สหรัฐอเมริกา เปิดบ้านถล่ม ปารากวัย 4-1 แคนาดา ไล่ตามตีเสมอ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1-1 ผลการแข่งขัน, บรรยากาศ, รายละเอียดของเกม ล้วนต่างกัน แต่มันก็มีจุดร่วมสำคัญอยู่หนึ่งอย่าง
ทั้งสองทีมทำให้แฟนบอลของตัวเองเชื่อว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการฟุตบอลในประเทศ
เริ่มจากที่ โตรอนโต
แคนาดา ลงเล่นฟุตบอลโลกบนแผ่นดินตัวเองเป็นครั้งแรก
ตั้งแต่ช่วงเช้า แฟนบอลรวมตัวกันที่ Trinity-Bellwoods Park
กองเชียร์ที่เรียกตัวเองว่า The Voyageurs เดินทางมาจากทั่วประเทศ
หลายคนขับรถข้ามเมือง ข้ามประเทศ เป้าหมายมีอย่างเดียว คือร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอลโลกนัดแรกบนแผ่นดินนี้
ธงสีแดงขาวถูกโบกเต็มท้องถนน เสียงร้องเพลงดังขึ้นตลอดเส้นทาง ขบวนเดินเข้าสนามพร้อมพลุและควันสีแดงขาวกลายเป็นภาพที่ โตรอนโต ไม่เคยเห็นมาก่อน
แคนาดา ชนะไม่ได้ก็จริง แต่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์อีกแบบ
ก่อนเกมนี้ แคนาดา ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว 6 นัด แล้วแพ้ทั้ง 6 นัด ไม่มีแม้แต่แต้มเดียว
โยโว ลูกิช ยิงให้ บอสเนีย ขึ้นนำในนาทีที่ 21
อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ ไม่มีชื่อจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริง
โจนาธาน เดวิด พลาดโอกาสทองในครึ่งแรก
ทุกอย่างดูไม่เข้าทางเจ้าภาพ แต่ แคนาดา ดีขึ้นในครึ่งหลัง
พวกเขาเริ่มครองพื้นที่แดนคู่แข่งได้มากขึ้น สร้างโอกาสต่อเนื่อง และตามตีเสมอจาก ไไคลน์ ลาริน กองหน้าตัวสำรอง
ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที เซอัด โคลาซินัช อดีตกองหลัง อาร์เซน่อล เพิ่งเคลียร์บอลบนเส้นแบบเหลือเชื่อช่วย บอสเนีย เอาไว้
สุดท้าย แคนาดา ได้แต้มที่คู่ควร หนึ่งคะแนน แต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของประเทศ
…
ลงไปที่มหานครลอสแอนเจลิส
เรื่องราวต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
สหรัฐอเมริกา เปิดฟุตบอลโลกด้วยชัยชนะ 4-1 เหนือ ปารากวัย
หลายคนมองว่านี่คือหนึ่งในฟอร์มที่ดีที่สุดของทีมชาติสหรัฐฯ ในฟุตบอลโลก หลังจากแบกรับความคาดหวังมหาศาล
คริสเตียน พูลิซิช ตอบโจทย์ทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ เขามีส่วนกับสองประตูแรก
โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าที่เลือกเล่นให้ สหรัฐฯ แทน อังกฤษ ยิงสองประตู
เสียงเชียร์ "USA! USA!" ดังสนั่นทั่ว SoFi Stadium
แฟนบอลกว่า 70,000 คนตอบสนองทุกจังหวะในสนาม
นี่คือภาพที่วงการฟุตบอล สหรัฐฯ รอคอยมานาน
ตลอดช่วงก่อนฟุตบอลโลก สหรัฐฯ ต้องเจอกับคำถามมากมาย
หลายเกมเล่นในสนามที่มีคนดูไม่เต็ม
หลายครั้งเหมือนเป็นทีมเยือนทั้งที่เล่นในบ้าน
ราคาตั๋วฟุตบอลโลกถูกวิจารณ์อย่างหนัก
มีคนกังวลว่าสนามจะขายไม่หมด
แต่สุดท้ายแฟนบอลก็มากันเต็มสนาม
หลายคนตัดสินใจซื้อตั๋วในช่วงสัปดาห์สุดท้าย เพราะไม่อยากพลาดบรรยากาศแบบนี้
นักเตะส่งพลังให้แฟนบอล แฟนบอลส่งพลังกลับให้นักเตะ วงจรดังกล่าวเกิดขึ้นตลอดทั้งเกม
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องการสร้างความเชื่อมโยงแบบนี้มาตลอด และในที่สุดมันก็เกิดขึ้น
สหรัฐฯ ยังสร้างอีกหนึ่งประวัติศาสตร์จากเกมนี้
ประตูที่สี่จาก จิโอ เรย์น่า ทำให้พวกเขายิงได้ 4 ประตูในฟุตบอลโลกนัดเดียวเป็นครั้งแรก
ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าจำนวนประตูทั้งหมดที่พวกเขาทำได้ในฟุตบอลโลก 2022 ที่ กาตาร์ เสียอีก
ฟุตบอลโลกครั้งนี้ยังมีเรื่องใหม่เกิดขึ้น วีเออาร์ เข้ามาแทรกแซงจังหวะหนึ่งในครึ่งหลัง
ไม่ใช่จังหวะล้ำหน้า ไม่ใช่จุดโทษ และไม่ใช่ประตู
วีเออาร์ ถูกใช้ในกรณี "Mistaken Identity" หรือ "ระบุตัวผู้กระทำผิดผิดคน"
ตอนแรก ทิม รีม ถูกให้ใบเหลืองจากการทำฟาวล์ มิเกล อัลมิรอน
หลังตรวจสอบภาพช้า ผู้ตัดสินพบว่า รีม ไม่ได้สัมผัสคู่แข่ง ใบเหลืองจึงถูกยกเลิก และเปลี่ยนไปเป็นใบเหลืองของ อัลมิรอน ฐานพุ่งล้ม
นี่คือหนึ่งในกฎใหม่ที่ถูกนำมาใช้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และอาจกลายเป็นสัญญาณเตือนไปถึงนักเตะทุกทีม
ฟุตบอลโลก 2026 เพิ่งเริ่มต้น แคนาดา ได้แต้มแรกในประวัติศาสตร์ สหรัฐอเมริกา ยิงได้ 4 ประตูในนัดเดียวเป็นครั้งแรก
เจ้าภาพทั้งสองทีมออกสตาร์ตต่างกัน แต่ความรู้สึกของแฟนบอลอาจไม่ต่างกันมากนัก
พวกเขากำลังเห็นทีมชาติของตัวเองสร้างหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่
และนี่เพิ่งเป็นเพียงเกมแรกเท่านั้น
HOSSALONSO