หลังกรรมการชูมือให้ “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง เอาชนะ พัง ชอล-มี จาก เกาหลีเหนือ 4-1 เสียง พร้อมคว้าเหรียญทองมวยสากลหญิง รุ่น 54 กิโลกรัม เอเชียนเกมส์ 2026 เรื่องราวกลับไม่ได้จบลงพร้อมเสียงระฆัง
พัง ชอล-มี และทีมงานเกาหลีเหนือ แสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสิน และยืนประท้วงอยู่บนเวทีพักใหญ่ เพราะมองว่าผลการแข่งขันไม่เป็นธรรม
กระทั่งช่วงพิธีมอบเหรียญ ขณะที่ สึกิมิ นามิกิ จากญี่ปุ่น และ ซวน เจ้า จากจีน สองเจ้าของเหรียญทองแดง ขยับเข้ามาร่วมถ่ายภาพและหยอกล้อกับ โฟกัส
พัง ชอล-มี ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งเหรียญเงิน กลับเลือกยืนนิ่งอยู่บนโพเดียม และไม่ได้ขยับเข้ามาร่วมเฟรมด้วย
ภาพที่ออกมาจึงกลายเป็นอีกประเด็นหลังการแข่งขัน
แต่ถ้าย้อนกลับไปในอดีต นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ พัง ชอล-มี แสดงออกว่าไม่ยอมรับคำตัดสินในรอบชิงชนะเลิศเอเชียนเกมส์
ย้อนกลับไป 8 ปีก่อน เอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
พัง ชอล-มี ขึ้นชกรอบชิงชนะเลิศ รุ่น 51 กิโลกรัมหญิง พบกับ จาง หยวน จากจีน
วันนั้นเธอแพ้ 2-3 เสียง แต่หลังประกาศผล พัง ชอล-มี และโค้ชไม่ยอมลงจากเวที เพื่อประท้วงคำตัดสิน
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งคู่ยังคงอยู่บนสังเวียน จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาเชิญลง เพื่อให้การแข่งขันคู่ต่อไปดำเนินต่อ
และตอนพิธีมอบเหรียญ เธอยังแสดงออกถึงความไม่พอใจด้วยการหันหลังให้ธงชาติจีน
มองเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปี 2018 กับปี 2026 อาจดูเหมือนหนังเรื่องเดิมที่กลับมาฉายอีกครั้ง
พัง ชอล-มี แพ้รอบชิง เอเชียนเกมส์ และไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน
แต่มีรายละเอียดสำคัญที่ผมคิดว่าต้องแยกออกจากกัน
เมื่อ 8 ปีก่อน ผลการแข่งขันไฟต์นั้นถูกตั้งคำถามอย่าหนัก และมีเสียงโห่จากผู้ชมในสนามต่อคำตัดสินที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไฟต์กับ โฟกัส ครั้งนี้มีรูปเกมที่แตกต่างออกไป
ยกแรก โฟกัส ทำได้ดีกว่า
ยกสอง พัง ชอล-มี กลับเข้าสู่เกม และทำให้ โฟกัส โดนนับ
ทุกอย่างจึงมาตัดสินกันในยกที่สาม
สามนาทีสุดท้ายทั้งคู่ชิงจังหวะกันอย่างสูสี และเป็นไฟต์ที่สามารถมีมุมมองต่อการให้คะแนนแตกต่างกันได้
ท้ายที่สุดกรรมการ 4 จาก 5 คนเลือก โฟกัส คะแนนรวมออกมา 30-27, 29-28, 27-30, 29-28 และ 29-28 จึงกลายเป็นชัยชนะ 4-1 เสียง ของนักชกไทย
แน่นอนครับว่า พัง ชอล-มี มีสิทธิ์ผิดหวัง ยิ่งสำหรับนักกีฬาที่เป็นถึงแชมป์โลกสองสมัย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก และแชมป์เก่าเอเชียนเกมส์
การเสียเหรียญทองย่อมเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก แต่การผิดหวังกับผลการแข่งขันเป็นเรื่องหนึ่ง
ส่วนการยอมรับว่าการแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และไม่ว่าจะมองคำตัดสินของกรรมการอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรถูกกลบด้วยเหตุการณ์หลังเกมคือ
“โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง ต้องผ่านสามยกที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอมาเหมือนกัน
เธอโดนนับ สถานการณ์กลับมาเท่ากัน ต้องชิงทุกอย่างในยกสุดท้าย และเมื่อการแข่งขันจบลง กรรมการ 4 จาก 5 คนมองว่าเธอทำได้ดีกว่า
8 ปีหลังจาก พัง ชอล-มี เคยยืนประท้วงบนเวทีที่อินโดนีเซีย ภาพคล้ายกันเกิดขึ้นอีกครั้งที่ ญี่ปุ่น
ต่างกันตรงที่คราวนี้เธอไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนักชกจีน แต่เป็นเด็กสาววัย 21 ปีจากประเทศไทย ที่ชื่อว่า “โฟกัส” ณัฐนิชา
และไม่ว่าดราม่าหลังเกมจะดำเนินต่อไปอย่างไร เหรียญทองเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เป็นของ “โฟกัส” ณัฐนิชา