โดนแกล้งตรงไหน! เจาะ 5 ข้อหา 114 กระทง แผลเป็น แมนซิตี้ โดนเช็กบิล ยุค 2009-18

โดนแกล้งตรงไหน! เจาะ 5 ข้อหา 114 กระทง แผลเป็น แมนซิตี้ โดนเช็กบิล ยุค 2009-18
วิเคราะห์คดีแมนฯ ซิตี้ สไตล์บอบู๋! จัดหนักทีมสีฟ้าใช้เงินอาบูดาบีเสกความสำเร็จ แซวมุกขอคืนแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยให้แมนยู และอีก 1 สมัยให้ลิเวอร์พูล

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…

1. ในคืนที่ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตาที่บ้านเรา บรรดาสรรพสื่อเมืองหลวงลูกหนังรายงานว่า แมนซิตี้ มีความผิดจริงในข้อหาทางการเงินโดยสื่อใหญ่อย่าง BBC อ้างแหล่งข่าวว่าผิดถึง 114 ข้อหา จากทั้งหมด 115 ข้อหา

สื่ออย่าง The Athletic รายงานว่าบทลงโทษยังไม่ประกาศออกมา แต่ทางพรีเมียร์ลีก ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

ส่วนทางสโมสรเรือใบสีฟ้าก็ไม่ขอแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด โดยแถลงเพียงว่า "กระบวนการของพรีเมียร์ ลีก ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่ต้องทำให้ลุล่วง และเป็นความลับอย่างเคร่งครัด"

สรุป ณ ตอนนี้ สื่อรายงานว่าคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และมีคำตัดสินแล้วให้รอบทลงโทษ

หากผิดจริง และมีบทลงโทษอะไรบ้าง ก็จะเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์ต่อไป 

แน่นอนว่าเรื่องยังไม่จบง่ายๆ

2. ความผิดของ แมนซิตี้ เกิดขึ้นในช่วงระหว่างฤดูกาล 2009-10 จนถึง 2017-18 แบ่งเป็น 5 ข้อหา แต่ข้อหาละหลายกระทง

ข้อหาที่ 1 คือไม่ยอมรายงานข้อมูลการเงินให้โปร่งใส รวม 54 กระทง

ข้อหาที่ 2 คือเดินบัญชีเรื่องการซื้อขายนักเตะ และค่าชดเชยผู้จัดการทีมแบบผิดกฎ รวม 14 กระทง

ข้อหาที่ 3 คือเรื่องผิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ และผิดกฎใบอนุญาตสโมสรของยูฟ่า รวม 5 กระทง

ข้อหาที่ 4 คือละเมิดกฎการเงินเก่าพรีเมียร์ลีก ช่วงฤดูกาล 2015-16 จนถึง 2017-18 รวม 7 กระทง

และข้อหาที่ 5 คือความผิดโทษฐานไม่ยอมให้ความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีกในการตรวจสอบ รวม 35 กระทง

จะเห็นว่าไอ้ที่ข้อกล่าวหาเยอะเป็นพิเศษ เพราะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ยอมให้ความร่วมมือในการสืบสวนมาตลอด

ช่วง 8 ปีหลังสุด พวกเขาเดินบัญชีตามปกติ ซื้อง่าย ขายคล่อง แถมได้ไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างสม่ำเสมอ จึงไม่นับว่าเป็นปัญหา

3. ย้อนกลับไปในปี 2020 แมนซิตี้ เคยโดน ยูฟ่า ประกาศลงโทษแบนออกจากเวทียุโรปเป็นเวลา 2 ฤดูกาล และปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร

แต่ทีมกฎหมายของ 'เดอะ ซิติเซ่นส์' ยื่นอุทธรณ์กับศาลกีฬาโลก ก่อนรอดพ้นจากการโดนแบน เพราะคดีหมดอายุความไปก่อน แถมหลักฐานที่ยูฟ่าใช้เอาผิดก็ได้มาโดยมิชอบ เพราะมาจากแฮ็กเกอร์

สุดท้ายโทษที่พวกเขาได้รับก็แค่โดนปรับเงินเพียง 10 ล้านยูโรเท่านั้น และยังได้ลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อไป

4. ณ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าแมนซิตี้ จะโดนลงโทษอย่างไร

รายงานข่าวกล่าวว่า บทลงโทษนั้นเป็นไปได้ทั้ง ปรับเงิน, ตัดแต้ม, ปรับตกชั้น และถูกขับออกนอกลีก รวมถึงอาจถูกยึดแชมป์ระหว่างซีซั่น 2009-10 จนถึง 2017-18 ทั้งหมด

แต่ แมนซิตี้ ยังมีสิทธิ์อุทธรณ์ ซึ่งทางทีม 'ทนายปีศาจ' ของทีมเรือใบสีฟ้าขึ้นชื่อเรื่องกฎหมายอยู่แล้ว

5. จริงๆ เรื่องที่ แมนซิตี้ เอาเปรียบชาวบ้าน สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่แล้ว

เพราะขณะที่ทีมอื่นเขาดำเนินธุรกิจด้วยผลประกอบการของตัวเอง

ทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์ใช้ความมั่งคั่งของพวกราชันแห่งทะเลทราย อาบูดาบี ตอนท่านชีคเข้ามาเทคโอเวอร์ ต่อจาก 'พี่โทนี่' แมนซิตี้ ก็ไม่ใช่ทีมยอดนิยม ยังไม่ประสบความสำเร็จ ฐานแฟนบอลต่ำ ผู้ชมในบ้านยังไม่เคยเต็มความจุเลยด้วยซ้ำ

ทว่าพวกเขาใช้ความร่ำรวยจากเจ้าของทีมคว้าตัวผู้เล่นระดับดาวดังพลางจ่ายค่าเหนื่อยแบบเกินตัว

'รายจ่าย' ย่อมมากกว่า 'รายรับ' อยู่แล้ว

แบบนี้มันก็ไม่แฟร์กับทีมอื่นที่ดำเนินธุรกิจตามผลประกอบการอย่างถูกต้อง

คิดง่ายๆ ว่าถ้าไม่มีเจ้าของเป็นโคตรมหาเศรษฐีที่เอาเงินส่วนตัวมาเล่นแร่แปรธาติ

แมนซิตี้ คงไม่มีทางประสบความสำเร็จแบบนี้แน่นอน

ฉะนั้น & ฉะนี้

ไม่ว่าบทลงโทษจะออกมาอย่างไร

แมนซิตี้ ควรถูกยึดแชมป์ในระหว่างปี 2009-2018 เพราะได้มาด้วยการเอาเปรียบชาวบ้าน

แมนยูไนเต็ด จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเพิ่มขึ้นอีก 2 สมัย ในฤดูกาล 2011-12 และ 2017-18 ที่จบด้วยอันดับ 2 ของตาราง 

เช่นเดียวกันกับ ลิเวอร์พูล ที่จะได้แชมป์ในฤดูกาล 2013-14

แต่เอาจริงคงยากที่จะตัดสินแค่เรื่องยึดแชมป์ เพราะมันมีผลต่อทีมที่ตกชั้นอีก

แฟนทีมเรือใบค่อยๆ อ่าน และทำความเข้าใจนะครับ เพราะที่ผมเห็นในโลกโซเชี่ยล แฟนบอลจำนวนหนึ่งเหมือนจะไม่เข้าใจ ไม่ยอมเข้าใจ

และคิดว่าทีมตัวเองโดนกลั่นแกล้ง !!!

#บอบู๋



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : บอ.บู๋
บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport