โมเม ธนัชชา เปิดใจปมหลุดทีมชาติซีเกมส์ ยันเหตุผลไม่ใช่เหนื่อยล้าจากลีกเกาหลี

โมเม ธนัชชา เปิดใจปมหลุดทีมชาติซีเกมส์ ยันเหตุผลไม่ใช่เหนื่อยล้าจากลีกเกาหลี
“โมเม” ธนัชชา สุขสด เปิดใจถึงเหตุไม่ได้ร่วมทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยในซีเกมส์ ยืนยันข้อมูลที่ระบุว่าขอพักเพราะเหนื่อยล้าจากการเล่นลีกเกาหลีใต้ไม่ตรงกับเหตุผลที่แจ้งกับ “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ พร้อมเผยความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการไม่ถูกเลือกติดทีม และผลกระทบทางจิตใจที่สะสมจนตัดสินใจถอยจากทีมชาติในปีนี้

"โมเม" ธนัชชา สุขสด นักวอลเลย์บอลหญิงไทย ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่นำไปสู่การตัดสินใจไม่เข้าร่วมทีมชาติไทยในปีนี้ โดยชี้แจงผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ส่วนตัวว่า สาเหตุไม่ได้มาจากความเหนื่อยล้าจากการเล่นลีกตามที่เคยมีข้อมูลปรากฏออกมา แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกต่อกระบวนการพิจารณาผู้เล่นและสภาพจิตใจของตัวเอง

ธนัชชาระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับ “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย และอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจไว้แล้ว โดยการออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งหรือเรียกร้องความเห็นใจ แต่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวจากมุมของตัวเอง เพื่อปิดบาดแผลที่ติดค้างและเดินหน้าต่อในเส้นทางอาชีพ

ยันเหตุผลไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการเล่นลีก

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ธนัชชา ต้องการชี้แจงคือเหตุผลของการไม่เข้าร่วมทีมชาติ หลังที่ผ่านมาเคยมีการให้ข้อมูลว่าเจ้าตัวขอพักเพราะเหนื่อยล้าจากการเล่นลีก โดยเธอยืนยันว่าไม่ตรงกับสิ่งที่แจ้งต่อทีม

ธนัชชาโพสต์ข้อความว่า

"ทำไมถึงไม่ได้เข้าร่วมทีมชาติไทยในปีที่ผ่านมา ? หลาย ๆ คนคงทราบจากข่าวและการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่า หนูขอพักเพราะมีอาการเหนื่อยล้าจากการเล่นลีก หนูขอใช้พื้นที่ตรงนี้ยืนยันว่าเหตุผลที่หนูแจ้งกับทีมไม่ได้เป็นไปตามข้อความที่ปรากฏในข่าวค่ะ หนูได้พูดคุยกับผู้จัดการทีมชาติ (พี่กิ๊ฟ) และอธิบายเหตุผลในการไม่เข้าร่วมทีมชาติไปว่า

"หนูไม่สามารถเข้าร่วมในเกมที่หนูรู้สึกว่าไม่แฟร์ ได้ค่ะ ถ้าวันนี้ทีมชาติไม่ใช่พื้นที่ที่หนูรู้สึกว่าความสามารถและความทุ่มเท ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม หนูก็ไม่สามารถฝืนทำร้ายจิตใจตัวเองเพื่อความฝันของหนูต่อไปได้อีกแล้ว มันเกินขีดจำกัดที่หนูจะรับมือไหวทางด้านจิตใจ"

หนูไม่ได้ไม่อยากทำค่ะ ตั้งแต่เติบโตมา หนูแทบจะมีความฝันอยู่เพียงอย่างเดียว คือการได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย การได้เล่นให้ประเทศของตัวเองเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต และไม่มีเหตุการณ์ใดที่จะเปลี่ยนแปลงความรักที่หนูมีต่อ การเล่นให้ประเทศได้

หนูได้พบเจอผู้คนมากมาย ได้รับโอกาสมากมาย และสร้างความทรงจำมากมายจากวอลเลย์บอลทีมชาติไทย หนูรักการเล่นให้ประเทศของหนู และหนูก็รักวอลเลย์บอลมากจริง ๆ

วันนี้ที่หนูต้องหยุด ไม่ใช่เพราะหนูไม่อยากทำอีกต่อไป แต่เพราะหนูรู้สึกว่าตัวเองไปต่อไม่ไหวแล้วจริง ๆ ใจของหนูไม่ไหวอีกแล้วค่ะ"

เผยจุดเปลี่ยนก่อนซีเกมส์

ธนัชชาเล่าถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากแรงกดดันจากการเล่นวอลเลย์บอลแล้ว ยังต้องเผชิญกับการสูญเสียคุณยายระหว่างเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่กับทีมชาติในเกมกระชับมิตรไทย-เกาหลีใต้

เจ้าตัวระบุว่า แม้ได้รับข่าวการสูญเสีย แต่เลือกอยู่ทำหน้าที่ต่อ เนื่องจากต้องการทำภารกิจให้เสร็จสิ้น โดยในเวลานั้นยังได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีม ก่อนแจ้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนในภายหลังและเดินทางกลับก่อนกำหนด

หลังกลับไปเล่นลีกเกาหลีใต้ ธนัชชาระบุว่าทีมของเธอทำผลงานได้ดีในช่วงต้นฤดูกาล กระทั่งปลายเดือนตุลาคมได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการทีมชาติ แจ้งว่าไม่ต้องเดินทางกลับมาแข่งขันซีเกมส์

ธนัชชาโพสต์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า

“ช่วงปลายเดือนตุลาคม หนูได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการทีมชาติไทย (พี่กิ๊ฟ) เพื่อแจ้งว่า "ซีเกมส์ไม่ต้องกลับมานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนจะใช้เด็กเล่น"

หนูตอบกลับไปได้เพียงคำว่า "ค่ะ :)"

ถ้าจะให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของหนูในตอนนั้น หนูเสียใจมากจริง ๆ ค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูทุ่มเทให้กับการเล่นเพื่อประเทศชาติ สละเวลาในชีวิตส่วนตัว และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดมาโดยตลอด หนูจึงรู้สึกว่าตัวเองสมควรได้รับการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาจากหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยตรง

ทั้งในเรื่องการตัดสินใจและเหตุผลเบื้องหลัง หนูมีคำถามมากมายที่อยากถาม แต่คนที่โทรมาแจ้งไม่ใช่คนที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ หนูจึงไม่ได้ถามอะไรออกไปในวันนั้น

คำถามเหล่านั้นยังคงอยู่ในใจหนูจนถึงวันนี้ค่ะ

1. ทำไมคุณถึงตัดสินใจแบบนี้คะ ?

2. หนูไม่เด็กตรงไหนคะ? ตอนที่คุณตัดสินใจว่าจะใช้ผู้เล่นอายุน้อย หนูอายุเพียง 25 ปีเองค่ะ

3. หากเหตุผลคือการต้องการใช้ผู้เล่นอายุน้อยเหตุใดรายชื่อผู้เล่น 14 คนที่ได้รับเลือกจึงมีผู้เล่นที่อายุน้อยกว่าหนูเพียง 4 ปี ?

4. หนูไม่สมควรได้รับโอกาสลงเล่นต่อหน้าครอบครัวของตัวเอง ในการแข่งขันซีเกมส์ที่จัดขึ้นในประเทศไทยบ้างหรือคะ ?

5. หนูไม่สมควรได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่อาจเป็นรางวัลแห่งความทุ่มเทและความอดทนที่ผ่านมาบ้างเลยหรือคะ?

6.แล้วที่ตอนต้นปีหนูอดทนทำหน้าที่ในวันที่คนที่หนูรักมากที่สุดจากไปคุณไม่เห็นคุณค่าความอดทนของหนูเลยเหรอคะ”

ยอมรับเหตุการณ์กระทบสภาพจิตใจ

นักตบสาวไทยระบุว่า สิ่งที่กระทบจิตใจมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงินหรือรางวัล แต่เป็นความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตัดสินใจดังกล่าว รวมถึงไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนโดยตรง

ธนัชชาเผยว่า ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้เผชิญทั้งความผิดหวัง วิตกกังวล นอนไม่หลับ และความเศร้า ขณะที่สภาพร่างกายได้รับผลกระทบตามมา โดยมีอาการบาดเจ็บข้อเท้าสองครั้งในช่วงที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

เธออธิบายถึงเหตุผลที่เลือกพูดเรื่องนี้ในเวลานี้ว่า

“ในฐานะนักกีฬาอาชีพ หนูรู้ดีว่าการดูแลร่างกายสำคัญแค่ไหน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่า การดูแลจิตใจของตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบาดแผลทางใจอาจไม่มีร่องรอยให้ใครมองเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เจ็บปวด และบางครั้งมันก็ยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดจริง ๆ ค่ะ

หนูต่อสู้กับความรู้สึกเหล่านี้มาอย่างเงียบ ๆ มาโดยตลอด และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หนูไม่ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่แรก”

ปฏิเสธปมน้อยใจเรื่องโอกาสลงสนาม

อีกประเด็นที่ ธนัชชา ชี้แจงคือกระแสที่มองว่าเธอไม่เข้าร่วมทีมชาติเพราะไม่พอใจเรื่องโอกาสลงสนาม หรือคิดว่าตัวเองควรได้รับโอกาสเหนือผู้เล่นคนอื่นในตำแหน่งเดียวกัน

เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ใช่เหตุผลดังกล่าว พร้อมกล่าวถึงรุ่นพี่ในตำแหน่งเดียวกันว่า

“ทุกคนคิดว่าหนูไม่รู้หรือคะว่าหนูกำลังยืนอยู่ข้างหลังบีหลังที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเอเชียในเวลานี้ ?

พี่บีมเป็นรุ่นพี่ในตำแหน่งเดียวกันที่หนูรัก เคารพ และรู้สึกว่าเป็นคนที่น่ารักกับหนูมาก ๆ คนหนึ่งในทีมชาติ หนูไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยหรือรู้สึกไม่พอใจที่ต้องอยู่ในบทบาทของตัวเองเลยค่ะ หนูเคารพการตัดสินใจของโค้ชในการเลือกใช้ผู้เล่นในแต่ละจังหวะเสมอ สิ่งที่หนูมั่นใจคือ หนูยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของทีมได้มากกว่านี้ และหนูก็ภูมิใจและเคารพเพื่อนร่วมทีมทุกคนในทุกตำแหน่ง เพราะพวกเราคือผู้เล่นที่ดีที่สุดที่ประเทศของเรามีในช่วงเวลานั้น และเราสามารถช่วยเหลือ สนับสนุน รวมถึงสลับเปลี่ยนกันทำหน้าที่เพื่อทีมได้”

ธนัชชายังระบุว่า ความเชื่อมั่นและความทะเยอทะยานเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นนักกีฬา พร้อมเขียนข้อความภาษาอังกฤษว่า

“You need ambition and the right amount of ego to become a great athlete. You have to want more to achieve more.”

เปิดใจเพื่อปล่อยวาง ก่อนเดินหน้าต่อ

ช่วงท้าย ธนัชชา ย้ำอีกครั้งว่าการออกมาพูดไม่ได้มีจุดประสงค์สร้างดราม่า กล่าวหา หรือทำให้บุคคลใดเสียหาย แต่ต้องการถ่ายทอดสิ่งที่เกิดขึ้นจากมุมมองและประสบการณ์ของตัวเอง หลังเก็บความรู้สึกดังกล่าวไว้นาน

เธอระบุว่า ปัจจุบันสภาพจิตใจดีขึ้นมาก พร้อมขอบคุณครอบครัว เพื่อน คนรัก และทุกคนที่อยู่เคียงข้างในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ก่อนทิ้งท้ายถึงเส้นทางจากนี้ว่า

"ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หนูขอย้ำอีกครั้งว่า หนูออกมาพูดเพราะต้องการให้ตัวเองได้ก้าวต่อไปอย่างสบายใจและปล่อยวางกับสิ่งที่เกิดขึ้น การเก็บทุกอย่างไว้ในใจมาตลอดมันหนักเกินไป และหนูคิดว่าตัวเองก็สมควรมีพื้นที่ได้พูดถึงความรู้สึกของตัวเองบ้างเช่นกัน

หนูไม่ได้ต้องการสร้างดราม่า ไม่ได้ต้องการกล่าวหาหรือทำให้ใครเสียหาย หนูเพียงต้องการเล่าความจริงจากมุมมองและประสบการณ์ของตัวเองค่ะ

รายละเอียดบางอย่างหนูอาจไม่ได้พูดถึงทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นด้วย

ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจากนี้ชีวิตและอนาคตของหนูจะเป็นอย่างไรนะคะ หนูยังเชื่อมั่นในเส้นทางของตัวเอง และทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแทนหนูค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง เป็นกำลังใจ และมอบความรักให้หนูเสมอมา

อะไรที่จะเกิดขึ้นก็ให้มันเกิดขึ้นค่ะ หนูจะเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง และจะเดินต่อไปในแบบที่หนูเชื่อมั่นเสมอ

No regrets. Never regret

ธนัชชา สุขสด”



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport