ฝรั่งเศส เต็งแชมป์โลก 2026! วิเคราะห์ 3 ทีมที่อาจหยุด "ตราไก่" ได้

ฝรั่งเศส เต็งแชมป์โลก 2026! วิเคราะห์ 3 ทีมที่อาจหยุด "ตราไก่" ได้
ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มสุดแกร่งสมราคาเต็งหนึ่งฟุตบอลโลก 2026 หลังยิง 14 ประตูจาก 5 นัด เสียแค่ 2 ลูก แต่เส้นทางสู่แชมป์ยังต้องเจอบททดสอบจาก โมร็อกโก, สเปน และแชมป์เก่า อาร์เจนตินา ที่พร้อมโค่นพวกเขาทุกเมื่อ

ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ทีมชาติฝรั่งเศส ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 และตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทัพ "ตราไก่" ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาคู่ควรกับสถานะดังกล่าว ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมและการเล่นเป็นทีมที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่หลายฝ่ายคาดเอาไว้

คำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจของแฟนบอลทั่วโลกคือ "จะมีใครหยุดฝรั่งเศสได้หรือไม่?"

ทีมของ ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือการคว้าแชมป์โลก ด้วยขุมกำลังที่แข็งแกร่งทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะเกมรุกที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลกซึ่งพร้อมสร้างความแตกต่างได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม แม้ ฝรั่งเศส จะดูแข็งแกร่งรอบด้าน แต่ก็ยังมีบางชาติที่มีศักยภาพและรูปแบบการเล่นมากพอจะสร้างปัญหาให้กับทัพ "เลส์ เบลอส์" ได้ หากต้องเผชิญหน้ากันบนเส้นทางสู่บัลลังก์แชมป์โลก

ฝรั่งเศส ทีมที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ

ทั้งศักยภาพเฉพาะตัวของนักเตะและระบบการเล่นเป็นทีม ทำให้ ฝรั่งเศส กลายเป็นทีมที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับคู่แข่งทุกชาติ ขุมกำลังแน่นทุกตำแหน่งแทบไม่มีจุดอ่อน พร้อมเล่นด้วยความมั่นใจและความนิ่ง ราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายเดียวคือการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ต่อจากปี 1998 และ 2018

โดยเฉพาะแนวรุกของ "ตราไก่" ที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง เมื่อมีสามประสานอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้, ไมเคิล โอลิเซ่ และ อุสมาน เดมเบเล่ เป็นหัวใจสำคัญ พวกเขาพาทีมยิงไปแล้ว 14 ประตูจาก 5 นัด

เกมรุกของฝรั่งเศสขับเคลื่อนโดย เอ็มบัปเป้ ที่ระเบิดฟอร์มยิง 7 ประตู 2 แอสซิสต์ ขณะที่ โอลิเซ่ ทำไป 5 แอสซิสต์ จาก 5 นัด ส่วน เดมเบเล่ มีส่วนร่วมกับประตูถึง 6 ลูก จากผลงาน 4 ประตู 2 แอสซิสต์ รวมถึงแฮตทริกในเกมพบ นอร์เวย์

การประสานงานของทั้งสามคนเป็นไปอย่างลงตัว ทั้งการสลับตำแหน่ง เชื่อมเกม และเจาะแนวรับคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในแนวรุกที่อันตรายที่สุดของฟุตบอลโลกครั้งนี้

รุกโหด รับแน่น

ฝรั่งเศสยิงได้เฉลี่ย 2.8 ประตูต่อเกม จากผลงาน 14 ประตู แบ่งเป็น 11 ประตูในกรอบเขตโทษ และ 3 ประตูจากนอกกรอบ

นอกจากนี้ พวกเขายังสร้างโอกาสทองเฉลี่ย 4.2 ครั้งต่อเกม, ยิง 17.6 ครั้งต่อเกม, ยิงตรงกรอบ 7.8 ครั้ง, เลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 10 ครั้ง และสร้างเกมโต้กลับถึง 14 ครั้ง ตลอดทัวร์นาเมนต์

ขณะเดียวกัน เกมรับก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน โดยเสียเพียง 2 ประตูจาก 5 นัด และเก็บได้ 3 คลีนชีต

หัวใจสำคัญในแนวรับคือ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่รับมือได้ยากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ภาพรวมแล้ว ฝรั่งเศสเสียประตูเฉลี่ยเพียง 0.4 ลูกต่อเกม พร้อมสถิติเข้าสกัดเฉลี่ย 15.2 ครั้ง, ตัดบอล 7.6 ครั้ง และแย่งบอลกลับมาครองได้ถึง 51.6 ครั้งต่อเกม สะท้อนถึงความสมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ

โมร็อกโก ไม่ธรรมดาเช่นกัน

หลังเฉือน ปารากวัย ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศสมีคิวดวล โมร็อกโก ในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เมืองฟอกซ์โบโรห์ รัฐแมสซาชูเซตส์

แม้ทัพ "ตราไก่" จะถูกยกเป็นต่อ แต่ โมร็อกโก แสดงให้เห็นตั้งแต่ต้นทัวร์นาเมนต์ว่าพวกเขาเป็นทีมที่เต็มไปด้วยคุณภาพ ทั้งเกมโต้กลับอันรวดเร็ว ความเร็วของแนวรุก และเกมรับที่มีวินัย

นอกจากนี้ ยังมีแรงจูงใจพิเศษในการล้างแค้น หลังเคยแพ้ ฝรั่งเศส 0-2 ในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งยุติเส้นทางประวัติศาสตร์ของพวกเขา

สเปน คู่ปรับที่ฝรั่งเศสมักเจองานหนัก

หาก ฝรั่งเศส ผ่าน โมร็อกโก และ สเปน เอาชนะ เบลเยียม ได้ ทั้งสองทีมจะโคจรมาพบกันในรอบรองชนะเลิศ

จากสถิติการพบกัน 40 นัด สเปนเหนือกว่าด้วยผลงาน ชนะ 19 นัด ยิงได้ 77 ประตู ขณะที่ฝรั่งเศสชนะ 13 นัด ยิงได้ 48 ประตู และเสมอกัน 8 นัด

การพบกันครั้งล่าสุดคือรอบรองชนะเลิศ ยูโร 2024 ซึ่ง สเปน เป็นฝ่ายเฉือนชนะ 2-1

ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ สเปน ยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียวจาก 5 นัด พร้อมทำได้ 9 ประตู และเป็นทีมเดียวของทัวร์นาเมนต์ที่รักษาคลีนชีตได้ 100 เปอร์เซ็นต์

พวกเขาครองบอลเฉลี่ย 65.4% ต่อเกม จ่ายบอลแม่นยำถึง 90.5% หรือเฉลี่ย 598 ครั้งต่อเกม พร้อมเกมรับที่เหนียวแน่นจากการเก็บ 5 คลีนชีต, เข้าสกัด 15.4 ครั้ง และแย่งบอลกลับมาครองเฉลี่ย 50.8 ครั้งต่อเกม

ด้วยสไตล์การครองเกมและเกมรับอันแข็งแกร่ง สเปนอาจเป็นบททดสอบที่หนักที่สุดของฝรั่งเศส หากทั้งสองทีมได้พบกันในรอบตัดเชือก

อาร์เจนตินา แชมป์เก่าที่มีอดีตค้างคากับฝรั่งเศส

แฟนบอลทั่วโลกต่างเฝ้ารอการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ระหว่าง ฝรั่งเศส กับ อาร์เจนตินา

ทั้งสองชาติทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดย อาร์เจนตินา ยังรักษามาตรฐานของแชมป์เก่า หลังคว้าแชมป์กลุ่มด้วยผลงานชนะรวด และล่าสุดพลิกจากตามหลัง อียิปต์ 0-2 กลับมาแซงชนะ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ

สถิติการพบกันตลอด 40 นัด ก็ยังเป็น อาร์เจนตินา ที่เหนือกว่า ด้วยผลงาน ชนะ 19 นัด ขณะที่ ฝรั่งเศส ชนะ 13 นัด และเสมอ 8 นัด

จนถึงเวลานี้ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงไปแล้ว 8 ประตู รั้งตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ และยังเป็นนักเตะที่แนวรับฝรั่งเศสต้องจับตาเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม อาร์เจนตินาไม่ได้พึ่งพาเมสซี่เพียงคนเดียว ทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี่ สามารถสลับระบบระหว่าง 4-3-3, 4-2-3-1 และ 4-4-2 ได้อย่างยืดหยุ่น

แดนกลางที่มี เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โรดริโก้ เด ปอล เป็นหัวใจสำคัญของระบบเพรสซิ่ง ขณะที่คู่กองหน้า เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ และ ฮูเลียน อัลวาเรซ พร้อมลงโทษคู่แข่งได้ทุกเมื่อ

ด้วยคุณภาพนักเตะ ความยืดหยุ่นทางแท็กติก และประสบการณ์ของแชมป์เก่า ทำให้ อาร์เจนตินา ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่สุดของ ฝรั่งเศส บนเส้นทางสู่แชมป์ฟุตบอลโลก 2026



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport