คำถามหลังเกม ลิเวอร์พูล แพ้ แมนซิตี้ มีอยู่สองเรื่อง ไรอัน กราเฟนแบร์ก สมควรได้รับใบแดงหรือไม่ และ ลิเวอร์พูล รับมือกับแท็กติกของ แมนซิตี้ ได้ดีแค่ไหน?
45 นาทีแรกค่อนข้างอึดอัด ทั้ง ลิเวอร์พูล กับ แมนซิตี้ มีจังหวะเข้าทำไม่มากนัก ก่อนที่ "หงส์แดง"จะเริ่มมีโอกาสมากขึ้นหลังพักครึ่ง
กราเฟนแบร์ก มีบทบาทสำคัญตรงแดนกลาง ทั้งการครองบอล การหมุนตัวหนีคู่แข่ง และพาบอลขึ้นหน้า
ต้นครึ่งหลังเขายังมีโอกาสยิงไกลสองครั้ง จน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ต้องออกแรงป้องกัน
อย่างไรก็ตาม กองกลางดัตช์ได้รับใบเหลืองแรกจากจังหวะฟาวล์ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ก่อนถูกแจกใบเหลืองที่สองจากการเข้าปะทะกับ เฌเรมี่ โดกู หลังผ่านหนึ่งชั่วโมงแรก
ทั้งสองจังหวะไม่ได้เป็นการเข้าปะทะที่รุนแรงนัก โดยเฉพาะใบเหลืองแรกที่ดูเป็นการลงโทษค่อนข้างหนัก
แต่จังหวะที่สอง กราเฟนแบร์ก เองก็ควรถูกตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องเสี่ยงเข้าปะทะ โดกู ซึ่งกำลังเร่งพาบอลขึ้นหน้าหรือไม่ ทั้งที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว
เมื่อผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ แจกใบเหลืองที่สอง ลิเวอร์พูล ก็เหลือผู้เล่นสิบคนทันที
สามนาทีต่อมา เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงให้ แมนซิตี้ ขึ้นนำ ก่อนที่ โดกู และ ไรยัน แชร์กี จะทำคนละประตู
ลิเวอร์พูล ยังอยู่ในเกมก่อนใบแดงเกิดขึ้น และเบียดเสียดสีกับผู้มาเยือน แต่การเสียผู้เล่นหนึ่งคนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ใบแดงจะมีผลอย่างมากก็จริง แต่ แมนซิตี้ ก็สร้างปัญหาให้แนวรับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ก่อนหน้านั้น
เอ็นโซ่ มาเรสก้า ใช้การเคลื่อนที่แบบ Underlap หรือการวิ่งสอดเข้าไปในพื้นที่ด้านในของผู้เล่นริมเส้น
ช่วงแรก นิโก้ โอไรลี่ย์ เป็นคนทำหน้าที่ดังกล่าวทางฝั่งซ้าย แล้ว ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ถูกส่งลงมารับบทบาทเดียวกัน
การเคลื่อนที่ลักษณะนี้ทำให้แนวรับ ลิเวอร์พูล ต้องตัดสินใจว่าจะตามผู้เล่นที่วิ่งเข้าไปด้านใน หรือออกไปปิดพื้นที่ของ โดกู ที่ยืนอยู่ริมเส้น
เมื่อมีผู้เล่นวิ่งสอดเข้าไปด้านใน โดกู จึงมีพื้นที่สำหรับลากบอลตัดเข้าหาประตูมากขึ้น
จังหวะประตูแรก โอไรลี่ย์ วิ่งเข้าไปใกล้กรอบหกหลา บอลจาก โดกู กระดอนมาเข้าทาง ฮาลันด์ ซ้ำเข้าไป
ลูกสองเป็นจังหวะที่ โดกู ปั่นบอลเสียบมุมบนอย่างสวยงาม โดยการเคลื่อนที่ของ กวาร์ดิโอล มีส่วนดึงความสนใจของ เทรย์ นีโยนี่ ออกจากพื้นที่ที่ โดกู ต้องการเล่นงาน
ส่วนประตูที่สาม กวาร์ดิโอล เข้ามามีส่วนร่วมตรงพื้นที่ด้านในอีกครั้ง แล้วสะกิดบอลให้ แชร์กี หมุนตัวและจบสกอร์แบบเหนือ ๆ
ทั้งสามประตูแสดงให้เห็นว่า แมนซิตี้ ใช้การเคลื่อนที่ของผู้เล่นสร้างพื้นที่ในเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเหลือผู้เล่นสิบคนยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล รับมือกับรูปแบบนี้ยากขึ้น
แล้ว คริส คาวานาห์ ตัดสินด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือไม่?
นอกจากความผิดพลาดของ กราเฟนแบร์ก ยังมีอีกประเด็นที่แฟน ลิเวอร์พูล ตั้งคำถาม
นั่นคือ เหตุใดจังหวะฟาวล์บางครั้งจึงได้รับใบเหลือง ขณะที่บางจังหวะกลับไม่มีการลงโทษในระดับเดียวกัน
ตัวอย่างคือจังหวะที่ มาร์ค เกอี ดึง ลูอิส คูมาส รวมถึงจังหวะที่ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ดึง กราเฟนแบร์ก แต่ไม่มีใบเหลืองเกิดขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับสองจังหวะที่ กราเฟนแบร์ก ถูกลงโทษ จึงเกิดคำถามถึงมาตรฐานการตัดสินของ คาวานาห์
ชื่อของผู้ตัดสินรายนี้ถูกพูดถึงเพราะเขาเกิดที่ แอชตัน-อันเดอร์-ไลน์ ในเขตเกรเทอร์แมนเชสเตอร์
คาวานาห์ เคยได้รับมอบหมายให้ตัดสินเกมที่ แมนซิตี้ ลงแข่งขันมาแล้ว รวมถึงเกมพบ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023
เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่า ผู้ตัดสินที่เกิดในพื้นที่เดียวกับสโมสรสามารถลงทำหน้าที่ในเกมของทีมนั้นได้อย่างไร
ตามหลักเกณฑ์ของ Pro Ref (PGMOL เก่า) หรือองค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพ อังกฤษ ถิ่นกำเนิดไม่ได้ทำให้ผู้ตัดสินหมดสิทธิ์ลงทำหน้าที่โดยอัตโนมัติ
Pro Ref พิจารณาประสบการณ์ ฟอร์มการตัดสิน ความถี่ในการทำหน้าที่กับแต่ละสโมสร และภารกิจระดับนานาชาติ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน
ผู้ตัดสินต้องเปิดเผยสโมสรที่ตนเองและครอบครัวสนับสนุน ตลอดจนความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อาจเกี่ยวข้องกับสโมสร
ดังนั้น การเกิดในเกรเทอร์แมนเชสเตอร์เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถใช้สรุปว่า คาวานาห์ มีความลำเอียงต่อ ลิเวอร์พูล หรือเข้าข้าง แมนซิตี้
อย่างไรก็ตาม คาวานาห์ เคยมีคำตัดสินที่ถูกวิจารณ์ในเกมของ แมนซิตี้ มาก่อน
หนึ่งในนั้นคือเกมพบ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเขาทำหน้าที่ VAR จังหวะที่ โรดรี้ ใช้มือสัมผัสบอลในเขตโทษ แต่ไม่มีการเรียกผู้ตัดสินในสนามไปตรวจสอบภาพที่จอ
แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันในเวลานั้น แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
แฟนบอลลิเวอร์พูล บางส่วนยังนำจังหวะนั้นมาพูดถึง เพราะเกิดขึ้นระหว่างฤดูกาลที่ทีมกำลังแย่งแชมป์กับ แมนซิตี้
ถึงกระนั้น คำตัดสินที่ถูกวิจารณ์ในอดีตก็ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ตัดสินมีอคติต่อสโมสรใด
…
ความพ่ายแพ้ 0-3 ทำให้ ลิเวอร์พูล เสียสถิติไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า และหล่นมาอยู่อันดับ 9
ส่วน แมนซิตี้ ชนะรวดทั้งหกนัด พร้อมรักษาระยะห่างจาก อาร์เซน่อล ทีมอันดับสองไว้ที่สามคะแนน
สำหรับ ลิเวอร์พูล เกมนี้มีเรื่องต้องกลับไปแก้ไข ทั้งการตัดสินใจเข้าปะทะของผู้เล่นที่มีใบเหลืองติดตัว และการรับมือกับผู้เล่นคู่แข่งที่วิ่งสอดเข้าไปในพื้นที่ด้านใน
ส่วนเรื่องการตัดสิน คำถามควรอยู่ที่มาตรฐานของ คริส คาวานาห์ มากกว่าถิ่นกำเนิดของเขา
เพราะจังหวะของ กราเฟนแบร์ก สามารถถูกตั้งคำถามได้ เช่นเดียวกับจังหวะฟาวล์อื่นที่แฟนบอลมองว่าควรได้รับการลงโทษ
ลิเวอร์พูล แพ้ไปแล้ว และการเหลือผู้เล่นสิบคนมีส่วนสำคัญต่อผลการแข่งขัน
แต่ก็ต้องยอมรับว่า แมนซิตี้ ใช้ความได้เปรียบได้ดี และมีรูปแบบเกมรุกที่สร้างปัญหาให้แนวรับ ลิเวอร์พูล จริง ๆ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ลิเวอร์พูล ต้องรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ส่วนคำตัดสินที่ยังมีข้อสงสัย ก็ควรได้รับคำอธิบายจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบกันต่อไป
#hossalonso #ฮอสอลอนโซ่