บริหารโง่ๆวงจรนรกเดิม! วิเคราะห์ แมนยู ยุคถาวรพังกว่ายุคขัดตาทัพ

บริหารโง่ๆวงจรนรกเดิม! วิเคราะห์ แมนยู ยุคถาวรพังกว่ายุคขัดตาทัพ
วิกฤตโอลด์ แทรฟฟอร์ด! ไมเคิ่ล คาร์ริค สภาพไม่ต่างจาก Dead Man Walking หลังพา แมนยูไนเต็ด พ่าย 3 จาก 6 นัดแรก จวกแหลกบอร์ดบริหารไม่ต่อยอดเสริมทัพ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า...

1. แมนยูไนเต็ด จากการทำงานของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ลงเล่นในฤดูกาลนี้ (ทุกรายการ) ไปแล้ว 6 นัด

ผลปรากฏว่าพ่ายแพ้ไปแล้ว 3 นัด ต่อทีมน้องใหม่ที่เป็นเต็งหนึ่งตกชั้น แพ้คู่แข่งที่เหลือ 10 คนในบ้าน และถูก ไบรท์ตัน บุกมาเขี่ยตกรอบ คาราบาว คัพ ทั้งที่ออกนำก่อน 2-0

ส่วนชัยชนะ 2 นัด ก็มีต่อทีมอย่าง อิปสวิช กับ ซาบาห์ 555555

2. ว่าแล้วมันก็ต้องย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องการเสริมทัพของไอ้พวกผู้บริหารเฮงซวยอีกครั้ง

แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คือแทนที่จะช่วยเหลือกุนซือที่อ่อนพรรษา ด้วยการติดอาวุธให้ครบมือ เพื่อเพิ่มขนาดทีมให้ใหญ่และยาวมากขึ้นพลางยกระดับทีมให้สูงขึ้น พวกแม่งกลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อนซะอย่างนั้น

ต่อเมื่อนั่งเบียดกับความตกต่ำ มันก็เข้าอีหรอบเดิม คือโยนความผิดให้ผู้จัดการทีม ก่อนปลดเขาออกจากตำแหน่ง โดยยอมเสียเงินชดเชยแล้วก็หากุนซือใหม่มากอบกู้สถานการณ์

ส่วนพวกมันก็นั่งเกาหำไป และบริหารทีมแบบโง่ๆ ต่อไป 555

3. ฤดูกาลที่แล้ว 'พี่ไมค์' คุมทีมแบบขัดตาทัพในศึกพรีเมียร์ลีกรายการเดียว 17 นัด แพ้เพียงแค่ 2 นัด เท่านั้น 

ฤดูกาลนี้คุมทีมแบบถาวรไปแล้ว 6 นัด แต่แพ้ไปถึง 3 นัด พร้อมปัญหาสารพัน

เกมรับยังคงเป็นจุดอ่อน และแสดงความผิดพลาดออกมาทุกนัด โดยเสียประตู 5 จาก 6 นัด รวม 10 ประตู และนั่นหมายความว่าต่อนัด แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องเสียแน่ๆ เกือบ 2 ประตู !!

ดังฉะนั้น ถ้าจะเอาชนะคู่แข่งก็ต้องยิงให้ได้อย่างน้อยนัดละ 3 ประตู ทว่ารูปแบบเกมรุกก็คือรอจังหวะ 'เปลี่ยนผ่าน' เหมือนเดิม ซึ่งชาวบ้านเขารู้กันหมดแล้ว และเตรียมทางแก้ไว้แล้ว ยกตัวอย่าง แมนฯ ซิตี้ ที่ไม่ยอมบุกแบบผลีผลามตั้งแต่แรก

แถมทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีซก็หายไปพร้อม กาเซมิโร่

4. นอกจากนี้ยามตกอยู่ในสภาวะคับขัน ไมเคิ่ล คาร์ริค ทั้งตัดสินใจเปลี่ยนตัวเชื่องช้า เปลี่ยนตัวแปลกๆ และไม่มีความกล้าได้กล้าเสีย ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรจะเสีย

เกมล่าสุดก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าทีมชุด 2 ที่จัดลงไป มันสู้ ไบรท์ตัน ไม่ได้ แถมออกอาการกระท่อนกระแท่น แทนที่จะรีบส่งนักเตะตัวหลักที่นั่งหน้าสลอนบนม้านั่งสำรองลงมาเลยกลับทำเหมือนคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว

เซ็นเตอร์แบ็คไม่ไหวก็ยังปล่อยเอาไว้

เท่านั้นไม่พอ ตอนที่กำลังรอเปลี่ยนตัว แล้วดันถูกตีเสมอเป็น 2-2 ซะก่อน มันก็ต้องคิดใหม่หรือเปล่า เพราะสถานการณ์เปลี่ยน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือมึงก็ยังอุตส่าห์เอา โจชัว เซิร์คซี่ ลงมาเกะกะในสนามเหมือนเดิม

ย้อนกลับไปในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่ทีมเยือนเหลือผู้เล่น 10 คนแล้วตามหลัง มันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ทว่าพี่แกเปลี่ยนผู้เล่นเพียงแค่ 2 คน โดยเก็บ แพทริค ดอร์กู กับ ดิโอโก้ ดาโลต์ ไว้จนจบเกม

วอต ดา ฟัค !!!

5. เรียนตามตรงว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค อยู่ยากแล้วนะครับ เพราะด้วยขุมกำลังที่จำกัดจำเขี่ยแบบนี้

ด้วยทัศนคติของลูกทีมที่ห่วยแตก และใจปลาซิวแบบนี้

และด้วยฟอร์มการเล่นอันน่าละเหี่ยใจ ซึ่งมันคงไม่มีทางไฉไลขึ้นแบบผิดหูผิดตา และเดี๋ยวเกมแย่ๆ ก็จะตามาอีกเป็นพรวนแน่นอน

ต่อให้เบื้องบนยังให้โอกาส (เพราะไม่อยากจ่ายเงินค่ายกเลิกสัญญาที่เซ็นไว้ 2 ปี) สภาพของกุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันก็ไม่ต่างจาก Dead Man Walking

หรือนักโทษประหารที่รอวันขึ้นไปวางตูดบนเก้าอี้ไฟฟ้ามหาประลัย !!!

#บอบู๋



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : บอ.บู๋
บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport