ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม เอฟ : เนเธอร์แลนด์เต็งแต่ญี่ปุ่นพร้อมล้มยักษ์

ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม เอฟ : เนเธอร์แลนด์เต็งแต่ญี่ปุ่นพร้อมล้มยักษ์
พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเอฟ เนเธอร์แลนด์ถูกยกเป็นเต็งแชมป์กลุ่ม แต่ญี่ปุ่นพร้อมท้าชน ขณะที่สวีเดนและตูนิเซียหวังสร้างเซอร์ไพรส์ลุ้นตั๋วรอบน็อกเอาต์

ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม เอฟ ประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, สวีเดน และ ตูนิเซีย โดยมีทัพ "อัศวินสีส้ม" เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งจากคุณภาพขุมกำลังและประสบการณ์บนเวทีระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น ที่ผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ถึง 4 จาก 6 ฟุตบอลโลกหลังสุด กำลังตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรก ขณะที่ สวีเดน ภายใต้การคุมทีมของ แกรม พอตเตอร์ กลับมามีความหวังอีกครั้ง ส่วน ตูนิเซีย หวังลบสถิติไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

ด้วยคุณภาพที่ไม่ห่างกันมากนัก โดยเฉพาะการแย่งชิงอันดับ 2 ของกลุ่ม ทำให้กลุ่ม เอฟ มีแนวโน้มเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย

โปรแกรมการแข่งขันกลุ่ม เอฟ

นัดแรก

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน

03.00 น. เนเธอร์แลนด์ พบ ญี่ปุ่น

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน

09.00 น. สวีเดน พบ ตูนิเซีย

นัดที่ 2

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน

00.00 น. เนเธอร์แลนด์ พบ สวีเดน

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน

11.00 น. ตูนิเซีย พบ ญี่ปุ่น

นัดสุดท้าย

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน

06.00 น. ญี่ปุ่น พบ สวีเดน

06.00 น. ตูนิเซีย พบ เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์ : เต็งหนึ่งของกลุ่มกับภารกิจล่าแชมป์โลกสมัยแรก

อันดับฟีฟ่า : 7

โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : เต็งหนึ่ง

แม้จะเป็นหนึ่งในชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกโดยผ่านเข้าชิงชนะเลิศถึง 3 ครั้ง แต่ เนเธอร์แลนด์ ยังไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์โลก

ทีมชุดนี้ยังคงเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับแนวหน้าของยุโรป นำโดย เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ไรอัน กราเฟนแบร์ค, ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส, โกดี้ คักโป และ เมมฟิส เดอปาย แม้จะขาดผู้เล่นอย่าง ชาฟี ซิมอนส์ และ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ จากอาการบาดเจ็บก็ตาม

ด้วยคุณภาพขุมกำลังที่เหนือกว่าคู่แข่งในกลุ่ม พวกเขาจึงถูกยกให้เป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์กลุ่ม เอฟ

กุนซือข้างสนาม

โรนัลด์ คูมัน

อดีตกองหลังระดับตำนานทีมชาติเนเธอร์แลนด์กลับมาคุมทีมชาติเป็นคำรบที่สองในปี 2023 โดยยังคงยึดแนวทางฟุตบอลเกมรุกและอาศัยผู้เล่นจากลีกชั้นนำของยุโรปเป็นแกนหลัก

นักเตะน่าจับตา

โกดี้ คักโป

แนวรุกจากลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของทีม ด้วยความเร็ว ความเฉียบคม และประสบการณ์ในเกมระดับสูง

ญี่ปุ่น : ซามูไรบลูส์หวังทะลุรอบ 8 ทีมครั้งแรก

อันดับฟีฟ่า : 18

โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ตัวเต็งเข้ารอบ

ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติชั้นนำของเอเชียอย่างเต็มตัว หลังผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา

แม้จะขาด คาโอรุ มิโตมะ และ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่ทีมยังมีแกนหลักคุณภาพสูงอย่าง วาตารุ เอ็นโด, ทาเคฟุสะ คุโบะ, ไดจิ คามาดะ, ริตซึ โดอัน, ไดเซน มาเอดะ และ ไซอง ซูซูกิ

หากผ่านเกมเปิดสนามกับเนเธอร์แลนด์ได้แบบมีแต้ม โอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์ของพวกเขาจะสดใสทันที

กุนซือข้างสนาม

ฮาจิเมะ โมริยาซึ

กุนซือมากประสบการณ์ที่กลายเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คุมทีมชาติญี่ปุ่นลุยฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย โดยมีจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นทางแท็กติกและการเล่นเกมโต้กลับที่รวดเร็ว

นักเตะน่าจับตา

ทาเคฟุสะ คุโบะ

เพลย์เมกเกอร์จากเรอัล โซเซียดาด ถูกคาดหวังให้เป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุกและกุญแจสำคัญในการปลดล็อกแนวรับคู่แข่ง

สวีเดน : พอตเตอร์ปลุกชีพ ลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์

อันดับฟีฟ่า : 38

โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ม้ามืด

สวีเดนเกือบพลาดฟุตบอลโลก 2026 หลังทำผลงานไม่ดีในรอบคัดเลือก แต่การแต่งตั้ง แกรม พอตเตอร์ เข้ามาคุมทีมช่วยให้พวกเขากลับมาอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง

แนวรุกของทีมถือว่าน่ากลัวไม่น้อย นำโดย วิคตอร์ โยเคเรส, อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ แอนโธนี่ เอลังก้า ขณะที่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ รับบทกัปตันทีม

หากสามารถเก็บชัยชนะเหนือ ตูนิเซีย ในนัดแรกได้ โอกาสลุ้นเข้ารอบจะเปิดกว้างทันที

กุนซือข้างสนาม

แกรม พอตเตอร์

อดีตกุนซือไบรท์ตันและเชลซี เข้ามารับงานช่วงปลายปี 2025 พร้อมปรับปรุงระบบทีมใหม่ โดยเน้นความแข็งแกร่งในเกมรับควบคู่กับประสิทธิภาพเกมรุก

นักเตะน่าจับตา

วิคตอร์ โยเคเรส

ดาวยิงฟอร์มแรงที่ถูกคาดหวังให้แบกรับภาระการทำประตู โดยเฉพาะหาก อิซัค ยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยจากปัญหาอาการบาดเจ็บ

ตูนิเซีย : ภารกิจลบสถิติไม่เคยผ่านรอบแรก

อันดับฟีฟ่า : 45

โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ค่อนข้างน้อย

ตูนิเซียสร้างสถิติเป็นชาติแอฟริกาที่ลงเล่นฟุตบอลโลกอย่างน้อย 5 ครั้ง แต่ยังไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้เลย

ทีมชุดนี้มีผู้เล่นที่น่าจับตามองอย่าง ฮันนิบาล เมจบรี้ และกัปตันทีม เอลเยส สคิรี่ โดยหวังใช้ความเหนียวแน่นและวินัยเกมรับเป็นจุดแข็งในการต่อกรกับคู่แข่งที่เหนือกว่า

การพบ สวีเดน ในนัดเปิดสนามอาจเป็นเกมสำคัญที่สุดของพวกเขาในรอบแบ่งกลุ่ม

กุนซือข้างสนาม

ซาบรี้ ลามูชี่

อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสเชื้อสายตูนิเซีย เข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นปี 2026 พร้อมภารกิจสำคัญในการพา "อินทรีแห่งคาร์เธจ" สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

นักเตะน่าจับตา

ฮันนิบาล เมจบรี้

มิดฟิลด์วัยหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์ในฟุตบอลอังกฤษมาแล้ว และถูกคาดหวังให้เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเกมของตูนิเซีย

วิเคราะห์กลุ่ม เอฟ

ในภาพรวม เนเธอร์แลนด์ ดูเหนือกว่าทุกทีมทั้งในแง่คุณภาพนักเตะ ประสบการณ์ และความลึกของขุมกำลัง จึงถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งของกลุ่มอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การแย่งชิงอันดับ 2 น่าจะเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้นระหว่าง ญี่ปุ่น และ สวีเดน โดยทีมซามูไรบลูส์มีภาษีดีกว่าเล็กน้อยจากความต่อเนื่องของผลงานในฟุตบอลโลกช่วงหลัง

ส่วน ตูนิเซีย แม้จะถูกมองเป็นทีมรอง แต่ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบได้ พวกเขายังคงมีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม เอฟ จึงมีแนวโน้มสูงที่การลุ้นเข้ารอบจะยืดเยื้อไปจนถึงเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026



ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport