สรุปประเด็น แมนยูไนเต็ด บุกเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 ในวันที่บังหมัด-จารย์ดู๋ ทำตัวไม่ค่อยเป็นประโยชน์ เจาะกลยุทธ์ คาร์ริค ในการลองทีมช่วงท้ายฤดูกาล และสถิติเกมรุกเป้าสะอาดครั้งแรกในรอบครึ่งปี เกิดอะไรขึ้นกับขุมกำลังชุดนี้?
หลังกะซวกชัยมา 3 เกมติดต่อกัน แมนยูไนเต็ด ก็ทำได้แค่บุกไปเสมอ ซันเดอร์แลนด์ แบบไม่มีประตู และต่อไปคือสิ่งที่อยากจะบอก
1. ไมเคิ่ล คาร์ริค เปลี่ยนทีมหลายตำแหน่ง
แผงหลังได้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ กลับมาจากโทษแบน ขณะที่ นุสแซร์ มัซราวี ได้ลงเล่นแบ็คขวาแทน ดิโอโก้ ดาโลต์
ตรงกลาง กาเซมิโร่ หายไป มานูเอล อูการ์เต้ ก็ไม่อยู่จึงต้องเอา เมสัน เมาท์ มารับบทมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับไอ้หนู ค๊อบบี้ เมนู
แดนหน้าส่ง จอช เซิร์คซี่ เป็นหน้าเป้าแทน เบนยามิน เชชโก้ ที่เจ็บจากศึกแดงเดือด และอาหมัด ดิยัลโล่ ลงเป็นหน้าขวาแทน ไบรอัน เอ็มเบอโม่
2. ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างลอยตัว ไม่ต้องลุ้นอะไรมากแล้ว
ผู้เล่นพันธุ์อสูรเลยเล่นแบบเนิบๆ นาบๆ ผิดกับเจ้าบ้านที่ดูหื่นกระหายในชัยชนะมากกว่าชัดเจน
ซันเดอร์แลนด์ จึงครองบอลบุกมากกว่า และมีโอกาสทำลายตาข่ายมากกว่า โดยมีจังหวะถล่มประตูแบบเหน่งๆ น่าจะเป็นสกอร์สุดๆ อยู่ 2 ครั้ง แต่ทั้ง 2 ครั้ง ถูกปฏิเสธโดย เซนเน่อ ลัมเมนส์
3. เมสัน อนุทิน ในบทมิดฟิลด์ตัวกลาง ไม่ได้แย่อะไรนะครับ แถม 'กูรู' ผู้วิเคราะห์เกมอย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น ยกให้เป็น 'แมน ออฟ เดอะ แมตช์' เลยทีเดียว
แต่ชัดเจนเช่นกันว่าสมดุลย์ของเกมในแดนกลางมันหายไป ไม่เหมือนเดิม
มิเท่านั้นการปราศจาก 'กาเซ' ทำให้ลูกโจมตีกลางอากาศของปีศาจแดงลดประสิทธิภาพลงไปได้
4. การขับเคลื่อนเกมรุกพลางบุกจู่โจมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นอยู่กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นสำคัญ
หากเกมไหน 'ไอ้หนวด' เล่นไม่ออก เกมรุกของพวกเขาก็จะฝืดเคืองไปด้วย
ครับผม ใช่ครับ เกมนี้ คุณพี่เขาทำอะไรไม่ถนัด แถมติดๆ ขัดๆ ไปหมด เมื่อบวกกับ 'บังหมัด' และ 'จารย์ดู๋' ที่ทำตัวไม่ค่อยเป็นประโยชน์ มันก็เลยยิ่งไปกันใหญ่
5. เกมรุกพังประตูไม่ได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกมแพ้ เอฟเวอร์ตัน 10 คน เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
แต่ก็แลกมาด้วยการไม่เสียประตูอีกครั้ง
สถานการณ์ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการอีกแค่ 2 แต้มเท่านั้นจาก 2 เกมสุดท้ายที่เจอ ฟอเรสต์ ในบ้าน และเยือน ไบรท์ตัน ก็จะยึดอันดับ 3 แทบ 100%
ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร