ยังจำวีรกรรมของ ฮาร์ทส์ เมื่อฤดูกาลที่แล้วกันได้ไหมครับ
ทีมตราหัวใจแห่งกรุงเอดินเบิร์กฟาดฟันกับ 2 ยักษ์ใหญ่เมืองกลาสโกว์อย่างถึงพริกถึงขิง ถึงขนาดเบียด "เดอะไลท์บลูส์" หลุดวงโคจรไปก่อนและได้ลุ้นแชมป์กับ "ม้าลายเขียวขาว" ในนัดสุดท้ายด้วยซ้ำ
แต่จนแล้วจนรอดฮาร์ทส์ก็ทำได้เพียงแค่เกือบสร้างประวัติศาสตร์ ความปราชัย 1-3 ที่พาร์ค เฮด (เซลติก พาร์ค) ในเกมปิดฤดูกาลทำให้แฟนบอลสกอตต์ยังไม่ได้เห็นทีมอื่นนอกเหนือจาก เรนเจอร์ส-เซลติก เป็นแชมป์ต่อไปเป็นปีที่ 41
อเบอร์ดีนของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังคงเป็นทีมล่าสุดที่ทำได้ มันเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 1984/85 ในช่วงที่ดุลอำนาจฝั่งกลาสโกว์ตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ไม่ได้แชมป์ลีกติดต่อกัน 3 ปี
ใช่ครับ.. 3 ปี
นั่นคือช่วงเวลาที่เมืองกลาสโกว์ไม่มีแชมป์ลีกนานที่สุดแล้ว ดันดี ยูไนเต็ดได้แชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อฤดูกาล 1982/83 ก่อนที่เฟอร์กี้อดีตกองหน้าเรนเจอร์สจะพาอเบอร์ดีนเป็นแชมป์ 2 ฤดูกาลติดในซีซั่น 1983/84 และ 1984/85
มันคงเป็นความอับอายและอัดอั้นขั้นสุดของมหาอำนาจแห่งกลาสโกว์ เพราะนับจากวันนั้นทั้ง 2 ทีมก็ไม่ยอมแบ่งแชมป์ให้ใครอื่นอีกเลย
เซลติกกดไป 23 สมัย เรนเจอร์สเอาไป 18 สมัย
ตลอดเวลา 41 ปีเต็มนั้นมีทีมอื่นขึ้นมาท้าทายบ้างเป็นพัก ๆ ทั้ง ฮาร์ทส์ อเบอร์ดีน และมาเธอร์เวลล์ แต่ดีที่สุดก็แค่รองแชมป์
หลายครั้งถูกทิ้งห่างแบบไม่มีลุ้น 10 กว่าคะแนนคือเรื่องปกติ บางซีซั่นพีค ๆ หน่อยแชมป์กับรองแชมป์ห่างกัน 30 แต้มก็มี
ฤดูกาลที่ผ่านมาจึงเป็นฤดูกาลที่น่าตื่นเต้น แฟนทีมอื่นน่ะตื่นเต้นแน่ ๆ แต่แม้กระทั่งแฟนเรนเจอร์สกับเซลติกเองก็คึกคักตามไปด้วยเพราะไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว
ความฝันของฮาร์ทส์สิ้นสุดลงก็จริง แต่วันนั้นพวกเขาเดินยืดอกเชิดหน้าออกจาก พาร์ค เฮด ด้วยความภาคภูมิใจ เสียงปรบมือกึกก้อง
ฮาร์ทส์ได้รองแชมป์พรีเมียร์สกอตต์ มีแต้มน้อยกว่าเซลติกแค่ 2 คะแนน..
หมุนเข็มนาฬิกาเดินหน้ามา 5 เดือน ฮาร์ทส์ ไปแพ้ที่ พาร์ค เฮด อีกครั้ง
แต่คราวนี้ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม เมื่อพวกเขาแพ้ยักษ์ใหญ่เขียวขาวถึง 1 ประตูต่อ 7
เล่นไปไม่ถึง 40 นาทีโดนนำ 0-4 จบครึ่งแรก 1-5 ก่อนมาโดนครึ่งหลังอีกสอง
แพ้หมดรูป..
จากผลงานชนะ 8 เสมอ 1 ใน 9 นัดแรกเมื่อฤดูกาลก่อน ฮาร์ทส์แพ้เป็นหนที่ 3 เข้าไปแล้วจาก 8 เกมที่ลงเล่นในลีกฤดูกาลนี้
แพ้ฟัลเคิร์ก แพ้อเบอร์ดีน เสมอคิลมาร์น็อก
ทำไมในเวลาห่างกันแค่ฤดูกาลเดียวผลงานของฮาร์ทส์ถึงร่วงหล่นลงไปขนาดนี้
เหตุผลง่าย ๆ ครับ เพราะพวกเขาไม่เพียงต่อยอดทีมที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกไม่ได้เท่านั้น แต่ยังคล้ายจะเดินถอยหลังอีกต่างหาก
เสีย อเล็กซานเดอร์ ชโวลอฟ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง
เสีย อเล็กซานดรอส คีซิริดิส กับ แคมมี่ เดฟลิน สองกองกลางตัวหลัก
เสีย มิชาเอล ชไตน์เวนเดอร์ กองหลังตัวเสริมคนสำคัญ
และที่สุดของที่สุดคือเสีย ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์ ศูนย์หน้าอันดับหนึ่งของทีม กับ ดีเร็ก แม็คอินเนส กุนซือผู้สร้างปรากฏการณ์
ชโวลอฟกับชไตน์เวนเดอร์ย้ายไปลีกเยอรมัน คีซีริดิสย้ายไปลีกตุรกี
ส่วน เดฟลิน, แชงค์แลนด์ และ แม็คอินเนส แค่ย้ายข้ามเมือง จากเอดินเบิร์กไปกลาสโกว์.. ทั้ง 3 คนถูกดึงเข้าสู่ถิ่นไอบร็อกซ์ ไปเสริมความแข็งแกร่งให้เรนเจอร์ส
บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งของบรรดาทีมอื่น ๆ ที่เคยขึ้นมาท้าทายเซลติกกับเรนเจอร์สด้วยเช่นกัน คือไม่สามารถต้านทานแรงดึงดูดที่ตามมาหลังฤดูกาลแห่งความสำเร็จได้
นักเตะตัวหลักถูกทีมอื่นซื้อไปร่วมทัพ การสานต่อเกิดอาการสะดุด ยังไม่รวมถึงเหตุผลอื่น ๆ ที่ประกอบกันเข้ามาที่ทำให้ 41 ปีที่ผ่านมามีเพียง อเบอร์ดีน ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ต่อเนื่องต้นทศวรรษ 1990 ทีมเดียวเท่านั้นที่ขึ้นมาได้รองแชมป์ 2-3 ฤดูกาลติดต่อกัน
อเบอร์ดีนได้รองแชมป์ 3 ฤดูกาลติด 1988/89, 1989/90 และ 1990/91 กับได้รองแชมป์ 2 ฤดูกาลติดอีก 2 ครั้ง 1992/93 กับ 1993/94 และ 2016/17 กับ 2017/18
มาเธอร์เวลล์เป็นอีกทีมที่เคยคว้ารองแชมป์ 2 ฤดูกาลติด แต่มันเกิดขึ้นในช่วงที่เรนเจอร์สล้มละลายต้องลงไปเริ่มใหม่จากลีกล่าง
ขีดความสามารถที่มีจำกัดของคู่แข่งทีมอื่น ๆ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลลีกสกอตต์สลัดไม่หลุดจากการผูกขาดโดย 2 มหาอำนาจของประเทศ
จากรองแชมป์ผู้องอาจ ต่อสู้กับเรนเจอร์ส/เซลติกอย่างสมศักดิ์ศรีจนถึงวันสุดท้ายและกลายเป็นความหวังของผู้คน ฮาร์ทส์กลับพบชะตากรรมอันย่อยยับ ปราชัย 1-7 ที่พาร์คเฮด
มองไปบนตารางคะแนนฤดูกาลนี้ ผ่านไป 9 นัด เซลติกชนะ 8 แพ้ 1 มี 24 คะแนนนำเป็นจ่าฝูง เรนเจอร์สชนะ 6 แพ้ 1 มี 20 คะแนนเป็นรองจ่าฝูง
ฮาร์ทส์ รั้งอันดับสามมี 16 คะแนน แต่แพ้ไปแล้ว 3 นัดและตามหลังเซลติก 8 แต้ม
เรายังคงอยู่ในยุคที่การผูกขาดของ 2 ทีมกลาสโกว์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเมืองวิสกี้
มันกินเวลา 41 ปีเข้าไปแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะสะดุดเลย..
ตังกุย