จาก ซลาตัน, ลูกากู, โรนัลโด้ จนถึง เชชโก้ เปิดตัวเลขกองหน้า แมนยู ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทำไมตำแหน่งหมายเลข 9 ถึงยังเป็นปัญหาใหญ่ และมีเพียงไม่กี่คนที่ฝากความหวังเรื่องประตูได้จริง
ปัญหาในแดนหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลัง “ปีศาจแดง” ปล่อยความได้เปรียบจากการนำสองประตู ก่อนถูก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พลิกแซงชนะ 3-2 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมกระเด็นตกรอบสาม คาราบาว คัพ
แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 2-0 ภายในเวลาเพียง 10 นาที จาก เช เลซี่ย์ และ เมสัน เมาท์ แต่หลังจากนั้น ไบรท์ตัน รัวคืนสามประตู พลิกสถานการณ์คว้าชัยกลับออกไป
หนึ่งในจุดที่ถูกจับตามองคือผลงานของ เบนยามิน เชชโก้ ซึ่งไม่สามารถสร้างความกดดันให้แนวรับคู่แข่งได้มากนัก และจบเกมโดยไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียว
หากย้อนกลับไปตลอดกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มทั้งเงินและความหวังไปกับกองหน้าหลายราย แต่มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำผลงานด้านการทำประตูได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง
317 นัด | 90 ประตู | 45 แอสซิสต์ | เฉลี่ย 0.28 ประตู/นัด
มาร์กซิยาล ย้ายจาก โมนาโก สู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,584 ล้านบาท) ขณะมีอายุเพียง 19 ปี
ตลอดเก้าปีในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดาวเตะชาวฝรั่งเศสถูกใช้งานทั้งปีกซ้าย ปีกขวา และกองหน้าหมายเลข 9 มีช่วงเวลาที่ทำผลงานโดดเด่น แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บและความไม่สม่ำเสมอส่งผลให้ไม่สามารถรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง
53 นัด | 29 ประตู | 9 แอสซิสต์ | เฉลี่ย 0.55 ประตู/นัด
หนึ่งในกองหน้าที่สร้างอิมแพ็คได้ชัดเจนที่สุดในลิสต์นี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว หลังหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
แม้ย้ายมาร่วมทีมในช่วงปลายอาชีพ แต่หัวหอกชาวสวีเดนยังทำได้ถึง 29 ประตูจาก 53 นัด ก่อนอาการบาดเจ็บหนักจะส่งผลกระทบต่อช่วงเวลาของเขากับสโมสร
96 นัด | 42 ประตู | 12 แอสซิสต์ | เฉลี่ย 0.44 ประตู/นัด
แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าย 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,300 ล้านบาท) คว้า โรเมลู ลูกากู มาจาก เอฟเวอร์ตัน โดยดาวยิงทีมชาติเบลเยียมทำได้ 42 ประตูตลอดสองฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ลูกากูไม่สามารถยึดสถานะกองหน้าหมายเลขหนึ่งในระยะยาว ก่อนย้ายไป อินเตอร์ มิลาน ในปี 2019
23 นัด | 5 ประตู | 1 แอสซิสต์ | เฉลี่ย 0.22 ประตู/นัด
โอเดี้ยน อิกาโล่ ย้ายจาก เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว และเป็นตัวเลือกระยะสั้นในแดนหน้า
หัวหอกชาวไนจีเรียลงสนาม 23 นัด ทำได้ 5 ประตู ก่อนแยกทางกับสโมสรเมื่อหมดสัญญายืมตัว
59 นัด | 19 ประตู | 7 แอสซิสต์ | เฉลี่ย 0.32 ประตู/นัด
เอดินสัน คาวานี่ ย้ายมาจาก เปแอสเช แบบไม่มีค่าตัว และใช้เวลาสองฤดูกาลในแมนเชสเตอร์
นอกจาก 19 ประตูจาก 59 นัด สิ่งที่ทำให้หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยได้รับเสียงชื่นชมคือการเคลื่อนที่ ความขยัน และความมุ่งมั่นในสนาม
27 ประตู | 5 แอสซิสต์ ในการกลับมาค้าแข้งรอบสอง
การกลับมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในปี 2021 สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลอย่างมาก และเจ้าตัวยังผลิตประตูให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การกลับมาครั้งที่สองสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน 2022 หลังความสัมพันธ์ระหว่าง โรนัลโด้ กับ เอริค เทน ฮาก และสโมสรเดินมาถึงจุดแตกหัก
31 นัด | 2 ประตู | 3 แอสซิสต์ | เฉลี่ย 0.06 ประตู/นัด
เวาท์ เว็กฮอร์สต์ ถูกยืมตัวจาก เบิร์นลี่ย์ ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2022/23 แต่มีปัญหาชัดเจนในด้านการจบสกอร์
กองหน้าชาวดัตช์ทำได้เพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 31 นัด ก่อนอำลาทีมหลังหมดสัญญายืมตัว
26 ประตู | 4 แอสซิสต์ กับ แมนยู
แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่ม 72 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,168 ล้านบาท) คว้า ราสมุส ฮอยลุนด์ มาจาก อตาลันต้า ในปี 2023 แต่ดาวยิงทีมชาติเดนมาร์กประสบปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอในพรีเมียร์ลีก
หลังถูกปล่อยให้ นาโปลี ยืมตัว ฮอยลุนด์ย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แบบถาวรในช่วงซัมเมอร์ และเริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 ด้วยการทำ 2 ประตูจาก 4 นัดในลีก
78 นัด | 9 ประตู | 3 แอสซิสต์
โจชัว เซิร์กซี ย้ายจาก โบโลญญ่า มาร่วมทีมในปี 2024 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถสร้างผลงานด้านการทำประตูได้ตามที่คาดหวัง
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเจ้าตัวมีข่าวเชื่อมโยงกับ เอฟเวอร์ตัน แต่การย้ายทีมไม่เกิดขึ้น ทำให้ยังต้องต่อสู้เพื่อโอกาสลงสนามกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป
14 ประตู | 1 แอสซิสต์ กับ แมนยู
แมนฯ ยูไนเต็ด คว้า เบนยามิน เชชโก้ จาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 74 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,256 ล้านบาท) โดยฤดูกาลแรกของดาวยิงทีมชาติสโลวีเนียได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บ
จนถึงตอนนี้ เชชโก้ทำได้ 14 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ แต่เกมล่าสุดกับ ไบรท์ตัน กลายเป็นอีกคืนที่น่าผิดหวัง เมื่อเจ้าตัวไม่มีโอกาสยิงตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม
เมื่อพิจารณาตัวเลขตลอดช่วงกว่าทศวรรษ จะเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านการใช้งานกองหน้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งดาวรุ่งค่าตัวแพง, ดาวยิงประสบการณ์สูง และนักเตะยืมตัวระยะสั้น แต่มีเพียงบางรายเท่านั้นที่สามารถผลิตประตูในอัตราที่โดดเด่น
โจทย์สำคัญของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ในเวลานี้จึงเป็นการทำให้แนวรุกชุดปัจจุบันสร้างผลงานได้สม่ำเสมอขึ้น โดยเฉพาะ เชชโก้ ซึ่งยังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะสามารถกลายเป็นคำตอบระยะยาวในตำแหน่งหมายเลข 9 ของ “ปีศาจแดง” ได้หรือไม่