเพื่อปิดจุดอ่อนตรงไหนหรือเปล่า? คำนี้มันถูกเอาออกมาใช้อย่างฉุ่ยๆ คุณไม่จำเป็นต้องไล่เพรสเพื่อชนะทุกนัดเสมอไป บางนัดก็ต้องทำ บางนัดก็ไม่ สถิติการวิ่งอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวตัดสินผลการแข่งขัน ฟุตบอลมันมีอะไรมากกว่านั้น"
นอกจากประเด็นเรื่องแท็กติกแล้ว คาร์ริคยังเผยให้เห็นเบื้องหลังกำลังใจสำคัญว่า เขานั้นไม่ได้โดดเดี่ยวยังคงได้รับคำปรึกษาและสายตรงจากคนสำคัญของสโมสรอย่างบรมกุนซือผู้สร้างตำนานอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพื่อนสนิทที่คอยพูดคุยให้กำลังใจอยู่เสมอ
"ผมคุยกับทั้งคู่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะผมสนิทกับทั้งสองคน สัปดาห์นี้ก็เหมือนสัปดาห์อื่นๆนั่นแหละ"
คาร์ริค ทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่าเขายังคงเชื่อมั่นในตัวลูกทีมเต็มร้อย และพร้อมที่จะพาทีมกู้วิกฤตคืนฟอร์มเก่งให้ได้ในเกมนัดถัดไป
"ผมเชื่อใจพวกเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ วันอาทิตย์นี้พวกเราจะเป็นทีมที่เปลี่ยนไปจากเดิม เราจำเป็นต้องเป็นแบบนั้น"
ศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม แมนยู พบ บอร์นมัธ ถือเป็นแมตช์ชี้ชะตาและกู้ศรัทธาครั้งสำคัญของ คาร์ริค อย่างแท้จริง