ขอบคุณในความเป็นตัวคุณ.. ลิโอเนล เมสซี่

ขอบคุณในความเป็นตัวคุณ.. ลิโอเนล เมสซี่
ในวันที่เขาสามารถจะพูดอะไรก็ได้ จะเชิดชูวีรกรรมของตัวเองอย่างไรก็คงไม่มีใครสน เพราะมันเป็นวันของเขา..

ไม่ต้องโพนทะนากับโลกว่าตัวเองคือจุดศูนย์กลางของความสำเร็จ ไม่ต้องประกาศออกไปดัง ๆ ว่าตนนั้นสำคัญกว่าคนอื่น ไม่ต้องเรียกร้องให้ใครยอมรับว่าเขาคือที่สุดตลอดกาล

ไม่หรอก เราไม่มีทางได้เห็นอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว ก็เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไร

ในวันของเขา ในงานของเขา ในพิธีการสดุดีความยิ่งใหญ่ของเขา..

เขาจะพูดอย่างไรก็ได้ ต่อให้อ้างตนเป็นผู้วิเศษจากฟากฟ้าก็คงมีคนไชโยโห่ร้อง ก็สถานะของเขาแทบไม่ต่างอะไรจากพระเจ้าอยู่แล้ว

แต่เขาไม่ได้พูดถึงความดีของตัวเอง เขาพูดถึงทีม

เขาไม่ได้พูดถึงความเลิศล้ำของตัวเอง เขาพูดถึงเพื่อนร่วมชาติ

เขาไม่ได้พูดถึงความวิเศษมหัศจรรย์ของตัวเอง แต่พูดถึงทุก ๆ คนที่ให้คอยกำลังใจและสนับสนุนอุ้มชูกันมา

อาจจะพูดเยอะกว่าปกติสักนิด ก็อย่างที่เขายอมรับเองนั่นแหละ นี่มันวันสุดท้ายกับทีมชาติแล้ว เขาอยากจะอยู่กับช่วงเวลานี้ให้นานอีกหน่อย

แต่เขาก็ยังคงไม่หลุดไปจากตัวตนเหมือนเคย.. คนอื่นมาก่อนตัวเองเสมอ

เพื่อนร่วมทีมมาก่อน เพื่อนร่วมชาติมาก่อน

สำหรับเขาแล้ว อาร์เจนติน่ามาก่อนสิ่งใดทั้งหมด เป็นจุดสูงสุดแห่งความภูมิใจ

ความเจ็บปวดของเขาจะมหาศาลสักเท่าไหร่กันนะในวันที่แพ้ชิลีนัดชิงโกปา อเมริกา เซนเทนาริโอ 2016 ที่ตัวเขาเองยิงจุดโทษไม่เข้า และต้องแพ้นัดชิงรายการใหญ่เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน

โกปา อเมริกา 2007 ฟุตบอลโลก 2014 โกปา อเมริกา 2015 โกปา อเมริกา เซนเทนาริโอ 2016

เสียงก่นด่าจากเพื่อนร่วมชาติกลุ่มหนึ่งช่างไม่เป็นธรรมกับเขาเลย ความเกลียดชังในหมู่คนพวกนั้นรุนแรง ด้วยปักธงไปแล้วว่าเขาไม่เคยทุ่มเทให้กับชาติเท่าบาร์เซโลน่าต้นสังกัด

ก็ไปโตที่สเปนนี่นะ ไม่เห็นจะมีแพสชั่นกับเลือดฟ้าขาว ไม่มีแรงจูงใจที่จะทำเพื่อบ้านเกิด ดูสิขนาดร้องเพลงชาติยังนิ่ง ๆ ไม่เห็นมีแววตาของคนที่พร้อมจะตายเพื่อชาติเลยสักนิด

ดูถูกด้อยค่าเขาต่าง ๆ นานาในวันที่กำแพงยังสูงลิบ กำแพงแห่งความคาดหวัง กำแพงแห่งความใฝ่ฝัน กระทั่งกำแพงแห่งพระเจ้าที่ชื่อดีเอโก้ มาราโดน่า

เมื่อใดก็เมื่อนั้นชื่อของ ลิโอเนล เมสซี่ จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับมาราโดน่าเสมอ และเมื่อใดเมื่อนั้นอีกเช่นกันที่อาร์เจนติน่าล้มเหลว เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 จะกลายเป็นจำเลยสังคมของชาวอาร์เจนไตน์กลุ่มหนึ่งทันที

ในวันดวลจุดโทษแพ้ชิลีที่นิวเจอร์ซี่ย์คราวนั้น เมสซี่ต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังหนักหน่วงที่สุดสำหรับคนเป็นกัปตันทีมชาติ

เขาแพ้ในนัดชิง 3 ปีติดต่อกัน ไล่จากฟุตบอลโลก 2014 มาโกปาฯ 2015 และ 2016

เขายอมแพ้ พร้อมประโยคตัดพ้อ "มันชัดเจนแล้วล่ะว่า (การพาอาร์เจนติน่าเป็นแชมป์) ไม่ใช่สำหรับผม"

เขาท้อถอยถึงที่สุด ยอมศิโรราบแล้วให้กับกองเชียร์กลุ่มนั้นที่คอยตราหน้าเขาตลอดมาว่าไม่รักชาติ

แม้ในใจจะรู้ว่าเสียงด่าเหล่านั้นไม่ยุติธรรม แต่สิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ให้คนเหล่านั้นเห็นว่าเขารักอาร์เจนติน่าเพียงใดก็คือความสำเร็จในสนาม

แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อเขาทำมันไม่ได้..

เขาเสกแชมป์ให้ทีมไม่ได้ เขาแบกความภาคภูมิใจมาให้กับชาวอาร์เจนฯ เหมือนที่มาราโดน่าเคยทำเอาไว้เมื่อนานมาแล้วไม่ได้

เขายอมแพ้.. ยอมแล้ว ประโยชน์ของเราคงมีเพียงแค่นี้

มองย้อนกลับไปวันนั้น ลิโอเนล เมสซี่ คงอยากจะขอบคุณตัวเองที่เปลี่ยนใจ

ด้วยการสนับสนุนจากผู้คนอีกมากมาย ด้วยความรักจากเพื่อนร่วมชาติอีกมหาศาลที่ยังรักเขา ด้วยศรัทธาจากคนรอบตัวที่ยังเชื่อในตัวเขา

และด้วยความรักในชาติบ้านเกิด จะมีใครรู้ดีไปกว่าเขาได้อย่างไรว่าเขารักในความเป็นอาร์เจนติน่าแค่ไหน จะยอมแพ้ให้กับคนที่มาดูถูกเขาง่าย ๆ ได้ยังไง

สองเดือนหลังประกาศอำลาทีมชาติ เมสซี่กลับมาฮึดสู้ครั้ง เขาไม่อยากยอมแพ้แบบนี้

มันคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะเคยทำ เพราะสิ่งที่ตามมาคือประวัติศาสตร์..

10 ปีต่อมากับอีก 70 ประตูใน 91 เกม แชมป์โลก รองแชมป์โลก แชมป์โกปา อเมริกาอีก 2 สมัย และเกียรติประวัติส่วนตัวที่น่าจดจำอีกมากมาย

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เขาได้กอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมา ศักดิ์ศรีที่เคยถูกคนบางกลุ่มย่ำยี

เขาทำให้ทุกคนได้เห็นแล้วจริง ๆ ว่าชีวิตของเขาคืออาร์เจนติน่า และอาร์เจนติน่ามีความหมายกับเขามากเพียงใด

ในช่วงที่ยืนกล่าวความในใจ สาระสำคัญในเนื้อหาของ ลิโอเนล เมสซี่ นั้นชัดเจนมาก

สำหรับเขาแล้ว อาร์เจนติน่ามาก่อนสิ่งใด ๆ ทั้งหมด

"ถ้าทุกอย่างขึ้นอยู่กับผม ผมอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต เพราะการได้ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าคือความงดงามที่สุดเท่าที่คน ๆ หนึ่งจะได้รับ"

"ที่สนามแห่งนี้ ผมได้พบกับหนึ่งในวันที่ตัวเองมีความสุขที่สุดในชีวิต นั่นคือการลงเล่นนัดแรกในบ้านเกิดหลังจากคว้าแชมป์โลก มันงดงามจริง ๆ นะ"

"แต่ในวันนี้... มันอาจจะเป็นหนึ่งในวันที่เศร้าที่สุดแทน เพราะผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อกล่าวคำร่ำลากับพวกคุณ"

"ผมคงจะคิดถึงการลงเล่นที่นี่สุดหัวใจ ผมรักพวกคุณทุกคน และผมภูมิใจที่สุดที่ได้เกิดมาเป็นชาวอาร์เจนไตน์"

เขาภูมิใจที่ได้สวมเสื้อฟ้าขาว อยากจะใส่มันลงสนามช่วยทีมชาติอาร์เจนติน่าไปตลอดชีวิต แต่เขาก็รู้ดีว่ามันย่อมเป็นไปไม่ได้

ในวันที่อำลาทีมอัลบิเซเลสเต้ เขายังไม่ลืมที่จะฝากฝังทีมไว้กับทุกคน ย้ำเตือนให้ไม่ลืมโลกแห่งความจริงที่ว่าไม่มีใครอยู่บนจุดสูงสุดไปได้ตลอด

"ผมอยากจะขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนด้วย ผมโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้มีโอกาสลงเล่นในหลายต่อหลายเมืองทั่วประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะไปที่ไหน ผมก็จะได้รับความรักมากมายเสมอ“

"ไม่ว่าเราจะไปเล่นที่มุมไหนของโลก สนามแข่งขันก็จะเต็มไปด้วยชาวอาร์เจนไตน์ เราจึงรู้สึกเหมือนได้เล่นอยู่ในบ้านของตัวเองทุกครั้งไป เรารู้ดีว่ามันยากลำบากแค่ไหนที่จะทำอย่างนั้น"

"ผมขอให้การสนับสนุนเหล่านี้ดำเนินต่อไป ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะมาเยือนอย่างแน่นอน และนั่นคือช่วงเวลาที่คุณยิ่งต้องสนับสนุนทีมให้มากกว่าที่เคย"

มันคือคำกล่าวของคนที่ผ่านมาแล้วทุกอย่าง เข้าใจทุกอย่าง

และที่ยังคงงดงามที่สุดในความเป็นเขา กับวันที่เขาเป็นจุดศูนย์กลางของทุก ๆ คน วันที่เขาควรจะได้รับคำขอบคุณจากทุก ๆ คน

เขาไม่ต้องเรียกร้องมันหรอก เพราะเขาเองก็คงไม่ได้สนใจมัน

อีกอย่างอาจเพราะเขามองการมาถึงวันนี้ของตัวเขาเองในอีกภาพหนึ่ง

เขาไม่ได้ทำมันคนเดียวเสียหน่อย เขาทำมันพร้อมกับคนอื่น ๆ ทำมันไปพร้อม ๆ กับเพื่อนร่วมทีมที่ดี

"มีเพื่อนร่วมทีมมากมายที่ต่อสู้เคียงข้างผมเพื่อเสื้อตัวนี้ เป็นอย่างนั้นมาตั้งนานก่อนที่เราจะเป็นแชมป์โลกเสียอีก"

"อย่าได้สงสัยในตัวพวกเขาเลยว่าแต่ละคนต่อสู้และทุ่มเทให้กับอาร์เจนติน่ามากแค่ไหน"

"เป็นเกียรติสำหรับผมมากที่ได้ลงสนามร่วมกับเพื่อนร่วมทีมทุก ๆ คน และได้ใช้ชีวิตร่วมกันมามากมายแม้ในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในสนามฟุตบอล"

"ทุกครั้งที่เราเดินลงสนาม ผมรู้ว่าเราสามารถสู้ได้กับทุกทีม เพราะผมมีบรรดานักรบที่พร้อมจะสู้อย่างถวายหัวอยู่รอบตัว

"สำหรับพวกเขากลุ่มนี้ ผมอยากจะขอบคุณจากหัวใจ"

"พวกเขาช่วยให้ผมทำความฝันที่มีมาตั้งแต่เด็กได้เป็นจริง.. พวกเขาช่วยให้ผมได้เป็นแชมป์โลก"

ไม่มีคำพูดใดจะยิ่งใหญ่และสง่างามไปกว่านี้อีกแล้ว ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเพราะอะไร เอนโซ่ เฟร์นานเดซ ถึงร้องไห้เป็นเผาเต่าอย่างนั้น

เป็นพวกผมต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น.. "ขอบคุณเลโอ" "ขอบใจเลโอ" "เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผม"

"ขอบคุณที่พาเราเป็นแชมป์โลก" "ขอบคุณที่ทำให้ความฝันของผมเป็นความจริง"

"ขอบคุณที่ทำให้ความฝันของพวกเรากลายเป็นจริง"

มันต้องเป็นพวกเราต่างหากไม่ใช่หรือ พวกเราต่างหากที่ปรารถนาจะพูดประโยคเหล่านี้กับคุณ

ผ้าผืนใหญ่ค่อย ๆ ถูกคลี่กางออกตรงกลางสนาม ปรากฏเป็นเสื้อฟ้าขาวเบอร์ 10 ข้อความ GRACIAS

ขอบคุณ..

ขอบคุณในความมหัศจรรย์ของคุณ

ขอบคุณในแรงบันดาลใจของคุณ

ขอบคุณในความทุ่มเทของคุณ

ขอบคุณในความเป็นแบบอย่างของคุณ

ขอบคุณในความถ่อมตัวของคุณ

ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง และขอบคุณที่คุณยังคงเป็นตัวคุณ.. ลิโอเนล เมสซี่

ตังกุย



ที่มาของภาพ : -
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport