เมสซี่ ปลื้มอาร์เจนตินาเข้าชิงฟุตบอลโลก 2026 ลั่นทีมชุดนี้ไม่ทำแฟนบอลผิดหวัง

เมสซี่ ปลื้มอาร์เจนตินาเข้าชิงฟุตบอลโลก 2026 ลั่นทีมชุดนี้ไม่ทำแฟนบอลผิดหวัง
ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ยอมรับการพาทีมทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 หลังพลิกแซงชนะ อังกฤษ 2-1 คือช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อ พร้อมย้ำทีมชุดนี้จะไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง และพร้อมเดินหน้าล่าแชมป์โลกสมัยที่สองติดต่อกัน

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา กล่าวด้วยความปลาบปลื้ม หลังพา "ฟ้าขาว" พลิกกลับมาเอาชนะ อังกฤษ 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ในเกมดังกล่าว อาร์เจนตินา พลิกสถานการณ์จากการตามหลัง 0-1 ก่อนยิง 2 ประตูในนาทีที่ 85 และช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+2 คว้าชัย 2-1 พร้อมตีตั๋วเข้าไปพบกับ สเปน ในนัดชิงชนะเลิศ โดยหากคว้าแชมป์ได้สำเร็จ จะกลายเป็นชาติที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน ต่อจาก อิตาลี (1934 และ 1938) และ บราซิล (1958 และ 1962)

เมสซี่ ซึ่งทำ 2 แอสซิสต์ และคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ เป็นครั้งที่ 5 ในทัวร์นาเมนต์ เปิดเผยถึงความรู้สึกหลังจบเกมว่า

"ฟุตบอลโลกครั้งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เหลือเชื่อจริง ๆ การได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกอีกครั้งเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก"

ดาวเตะวัย 39 ปี ยังส่งข้อความถึงแฟนบอลอาร์เจนไตน์ พร้อมยืนยันว่าทีมชุดนี้จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อประเทศ

"สำหรับแฟนบอล ผมขอพูดเหมือนกับที่เคยพูดไว้ที่กาตาร์ ขอให้ทุกคนมีความสุขและดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ ทีมชุดนี้จะไม่มีวันทำให้พวกคุณผิดหวัง นักเตะกลุ่มนี้ เมื่ออยู่ด้วยกัน พวกเขาสามารถทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ ความเป็นหนึ่งเดียวของทีมชุดนี้ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษจริง ๆ"

เมสซี่ ยังเผยว่า ชัยชนะเหนือ อังกฤษ มีความหมายอย่างยิ่งต่อทั้งทีมและชาวอาร์เจนไตน์

"แม้มันจะเป็นเพียงเกมฟุตบอล แต่ตั้งแต่วินาทีที่เสียงเพลงชาติอาร์เจนตินาดังขึ้น เราทุกคนก็สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งที่พิเศษเกิดขึ้น นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะอีกนัดหนึ่ง เพราะชาวอาร์เจนตินาทั้งประเทศต่างเฝ้ารอและต้องการชัยชนะครั้งนี้อย่างสุดหัวใจ"

ทั้งนี้ หาก อาร์เจนตินา เอาชนะ สเปน ในนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ เมสซี่ จะมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นกัปตันทีมคนแรกที่พาทีมชาติคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน







ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport