ทัพลูกซองรณยุทธไทยผงาดคว้า 3 เหรียญทอง ติดท็อป 5 ชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรีซ

ทัพลูกซองรณยุทธไทยผงาดคว้า 3 เหรียญทอง ติดท็อป 5 ชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรีซ
ทัพนักกีฬาลูกซองรณยุทธไทย สร้างผลงานกระหึ่มศึกชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรีซ คว้า 3 ทอง 4 เงิน 2 ทองแดง รั้งอันดับ 5 ตารางเหรียญ และเป็นชาติเดียวในเอเชียที่ติดท็อป 10

สมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย ส่งคณะนักกีฬาลูกซองรณยุทธทีมชาติไทยทั้งชายและหญิง รวมทั้งสิ้น 26 คน เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันปืนลูกซองรณยุทธชิงแชมป์โลก รายการ "2026 Shotgun World Shoot, Greece" ณ ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 โดยมีการประชันฝีมือรวมทั้งสิ้น 30 สนาม จากหลากหลายดิวิชัน

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักกีฬาไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ามาได้ 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ส่งผลให้ทีมชาติไทยจบใน อันดับที่ 5 ของตารางเหรียญรางวัล และเป็นเพียง ทีมเดียวจากทวีปเอเชีย ที่สามารถทำผลงานติดกลุ่ม 10 อันดับแรกของโลกได้สำเร็จ

สำหรับผลงาน 3 เหรียญทอง ของทัพนักกีฬาไทย ได้มาจาก:

  • ศิริวรรณ ทองคำ – ประเภทสแตนดาร์ด แมนน่วล ซีเนียร์ บุคคลหญิง

  • รอยเจิม วิทักขมนตรี – ประเภทโมดิฟายด์ ซีเนียร์ บุคคลหญิง

  • นฏกร ประมายันต์ – ประเภทสแตนดาร์ด ซีเนียร์ บุคคลหญิง

ขณะที่ 4 เหรียญเงิน ได้มาจาก:

  • ว.กัณนาเวช เผือกภูมิ – ประเภทโอเพ่น จูเนียร์ บุคคลชาย

  • ปณิชา ศิรวงศ์เดชา – ประเภทสแตนดาร์ด จูเนียร์ บุคคลหญิง

  • ประเภททีมโอเพ่น หญิง (พิมพ์มาดา เลิศไกร, ปริญธร จำเรียน, เกศารัตน์ ชัยยา, ณฐนันทน์ จันทร์เดช)

  • ประเภททีมสแตนดาร์ด แมนน่วล ชาย (ดาบตำรวจ พรรษา เกตุแก้ว, สรรค์ชัยพัฒน์ อุดมอมรรัตน์, ศิริวุฒิ เดชสุวรรณ, วิษณุ พวงลำเจียก)

ด้าน 2 เหรียญทองแดง ได้มาจาก:

  • นภดล น้ำตาปี – ประเภทโอเพ่น ซูเปอร์จูเนียร์ บุคคลชาย

  • ด.ต.พรรษา เกตุแก้ว – ประเภทสแตนดาร์ด แมนน่วล บุคคลชาย

ส่วนตำแหน่งเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งนี้ ตกเป็นของ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ครองอันดับ 1 ด้วยผลงาน 10 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง ตามด้วย อันดับ 2 อิตาลี (7 ทอง 3 เงิน 4 ทองแดง), อันดับ 3 ฟินแลนด์ (6 ทอง 8 เงิน 4 ทองแดง) และ อันดับ 4 โปแลนด์ (4 ทอง 6 เงิน 3 ทองแดง) โดยมีชาติต่างๆ อย่าง แอฟริกาใต้, กรีซ, บราซิล, ยูเครน และสวีเดน ร่วมทำผลงานติดอยู่ในกลุ่มท็อป 10 ของตารางเหรียญรางวัลเช่นกัน



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport