วิเคราะห์เจาะลึก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เซอเน่อ ลัมเมนส์ เซฟช่วยชีวิตทีม สวนทาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และเหล่าแข้งสำรองที่ฟอร์มบู่จนน่าผิดหวัง พร้อมส่องงานหนักกลุ่มทุนอิเนออสในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อยกระดับลุ้นแชมป์ในซีซั่นหน้า
และแน่นอนว่าการที่ขุมกำลังเชิงลึกของทีมยังไม่น่าประทับใจ มันจึงเป็นสิ่งที่บอร์ดบริหารสโมสรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะวิเคราะห์ผู้เล่นในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ เพื่อดึงเข้ามาร่วมทีม หากต้องการจะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือรายการอื่นๆ แบบเต็มตัว
1. ลัมเมนส์ โกลที่เฝ้ารอมานาน
เป็นเกมที่นักเตะแมนยูไนเต็ด ส่วนใหญ่เล่นไม่ออก และจวนเจียนที่จะได้เจาะประตู แต่ เซอเน่อ ลัมเมนส์ สามารถกอบกู้สถานการณ์ที่กำลังจะย่ำแย่ให้กลับมาสู่สภาวะปกติ จากผลงานการเซฟที่ยอดเยี่ยมของเขา
เกมนี้ นายทวารชาวเบลเยีย มีชอตสำคัญที่ช่วยเซฟไม่ให้ "ผีแดง" ต้องกลับบ้านมือเปล่า และนั่นเป็นสิ่งที่สาวก "เร้ดส์ อาร์มี่" อยากเห็นมานาน เพราะในช่วงที่ อ็องเดร โอนาน่า เป็นมือ 1 ทีมไม่สามารถพึ่งพาผลงานของเขาได้เลย
จังหวะการเซฟสำคัญจากการดวลตัวต่อกับกับ โนอาห์ ซาดิกี และลูกยิงระยะ 6 หลาจาก ไบรอัน บร็อบบี้ ถือเป็นชอตสำคัญที่ทำให้ แมนยูไนเต็ด คว้า 1 คะแนนกลับบ้าน แม้ผลเสมอจะยังไม่การันตีการจบอันดับ 3 แต่ก็ทำให้ทีมไม่ต้องพบกับความพ่ายแพ้
ต้องยอมรับว่า ลัมเมนส์ คือหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่ทำให้ แมนยูไนเต็ด ได้ตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ผลงานที่ไม่ต้องหวือหวา แต่สามารถพึ่งพาได้ในช่วงวิกฤติ คือคุณสมบัติที่สำคัญของนายทวารระดับโลก
2.โอกาสมาถึง...แต่กลับคว้าไว้ไม่ได้
การขาดหายไปของ กาเซมีโร่ และ เบนยามิน เชชโก้ เปิดโอกาสให้ เมสัน เมาท์ กับ โจชัว เซิร์กซี ได้ลงสนาม หลังทั้งคู่แทบไม่มีอนาคตในยุค ไมเคิ่ล คาร์ริค แต่ทั้งสองคนก็ไม่สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้
เมาท์ ซึ่งย้ายมาด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,310 ล้านบาท) เมื่อเกือบสามปีก่อน ดูกระตือรือร้นอย่างมากที่จะพิสูจน์ตัวเอง และพยายามเล่นในบทบาทคล้าย กาเซมีโร่ ด้วยการเข้าปะทะหนักๆ หลายครั้ง แต่เมื่อทีมครองบอล เขากลับไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรนัก
ขณะที่ เซิร์กซี มีโอกาสสำคัญเพียงครั้งเดียวใน 45 นาทีแรก แต่ก็โหม่งข้ามคานออกไป นอกเหนือจากนั้นนักเตะทำได้แค่พักบอล และเสียการครองบอล ซึ่งแฟนบอล "ผีแดง" ยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกับผลงานของดาวเตะชาวดัตช์
เกิดคำถามว่า คาร์ริค โรเตชั่นด้วยการให้โอกาสแข้งสำรองทั้งสองคนลงเล่นเพื่อเป็นการ "ทดลอง" ก่อนตัดสินอนาคตของพวกเขาช่วงซัมเมอร์หรือไม่ หลังทีมได้โควตา "ยูซีแอล" แล้ว โดยงานนี้ กุนซือชาวอังกฤษ ยืนยันว่าไม่ใช่ แต่จากมุมมองของคอลูกหนัง มันดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น เพราะถ้าทีมเน้นจริงๆ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ น่าจะได้เป็นหน้าเป้ามากกว่า เซิร์กซี!!
3. บรูโน่ หงุดหงิด-ไร้แอสซิสต์ที่ถวิลหา
นี่คือสิ่งที่หายไปจากภาพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงหลัง ภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค ทัพ "ปีศาจแดง" เล่นได้ดีและเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้อาการบ่นหรือแสดงความไม่พอใจแบบฉบับของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทบไม่ปรากฏให้เห็น
อย่างไรก็ตามเกมเยือนถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ทุกอย่างที่คอลูกหนังคุ้นเคยจาก แฟร์นันด์ส กลับมาอีกครั้งอย่างชัดเจน เพราะเจ้าตัวก็เล่นไม่ออก แถมทีมก็ทำผลงานได้น่าผิดหวัง ที่สำคัญไม่สามารถทำแอสซิสต์เพื่อหวังทาบ เธียร์รี่ อองรี กับ เควิน เดอ บรอยน์
กัปตันทีมแมนยูไนเต็ด เต็มไปด้วยความหงุดหงิดตลอดทั้งเกม เขาทั้งกางแขนแสดงอาการไม่พอใจ ส่งสายตาตำหนิเพื่อนร่วมทีม และตะโกนใส่ผู้ตัดสินหลังซันเดอร์แลนด์ได้ฟรีคิกในจังหวะอันตราย จากการทำฟาวล์ของเจ้าตัวเองด้วยซ้ำ
ช่วงท้ายเกม จอมทัพชาวโปรตุกีน โดน นิลสัน อังกูโล่ ใช้มือปาดใบหน้าจนลงไปนอนชักดิ้นชักงอ แต่ วีเออาร์ พิจารณาว่าไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นโดนใบแดง งานนี้ยิ่งทำให้ แฟร์นันด์ส ของขึ้นจนกลายร่างจาก "เดอะ แบก" เป็น "เดอะ บ่น" อีกครั้ง
แน่นอนว่าการที่ผลงานของทีมไม่เป็นไปดั่งที่ตั้งใจ คงทำให้ แฟร์นันด์ส หงุดหงิด กอปรกับจำนวนแอสซิสต์ยังค้างอยู่ที่ 19 ครั้งตั้งแต่เกม "แดงเดือด" จนถึงเกมล่าสุด และเหลืออีก 2 แมตช์ ถ้าหากยังเป็นแบบนี้ ความหวังจะเป็นเจ้าของสถิติแอสซิสต์มากสุดในลีกต่อซีซั่นคนใหม่คงสูญสลาย
4. แมวดำขาดความเฉียบคม
ซันเดอร์แลนด์ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ และ เรจิส เลอ บริส สมควรได้รับเครดิตอย่างมากจากการพาทีมรั้งอยู่กลางตารางพรีเมียร์ลีก แต่หากพวกเขาต้องการยกระดับทีมในฤดูกาลหน้า จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในเกมรุกให้มากกว่านี้
ไบรอัน บร็อบบีย์ เป็นกองหน้าที่สร้างความปั่นป่วนให้คู่แข่งได้ดี เขาพักบอลได้ยอดเยี่ยม พลิกหนีกองหลัง และเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัญหาคือเขาไม่ใช่ดาวยิงที่ผลิตประตูได้ต่อเนื่อง
ฤดูกาลนี้ ทัพ "แมวดำ" ยิงได้เพียง 37 ประตูจาก 36 เกมลีก ซึ่งมีแค่ คริสตัล พาเลซ, เบิร์นลี่ย์ และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เท่านั้นที่ทำได้น้อยกว่า ปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้
5. อิเนออสมีงานใหญ่รออยู่ในช่วงซัมเมอร์นี้
หากยังมีใครคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า เกมกับ ซันเดอร์แลนด์ คงทำให้ความหวังเหล่านั้นหมดไปเรียบร้อย เพราะทั้งฟอร์มการเล่นและขุมกำลังของทีมมันยังไม่เหมาะที่จะก้าวขึ้นมาท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีก
คาร์ริค กำลังทำผลงานได้เกินความคาดหมาย เพราะเมื่อมองไปที่ขุมกำลังสำรอง จะเห็นชัดว่านักเตะนอกเหนือจากตัวหลักยังห่างไกลจากมาตรฐานที่ทีมต้องการ และเกมกับ "แมวดำ" พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเป็นความจริง
การเปลี่ยนผู้เล่น 5 ตำแหน่งของ "เร้ด เดวิลส์" ในเกมนี้ กลายเป็นว่าทั้ง 5 คนคือผู้เล่นที่ทำผลงานแย่ที่สุดในสนาม โดยพวกเขาไม่สามารถสร้างอิมแพ็คในเกมนี้ได้เลย และยังทิ้งโอกาสทองที่จะได้โชว์ฝีเท้าพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง
ดังนั้น หาก "อิเนออส" กลุ่มทุนเจ้าของร่วมแมนยูไนเต็ด ต้องการให้ คาร์ริค หรือไม่ว่าใครก็ตาม พาทีมกลับไปลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง พวกเขาจำเป็นต้องเสริมทัพอย่างน้อย 5-6 คนในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้