ไบรอัน รีเมอร์ ผู้จัดการทีมเดนมาร์ก เปิดใจวินาทีช็อก คริสเตียน เอริคเซ่น วูบหมดสิติคาสนามเกมอุ่นเครื่องยูเครน ยอมรับตอนแรกนึกว่าเจ็บจากการปะทะ ชมแพทย์ช่วยชีวิตทัน
ไบรอัน รีเมอร์ ผู้จัดการทีมทีมชาติเดนมาร์ก ออกมาเปิดใจถึงวินาทีเฉียดตายของ คริสเตียน เอริคเซ่น หลังเกิดอาการวูบล้มฟุบคาสนาม ยอมรับตอนแรกนึกว่าเจ็บจากการปะทะ ก่อนชมทีมแพทย์คุมสถานการณ์เยี่ยมจนรอดหวุดหวิด
เกิดเหตุไม่คาดฝันในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เกมอุ่นเครื่องระหว่าง ทีมชาติเดนมาร์ก พบ ทีมชาติยูเครน เมื่อ คริสเตียน เอริคเซ่น จอมทัพคนสำคัญของทัพโคนม เกิดล้มฟุบวูบหมดสติไปดื้อ ๆ คาสนาม ส่งผลให้แมตช์การแข่งขันที่ต้องถูกยกเลิกไปกลางคัน
ล่าสุด ไบรอัน รีเมอร์ ผู้จัดการทีมชาติเดนมาร์ก ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อดังอย่าง TV2 Sport เพื่อเปิดใจถึงเหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนี้
รีเมอร์ ยอมรับตามตรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทุกคนในทีมถึงกับขวัญกระเจิงและตกใจสุดขีด แต่โชคดีที่ทีมแพทย์ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนช่วยชีวิตห้องเครื่องรายนี้ไว้ได้ทันท่วงที
"มันเป็นประสบการณ์ที่น่าช็อกและสะเทือนขวัญสำหรับทุกคนจริง ๆ แต่แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนแรกคือการได้รับรายงานอาการของ คริสเตียน ซึ่งต้องชื่นชม ดร.มอร์เทน โบเซน ที่จัดการสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถแจ้งข่าวดีกับพวกเราได้ว่า เอริคเซ่น ปลอดภัยแล้ว นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด" นายใหญ่ทัพโคนม กล่าว
นอกจากนี้ รีเมอร์ ยังได้เล่าถึงนาทีระทึกในช่วงเวลาก่อนที่ดาวเตะคนสำคัญจะหมดสติไป โดยสารภาพว่าตอนแรกเขาเข้าใจผิดว่า เอริคเซ่น แค่บาดเจ็บจากการปะทะในเกมเท่านั้น
"คริสเตียน เอริคเซ่น ยังโบกมือให้เพื่อนร่วมทีมอยู่เลยตอนที่เขากำลังจะเดินออกจากสนาม ซึ่งไม่กี่นาทีก่อนที่เขาจะล้มป่วยลง เขาเพิ่งจะมีการปะทะและเบียดแย่งบอลกับ รุสลัน มาลินอฟสกี้ มา ตอนแรกผมเลยคิดว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาดูเจ็บปวดและทรมานขนาดนั้น แต่สุดท้ายผมคิดผิด"
"และนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ทั้งตัวผมเองรวมไปถึงผู้เล่นทุกคนบนสนาม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเราไม่มีกะจิตกะใจที่จะแข่งขันในแมตช์นี้ต่อได้อีกแล้ว สภาพจิตใจมันพังทลายไปหมด"
"ตอนนี้ผมตั้งตารอที่จะได้พบเขา และกำลังจะเดินทางไปเยี่ยมเขาทันทีที่มีโอกาส ผมจำเป็นต้องเห็นหน้าและพูดคุยกับเขาด้วยตัวเอง เพราะผมรู้สึกได้ว่าชายคนนี้มีความหมายกับผมมาก ๆ มีผู้เล่นบางคนที่คุณจะสนิทด้วยเป็นพิเศษ"
"ซึ่งเขาก็คือหนึ่งในนั้น และหลังจากนั้นเรายังได้ร่วมงานกันในทีมชาติอีก เขาคือคนที่ผมมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและรู้จักเป็นอย่างดี"
“นั่นคือสาเหตุที่ทำไมเรื่องนี้ถึงส่งผลกระทบต่อจิตใจของผมอย่างมาก” รีเมอร์ กล่าวทิ้งท้าย