รู้จัก ภาวะกล้ามเนื้อสลาย สัญญาณเตือนอันตรายหลังนักวิ่งเสียชีวิต นิวยอร์กมาราธอน 2026

รู้จัก ภาวะกล้ามเนื้อสลาย สัญญาณเตือนอันตรายหลังนักวิ่งเสียชีวิต นิวยอร์กมาราธอน 2026
ทำความรู้จัก “ภาวะกล้ามเนื้อสลาย” หรือ Rhabdomyolysis หลังครอบครัว เรเชล อาปา นักวิ่งสาววัย 24 ปี เผยแพทย์ระบุภาวะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต หลังเธอหมดสติช่วงไมล์ที่ 24 ของนิวยอร์กซิตี้ มาราธอน 2026 พร้อมเช็กอาการเตือนและความเสี่ยงจากการออกกำลังกายหนัก

วงการวิ่งต้องพบกับข่าวเศร้า หลัง เรเชล อาปา (Rachel Apa) นักวิ่งสาวชาวอเมริกันวัย 24 ปี เสียชีวิตภายหลังหมดสติระหว่างการแข่งขัน นิวยอร์กซิตี้ มาราธอน 2026 (New York City Marathon) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569

เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณไมล์ที่ 24 ในเซ็นทรัลพาร์ก เหลือระยะทางอีกเพียงกว่า 2 ไมล์ก่อนถึงเส้นชัย โดยผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเข้าช่วยทำ CPR ก่อนที่ทีมแพทย์ประจำการแข่งขันจะเข้ารับช่วงต่อและใช้เครื่องกระตุกหัวใจ จากนั้นนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเธอเอาไว้ได้

ภายหลัง สตีฟ อาปา คุณพ่อของเธอเปิดเผยกับสื่อสหรัฐฯ ว่า แพทย์แจ้งกับครอบครัวว่าลูกสาวมี ภาวะกล้ามเนื้อสลาย หรือ Rhabdomyolysis ซึ่งสามารถเกิดขึ้นจากการออกแรงอย่างหนักได้

อย่างไรก็ตาม สำนักงานนิติเวชของนครนิวยอร์กยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่ได้ประกาศสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

ภาวะกล้ามเนื้อสลาย Rhabdomyolysis คืออะไร?

ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “Rhabdo” เป็นภาวะรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อได้รับความเสียหายและสลายตัว ส่งผลให้โปรตีนและสารต่างๆ ภายในเซลล์กล้ามเนื้อถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด

สารเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะไต และในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะไตเสียหายหรือไตวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ และภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทำไมการออกกำลังกายหนักจึงเสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย?

ภาวะกล้ามเนื้อสลายสามารถเกิดจากความเสียหายของกล้ามเนื้อได้หลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือ การออกแรงหรือออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อร่างกายต้องทำงานเกินระดับที่คุ้นเคย

กิจกรรมที่ใช้ความอดทนเป็นเวลานานอย่างการวิ่งมาราธอน หรือการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง จึงอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นได้ ขณะที่ความร้อนและการใช้ร่างกายอย่างหนักก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการวิ่งมาราธอนหรือออกกำลังกายหนักจะทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายในทุกคน และการวินิจฉัยจำเป็นต้องทำโดยแพทย์

สัญญาณเตือนภาวะกล้ามเนื้อสลายที่ควรระวัง

อาการของ Rhabdomyolysis อาจเกิดขึ้นหลังกล้ามเนื้อได้รับความเสียหายตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน โดยอาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่

1. ปวดกล้ามเนื้อผิดปกติ ปวดหรือเป็นตะคริวรุนแรงเกินกว่าที่คาดจากระดับการออกกำลังกาย

2. กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเหนื่อยผิดปกติ รู้สึกไม่มีแรง หรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่ปกติเคยทำได้

3. ปัสสาวะสีเข้ม มีลักษณะคล้ายสีชาหรือโคล่า

นอกจากนี้อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อน

สิ่งสำคัญคืออาการเหล่านี้อาจคล้ายกับภาวะขาดน้ำหรืออาการจากความร้อน จึงไม่สามารถวินิจฉัย Rhabdomyolysis จากอาการเพียงอย่างเดียวได้ หากมีอาการผิดปกติหลังออกกำลังกายอย่างหนักควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว

ตรวจภาวะกล้ามเนื้อสลายอย่างไร?

หนึ่งในการตรวจสำคัญคือการตรวจเลือดวัดระดับ Creatine Kinase (CK) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อ โดยแพทย์อาจตรวจซ้ำเพื่อติดตามว่าระดับ CK เพิ่มขึ้นหรือลดลง รวมถึงประเมินการทำงานของไตและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

ในผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง อาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำและรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อไตและติดตามภาวะแทรกซ้อน เช่น ระดับโพแทสเซียมสูงหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

นักวิ่งลดความเสี่ยงได้อย่างไร?

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหรือเตรียมตัววิ่งระยะไกล ควรเพิ่มระยะทางและความหนักของการฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความพร้อมของร่างกาย หลีกเลี่ยงการฝึกหนักเกินระดับที่คุ้นเคย รวมถึงให้ความสำคัญกับการพักฟื้นและการรับน้ำอย่างเหมาะสม

โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อน ควรระมัดระวังการใช้ร่างกายหนักเกินไป และหากมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง อ่อนแรงผิดปกติ หรือปัสสาวะมีสีเข้มหลังออกกำลังกาย ไม่ควรฝืนออกกำลังต่อหรือรอดูอาการด้วยตัวเอง แต่ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยเร็ว

กรณีของ เรเชล อาปา ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ Rhabdomyolysis หรือภาวะกล้ามเนื้อสลาย กลับมาเป็นประเด็นที่นักวิ่งและผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักควรรู้จัก โดยเฉพาะการสังเกตสัญญาณผิดปกติของร่างกายและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport