วิเคราะห์เหตุผลที่ อังกฤษ ควรใช้ ไอแวน โทนี่ย์ เป็นแผนสำรองของ โธมัส ทูเคิ่ล เมื่อ แฮร์รี่ เคน ถูกคู่แข่งตามประกบในฟุตบอลโลก 2026 หลังเกมเสมอ กานา เผยจุดเด่นที่อาจเปลี่ยนเกมรุกสิงโตคำราม
อังกฤษ เจอบททดสอบสำคัญจาก กานา เมื่อทัพ "ดาวดำ" ใช้แท็กติกเด็ดหยุดเกมรุกของทัพ "สิงโตคำราม" ด้วยการตัด แฮร์รี่ เคน ออกจากเกม และต้องยอมรับว่าแผนดังกล่าวได้ผลอย่างดีเยี่ยม
ในแมตช์นั้นกว่าที่กัปตันทีมชาติอังกฤษจะได้โอกาสยิงแบบจะแจ้งก็ต้องรอถึงนาทีที่ 87 เมื่อ นิโก้ โอไรลี่ โหม่งไปชนคาน ก่อนบอลจะเด้งมาเข้าทาง เคน ในระยะเพียง 8 หลา แต่เจ้าตัวกลับซัดข้ามคานออกไป
จังหวะดังกล่าวสะท้อนภาพรวมของเกมได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพราะ เคน โดนตัดออกไปจากเกมเท่านั้น แต่เป็นเพราะเขาแทบไม่มีโอกาสจบสกอร์ด้วยตัวเอง และต้องถอยลงมาช่วยสร้างสรรค์เกมมากกว่ารอเข้าฮอสในเขตโทษ
เคน โดน โธมัส ปาร์เตย์ ตามประกบอย่างใกล้ชิดทุกครั้งที่เขาถอยลงมายืนต่ำ ทำให้เขาไม่สามารถคุมจังหวะเกมได้อย่างที่ถนัด อย่างไรก็ตาม กองหน้าวัยเก๋าตอบสนองอย่างชาญฉลาดด้วยการพยายามดึงมิตฟิลด์ตัวรับของกานาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งสอดเข้าไปเล่นงานแนวรับ
ปัญหาคือ อังกฤษ ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่ เคน สร้างขึ้นได้เลย และยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งดูเหมือนว่าทีมต้องการทางแก้ที่มีความเฉพาะทางมากกว่านี้ แต่ โธมัส ทูเคิ่ล ก็ไม่เคยปรับเปลี่ยนหมากในลักษณะที่สามารถใช้ประโยชน์จากช่องว่างที่การเคลื่อนที่ของ เคน สร้างขึ้นได้
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ ทูเคิ่ล ควรจะพัฒนาแผน บี โดยเฉพาะการใช้ ไอแวน โทนี่ย์ กองหน้าจอมเก๋า เพราะเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติที่สามารถสร้างประโยชน์ในกรณีที่ เคน โดนตามประกบติดจนต้องถอยมายืนต่ำ
กองหน้าอัล อาห์ลี ไม่ใช่ในฐานะตัวแทนของ เคน แต่เป็นกองหน้าที่มีคุณสมบัติเสริมกันได้อย่างลงตัว หากสตาร์ดาวยิงบาเยิร์น มิวนิค ถอยลงมาต่ำเพื่อดึงคู่แข่งออกจากโครงสร้างเกมรับ อังกฤษ ก็จำเป็นต้องมีนักเตะสักคนที่พร้อมเข้าไปยืนครองพื้นที่ว่างที่กัปตันทีมชาติอังกฤษสร้างไว้
แม้ว่า โอลลี่ วัตกิ้นส์ จะเป็นตัวเลือกที่แฟนบอลหลายคนอยากเห็น เพราะทำผลงานในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่สไตล์ของดาวเตะแอสตัน วิลล่า อาศัยการวิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับคู่แข่งเป็นหลัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คู่แข่งซึ่งเน้นการเล่นเกมรับแทบไม่เปิดโอกาสให้ อังกฤษ ได้ใช้งานเลย
ตรงกันข้าม โทนี่ย์ ซึ่งเป็นกองหน้าที่เล่นได้ดีเมื่อหันหลังให้ประตู สามารถต่อสู้กับกองหลังคู่แข่ง แย่งบอลกลางอากาศ และยืนค้ำสร้างปัญหาให้เซนเตอร์แบ็กได้ตลอดทั้งเกม
จากข้อมูลของ Machine Football ระบุว่า โทนี่ย์ อยู่ในกลุ่มนักเตะระดับท็อป 12% ของโลกในด้านการจบสกอร์ด้วยลูกกลางอากาศ และติดท็อป 7% ในด้านการโหม่งเกมรับ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางร่างกายและคุณสมบัติที่ทำให้เขาเป็นกองหน้าที่รับมือได้ยากอย่างยิ่ง
ด้วยรูปแบบเกมเวลาที่ อังกฤษ ต้องดวลกับคู่แข่งที่เน้นตั้งรับลึกและปิดพื้นที่ตรงกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ การส่ง โทนี่ย์ ลงมาเพิ่มมิติในกรอบเขตโทษ จึงดูเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการยึดติดกับรูปแบบเดิมตลอดทั้งเกม
สไตล์การเล่นของ โทนี่ย์ จะช่วยเปลี่ยนรูปเกมได้อย่างชัดเจน ลูกเปิดของ โนนี่ มาดูเอเก้ จะมีเป้าหมายในกรอบเขตโทษให้เล่นด้วยอย่างแท้จริง ขณะที่ จู๊ด เบลลิงแฮม จะมีโอกาสเข้าชาร์จบอลจังหวะสองมากขึ้น และเซนเตอร์แบ็กคู่แข่งจะถูกบีบให้ต้องปะทะทางร่างกายโดยตรง
ในเกมที่เสมอ กานา แบบไร้สกอร์ เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าคู่แข่งจะรับมือกับ เคน ยังไง และตอนนี้สิ่งที่ อังกฤษ ต้องมีอย่างเร่งด่วนคือ "แผนบี" ที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากยังไม่สามารถหาทางแก้ได้ ทีมอื่นๆ ก็อาจใช้สูตรเดียวกันนี้เล่นงานพวกเขาอีกครั้ง