อันโดนี่ อิราโอล่า มีโอกาสได้ทำงานช่วงปรีซีซั่น รวมถึงคุมทีมลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการมาแล้ว 7 นัดในทุกรายการ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลเริ่มมองเห็นภาพว่า สิ่งต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรภายใต้การคุมทีมของเขา และจนถึงตอนนี้ก็มีหลายเรื่องที่ได้เรียนรู้จากการทำงานของกุนซือชาวสเปนรายนี้
ทัพ "หงส์แดง" ยังไม่แพ้ใครในทุกรายการ แต่สถิติดังกล่าวอาจไม่ได้สะท้อนภาพทั้งหมดของทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมยังติดๆ ขัดๆ ไม่ได้โดดเด่นอย่างที่คาดหวังเอาไว้
แน่นอนว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่สาวก "เดอะ ค็อป" จะได้เห็นเพิ่มเติมจากเฮดโค้ชและบรรดาลูกทีมของเขา แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ นี่คือ 15 เรื่องที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ อิราโอล่า จากผลงานและการทำงานของเขา
1. ไม่ไว้วางใจ กราเฟนแบร์ก
ไรอัน กราเฟนแบร์ก ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมเปิดฤดูกาล แต่หลังจากนั้นเขาได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองถึง 5 นัด และมีโอกาสออกสตาร์ตใน 11 ตัวจริงอีกเพียงครั้งเดียว
ด้วยลักษณะการเล่นที่มักเติมเกมรุกขึ้นไปข้างหน้า รวมถึงไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบเกมรับมากนัก ทำให้ กุนซือ "เอไอ" แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาชื่นชอบกองกลางรายอื่นมากกว่า โดยเห็นได้จากเกมที่บุกเยือน บอร์นมัธ ซึ่งกุนซือชาวสเปนเลือกส่ง เทรย์ นีโอนี่ ลงสนามก่อน "กราฟ" ซึ่งเจ้าตัวจะถูกส่งลงมาเล่นในบทบาทที่เน้นเกมรุกมากขึ้น
กราเฟนแบร์ก ยังมีหลายสิ่งที่ต้องพิสูจน์ หากต้องการกลับมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมอีกครั้ง
2. มอง แม็ค อัลลิสเตอร์ เป็นผู้เล่นหมายเลข 6
ในทางกลับกัน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กลับได้รับความไว้วางใจเพิ่มขึ้นอย่างมากภายใต้การคุมทีมของ อิราโอล่า โดย กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความดุดัน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของกุนซือชาวสเปนที่เน้นเรื่องพละกำลังและความเข้มข้นในการเล่น
"แม็คก้า" ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง 5 จาก 7 เกมของ ลิเวอร์พูล โดยเกมเปิดฤดูกาลเขาถูกจำกัดเวลาลงสนาม เนื่องจากกลับมาร่วมทีมช้ากว่ากำหนด และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะกลับมาอยู่ในฟอร์มที่สดใหม่อีกครั้ง แม้จะผ่านฤดูกาล 2025/26 ที่ต้องลงเล่นอย่างหนักทั้งกับสโมสรและทีมชาติ
3. พร้อมไว้วางใจดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล
หลังจาก อาร์เน่อ สล็อต ถูกวิจารณ์เรื่องการไม่เปิดโอกาสและไม่เลือกใช้งานผู้เล่นจากอะคาเดมี่ของสโมสร อิราโอล่า ก็แสดงให้เห็นตั้งแต่ช่วงต้นของการทำงานว่าเขาพร้อมผลักดัน ลูอิส คูมาส และ เทรย์ นีโอนี ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่
เขามักกล่าวชื่นชมดาวรุ่งทั้งสอง รวมถึงผู้เล่นคนอื่นๆ และแสดงให้เห็นถึงความต้องการและความเต็มใจที่จะเปิดโอกาสให้กับบรรดาแข้งดาวรุ่งของสโมสร การได้รับความไว้วางใจเช่นนี้ยังส่งผลเชิงบวกต่อระบบอะคาเดมี่โดยรวมอีกด้วย
4. ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ ลิเวอร์พูล จะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้ ลิเวอร์พูล จะยังไม่แพ้ใคร แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เพราะในความเป็นจริงแล้วกลับไม่ใช่เช่นนั้นเลย
อิราโอล่า เข้ามารับช่วงต่อกับทีมที่มีความไม่สมดุล และเขาจำเป็นต้องใช้เวลาในการค้นหาสูตรที่ลงตัว เพื่อสร้างความสม่ำเสมอทั้งในเรื่องผลงานและฟอร์มการเล่น ซึ่งจะทำให้แฟนบอลลุกขึ้นปรบมือด้วยความตื่นเต้น แทนที่จะปล่อยให้ความสนใจค่อยๆ ลดลงระหว่างเกม
5. ชอบหมุนเวียน 4 ตัวริมเส้นเกมรุก
ยกเว้น โกดี้ คักโป ที่ได้ออกสตาร์ตตัวจริง 5 จาก 6 เกมที่เขาพร้อมลงสนามแล้ว บิคตอร์ มูนญอซ, ริโอ เอ็นกูโมฮา และ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ต่างถูกสลับหมุนเวียนเข้าและออกจากทีมอย่างต่อเนื่อง
วิธีดังกล่าวช่วยให้นักเตะเหล่านี้มีความสดใหม่อยู่เสมอ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ตัวเลือกสำหรับสร้างอิทธิพลจากม้านั่งสำรองในแต่ละเกมเปลี่ยนไปด้วย เนื่องจากกุนซือชาวสเปนเคยพูดอย่างชัดเจนว่า เขาต้องการเห็นแนวรุกของทีมทุ่มเทจนหมดแรงเสียก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออก
6. ไม่มอง ฟริมปง เป็นตัวจริง
หลังจาก เจเรมี่ ฟริมปง ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงใน 2 เกมแรกของฤดูกาล เขาก็ถูกดร็อปและเปิดทางให้ โรนัลด์ อเราโฮ ลงทำหน้าที่แทน แม้ตำแหน่งถนัดของ ดาวเตะชาวอุรุกวัย คือเซนเตอร์แบ็ก แต่เขากลับเหมาะสมกับบทบาทแบ็กขวามากกว่า
ฟริมปง ถูกปล่อยให้นั่งเป็นตัวสำรองโดยไม่ได้ถูกส่งลงสนามถึง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขายังไม่ได้รับความไว้วางใจจาก อิราโอล่า และจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนความคิดของเฮดโค้ช
7. การออกสตาร์ตเกมช้ายังคงน่ากังวล
ปัญหานี้เกิดขึ้นกับ ลิเวอร์พูล มาหลายปีแล้ว และตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด โดยทีมเสียประตูแรกไปแล้ว 3 ครั้ง และไม่สามารถทำประตูได้ในครึ่งแรกถึง 4 เกม
การเริ่มต้นเกมอย่างเชื่องช้าทำให้คู่แข่งมีโอกาสกดดัน และ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องหาวิธีเปลี่ยนจังหวะการเล่นให้พร้อมตั้งแต่วินาทีแรกที่เสียงนกหวีดดังขึ้น ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของจิ๊กซอว์ที่ อิราโอล่า ยังไม่สามารถค้นพบคำตอบได้
8. ไว้วางใจ อเราโฮ ในตำแหน่งแบ็กขวา
โรนัลด์ อเราโฮ ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ในตำแหน่งแบ็กขวาในเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 285 นาที และตลอดช่วงเวลาดังกล่าวทีมยังไม่เสียประตูเลย
เฮดโค้ช "เอไอ" แสดงให้เห็นทันทีว่าเขาชื่นชอบฝีเท้าของกองหลังวัย 27 ปีรายนี้ ซึ่งมีความสามารถตามธรรมชาติในการเล่นเกมรับ ขณะเดียวกันก็สามารถพาบอลเติมขึ้นไปในแดนหน้าได้ดี ดังที่เห็นจากจังหวะแอสซิสต์ในเกมพบ แอตเลติโก มาดริด
เขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ คอเนอร์ แบรดลีย์ ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ และตอนนี้ อเราโฮ ก็แซงหน้า ฟริมปง ไปอย่างชัดเจน ดูแล้วสถานการณ์นี้คงไม่เปลี่ยนแปลง เว้นแต่เขาจะมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถลงสนามได้
9. เปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อหยุดข่าวหลุดเรื่อง 11 ตัวจริง
ก่อนหน้านี้แฟนบอลคุ้นเคยกับการเห็นรายชื่อ 11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล หลุดออกมาบนโซเชียลมีเดียก่อนที่สโมสรจะประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เรื่องดังกล่าวแทบไม่เกิดขึ้นอีกแล้วในฤดูกาลนี้
สาเหตุเป็นเพราะ อิราโอล่า เพิ่งเปิดเผยรายชื่อทีมให้บรรดานักเตะทราบก่อนเกมเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากยุคของ อาร์เน่อ สล็อต ที่มักประกาศรายชื่อทีมล่วงหน้าหนึ่งวัน ทำให้มีเวลาเพียงพอสำหรับข้อมูลจะรั่วไหลออกมา
10. ยังแก้ปัญหา เวียร์ตซ์ ไม่ได้
จริงๆ แล้วผลงานของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่โดดเด่นเปรี้ยงปร้างสมกับค่าตัวที่ทีมลงทุนซื้อมา และในซีซั่นนี้ดูเหมือนว่าเขากำลังขาดความมั่นใจ และต้องการจุดเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน ซึ่ง อิราโอล่า กำลังพยายามช่วยให้เขากลับมา
เวียร์ตซ์ ถูกคว้าตัวมาด้วยจุดเด่นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยม ดังนั้นเขาจำเป็นต้องมีบทบาทที่ชัดเจน รวมถึงมีเป้าหมายในการเล่นที่ได้รับการสนับสนุนจากกองกลางที่อยู่ด้านหลังให้มากกว่านี้
11. ต้องการแนวรับที่ลงตัวและต่อเนื่อง
เรื่องนี้อาจอยู่นอกเหนือการควบคุมของเฮดโค้ช หากมีเหตุผลบางอย่างที่เขาไม่สามารถจัดการได้ แต่จนถึงตอนนี้ อิราโอล่า แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการรักษาแนวรับชุดเดิมให้มีความต่อเนื่องมากที่สุด
ในเกมลีก 3 นัดหลังสุด อเราโฮ, เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ต่างออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ขณะที่ มิลอช เคอร์เคซ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 2 นัด และถูกส่งลงสนามในช่วงพักครึ่งในแมตช์พบ ฟูแล่ม
การเล่นร่วมกันอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความมั่นคง ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่ ลิเวอร์พูล ต้องการอย่างมากในเวลานี้
12. ความมั่นคงในเกมรับต้องมาก่อน
ด้วยเหตุนี้ โครงสร้างเกมรับจึงถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เห็นได้จาก ลิเวอร์พูล สามารถเก็บคลีนชีตในเกมลีกได้ 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
การเริ่มต้นสร้างทีมจากแนวรับช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับ ลิเวอร์พูล ไม่ว่ารูปเกมจะออกมาน่าอึดอัดเพียงใดก็ตาม
หวังว่าความไหลลื่นในแดนกลางและเกมรุกจะตามมาในเร็ว ๆ นี้ แต่คงไม่สามารถโต้แย้งได้ว่า การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับทีมจากแนวรับควรเป็นสิ่งที่ต้องมาก่อน
13. การเพรสซิ่งและความเข้มข้นตลอดเกมยังต้องใช้เวลา
บางช่วงบางจังหวะอาจทำให้แฟนบอล "หงส์แดง" เผลอคิดไปว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะระดับความเข้มข้นในการเล่นตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกมยังไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก
พลังงานในการเล่น รูปแบบการเพรสซิ่ง และจังหวะในการเริ่มกดดันคู่แข่ง ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนากันต่อไป แต่ทุกอย่างน่าจะค่อยๆ ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามธรรมชาติ เมื่อนักเตะในทีมปรับตัวเข้ากับความต้องการของ อิราโอล่า ได้มากขึ้น
14. เปลี่ยนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสถานการณ์
อิราโอล่า มีค่าเฉลี่ยเปลี่ยนตัวระหว่าง 4-5 คนต่อเกม โดยให้ความสำคัญอย่างมากกับการสลับเปลี่ยนผู้เล่นริมเส้นเกมรุกตั้งแต่ช่วงนาทีที่ 60 เป็นต้นไป
การเปลี่ยนตัวของเขาส่วนใหญ่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลและทำได้ถูกจังหวะ และด้วยจำนวนเกมที่ต้องบริหารจัดการมากกว่าที่เขาเคยเจอในหนึ่งฤดูกาล การจัดการขุมกำลังจะเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จที่ อิราโอล่า หวังจะนำมาสู่ทีม
15. ชอบชื่นชมมากกว่าวิจารณ์
เป็นเรื่องเรียบง่าย แต่ก็สร้างความรู้สึกที่ดีอย่างมาก โดย อิราโอล่า ไม่เคยลดทอนความพยายามของนักเตะ แต่เลือกให้คำแนะนำในเชิงสร้างสรรค์ หรืออธิบายอย่างชัดเจนถึงเหตุผลว่าทำไมนักเตะบางคนจึงไม่เหมาะกับทีม หรือทำไมถึงถูกส่งออกไปแบบยืมตัว เป็นต้น ดังนั้นทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ จะเห็นได้ว่าเขาใช้คำพูดที่น่าประทับใจมากกว่าการพูดจาโผงผาง