หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน ยกย่องลูกทีมหลังเอาชนะ ฝรั่งเศส 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมชี้นักเตะทำให้ "เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย" และเดินหน้าลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 2
หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เฮดโค้ชทีมชาติสเปน กล่าวชื่นชมลูกทีม หลังพาทัพ "กระทิงดุ" เอาชนะ ฝรั่งเศส 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010
เกมนี้ สเปน เป็นฝ่ายทำผลงานได้เหนือกว่า และได้สองประตูจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล และ เปโดร ปอร์โร่ ส่งผลให้ "ลา โรฆา" มีโอกาสลุ้นคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ หลังเคยสร้างความสำเร็จครั้งแรกเมื่อปี 2010
นอกจากนี้ เด ลา ฟวนเต้ ยังพา สเปน สร้างสถิติเป็นชาติยุโรปทีมแรกที่คว้าชัย 8 นัดติดต่อกันในรอบน็อกเอาต์ของทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ (ฟุตบอลโลก และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป)
เด ลา ฟวนเต้ กล่าวว่า
"เราเริ่มต้นเมื่อเกือบ 4 ปีก่อนด้วยแนวคิดหนึ่ง และเรายึดมั่นกับแนวทางนั้นมาตลอด จนมันพาเรามาถึงจุดนี้"
"วันนี้เราเผชิญหน้ากับหนึ่งในทีมชาติที่ดีที่สุดในโลก แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งนั่นคือความแตกต่าง นักเตะทุกคนสมควรได้รับคำชื่นชมทั้งหมด เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามัคคี ความเสียสละ และพรสวรรค์ในทุก ๆ วัน พวกเขาทำให้สิ่งที่ยากกลายเป็นเรื่องที่ดูง่ายดาย"
ทั้งนี้ สเปน ขยายสถิติไม่แพ้ใครในทุกรายการเป็น 37 นัด (ชนะ 28 เสมอ 9) เทียบเท่าสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดของชาติจากยุโรปที่ อิตาลี เคยทำไว้ระหว่างเดือนตุลาคม 2018 ถึงเดือนกันยายน 2021 และหาก "ลา โรฆา" ไม่แพ้ในนัดชิงชนะเลิศ พวกเขาจะสร้างสถิติใหม่ในฐานะชาติยุโรปที่ไร้พ่ายยาวนานที่สุดแต่เพียงผู้เดียว