เส้นทางที่เกือบเปลี่ยนไป : ปฏิบัติการ อาร์เจนตินา ชิง “เมสซี่” จาก สเปน

 เส้นทางที่เกือบเปลี่ยนไป : ปฏิบัติการ อาร์เจนตินา ชิง “เมสซี่” จาก สเปน
เปิดเบื้องหลังประวัติศาสตร์ ลีโอเนล เมสซี่ ก่อนประกาศอำลาอาร์เจนตินา ย้อนฟังวีรกรรมโทรสมุดหน้าเหลือง พิมพ์ชื่อผิด LEONEL MECCI และเกมลับลวงตาผูกมัดทัพฟ้าขาว

ลิโอเนล เมสซี่ ประกาศอำลา ทีมชาติอาร์เจนตินา อย่างเป็นทางการ 

โดยเกมสุดท้ายที่ เมสซี่ ลงเล่นกับ เบนิน ทั้งยิงทั้งจ่าย พา "ทัพฟ้าขาว" เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3-0 

อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เส้นทางของ เมสซี่ เกือบจะถูกเขียนขึ้นในเสื้อสีแดงของ ทีมชาติสเปน และอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของฟุตบอลโลกไปตลอดกาล

เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นจะเป็นอย่างไร? ติดตามไปพร้อมกันที่ SIAMSPORT

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในปี 2000 เด็กชายลิโอเนล เมสซี่ วัยเพียง 13 ปี ย้ายจากเมืองโรซาริโอ มายัง ศูนย์ฝึก ลา มาเซีย ของสโมสร บาร์เซโลน่า

ในเวลานั้น สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา แทบไม่เคยรับรู้การมีอยู่ของเด็กหนุ่มรายนี้เลย ... ขณะที่ทางฝั่ง สเปน เริ่มมองเห็นความอัจฉริยะและพยายามทาบทามดึงตัวไปร่วมทัพ

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนชีวิตของ เด็กชายเมสซี่ ก็เกิดขึ้น 

เมื่อ ฮอร์เก้ เมสซี่ คุณพ่อของของเมสซี่ และ โฮราซิโอ กัจโจลี่ เอเยนต์ในขณะนั้น ได้ตัดสินใจส่งม้วนเทปไฮไลต์บันทึกการเล่นของ เมสซี่ ให้กับ เคลาดิโอ บีบาส ผู้ช่วยของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดใหญ่ที่เดินทางมาสเปน

ซึ่งหลังจากที่ บิเอลซ่า ได้เปิดม้วนเทปดูจังหวะกระชากลากเลื้อยหนีคู่แข่งด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ 

บิเอลซ่า ถึงกับต้องเอ่ยปากบอกผู้ช่วยให้ "ช่วยเปิดเทปตามสปีดปกติหน่อย" 

ก่อนที่ผู้ช่วยจะตอบกลับไปว่า "นี่คือความเร็วปกติ!"

แม้ บิเอลซ่า จะเห็นของ เมสซี่ แล้ว แต่ม้วนเทปดังกล่าวกลับถูกส่งต่อไปยัง ฮูโก้ โตคาลลี กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา ชุด U17 ช้าเกินไป ทำให้ เมสซี่ พลาดการติดทัพไปลุยศึก U17 โลกปี 2003 ที่ฟินแลนด์ ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นั้น อาร์เจนตินา พ่ายให้กับ สเปน ในรอบรองชนะเลิศ 2-3

หลังจบแมตช์ดังกล่าว มันได้เกิดเหตุการณ์ที่หลายคนไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อมีคนจากฝั่งทีมชาติสเปน ได้เดินเข้ามาพูดใส่หน้า โตคาลลี ว่า 

"ถ้าพวกนายหนีบเอา เด็กบาร์เซโลน่า คนนั้นมาด้วย ป่านนี้พวกนายเป็นแชมป์โลกไปแล้ว" 

คำพูดนั้นแทงใจของ โตคาลลี อย่างจัง จนทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืน และรู้ทันทีว่าหากไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง สเปน จะคว้าตัว เมสซี่ ไปแน่ ๆ 

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ปฏิบัติการฉุกเฉินระดับชาติจึงเริ่มขึ้น 

โฮเซ่ เปเกร์มัน และ โตคาลลี รีบประสานงานกับ ฮูลิโอ กรอนโดน่า ประธานสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา เพื่อตามหาตัว ครอบครัวเมสซี่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ ไม่มีใครในสมาคมฯ มีเบอร์ติดต่อของ ครอบครัวเมสซี่ เลย

โอมาร์ ซูโต้ ผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินา ต้องเดินเข้าตู้โทรศัพท์สาธารณะ แล้วเปิดสมุดหน้าเหลืองของเมืองโรซาริโอ สุ่มโทรหาคนนามสกุล 'Messi' ทีละสาย 

จนกระทั่งไปเจอเบอร์คุณยายเมสซี่ และในที่สุดก็ได้เบอร์ของ คุณพ่อฮอร์เก้ ที่สเปน 

เมื่อ ซูโต้ ต่อสายถึง และบอกว่าโทรมาจาก สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา ประโยคแรกที่ คุณพ่อของเมสซี่ ตอบกลับมาคือ "ในที่สุด พวกนายก็ระลึกชาติได้เสียที!"

แต่ความพะโล้ของสมาคมฯ ก็เกิดขึ้นอีกครั้งเพราะในหนังสือจดหมายด่วน (Fax) ที่ สมาคมฯ ส่งไปขอตัวนักเตะจากสโมสร บาร์เซโลน่า พวกเขากลับพิมพ์ชื่อนักเตะผิดเป็น "LEONEL MECCI" เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนามสกุลสไตล์อิตาเลียน

เดิมทีตามกฎของฟีฟ่าในยุคนั้น หากนักเตะลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการให้กับทีมชาติระดับเยาวชนของประเทศใดแล้ว จะไม่สามารถย้ายไปเล่นให้ชาติอื่นได้อีก

อาร์เจนตินา จึงต้องจัดฉากสร้างเกมกระชับมิตร U20 นัดพิเศษขึ้นมาโดยด่วน โดยดึง ปารากวัย U20 มาเป็นคู่แข่งที่สนามของสโมสร อาร์เจนตินอส จูเนียร์ส 

ในวันที่ 29 มิถุนายน 2004 เกมกระชับมิตรก็ถูกจัดขึ้น เมสซี่ ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง ก่อนจะโชว์ลีลาลากไปยิงประตู พา ทัพฟ้าขาว ถล่ม ปารากวัย ไปขาดลอย 8-0 

ซึ่งเพียงแค่นาทีแรกที่ก้าวลงสนามและเซ็นชื่อในรายงานการแข่งขัน ก็เป็นการปิดประตูหนี สเปน ถาวร และผูกมัด เมสซี่ ไว้กับเสื้อเบอร์ 10 ฟ้าขาวไปตลอดกาล

ด้าน บิเซนเต้ เดล บอสเก้ อดีตกุนซือชุดแชมป์โลกของสเปน เคยออกมากล่าวยอมรับด้วยตัวเองว่า "สเปน พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึง เมสซี่ มาเล่นให้เรา แต่เขาปฏิเสธเพราะความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อบ้านเกิด"

หากวันนั้น สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา ชะล่าใจ หรือไม่มีม้วนเทปนั้น และไม่มีการต่อสายจากตู้โทรศัพท์สาธารณะ ประวัติศาสตร์ของฟุตบอล อาร์เจนติน่า ก็อาจจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนทุกวันนี้ 

ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport