“ไบร์ท ศรีราชา” ณัทณพงศ์ ชัยกุล โดน ซิง จื้อ เห่า จากจีนขึ้นแท่นนำ 3-1 เฟรม แต่พลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะ 4-3 อย่างระทึก เช่นเดียวกับ “เพิ่ม ศรีราชา” ปริญ รัศมิ์มุกดา ที่โดน นิโกลาส์ มอร์เทรอซ์ จากฝรั่งเศสขึ้นแท่นนำ 3-0 เฟรม แต่ฮึดพลิกนรกกลับมาปาดหน้าคว้าชัย 4-3 เฟรมอย่างเหลือเชื่อ กอดคอกันผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายต่อไปในศึกสนุกเกอร์ดับเบิลยูเอสเอฟแชมเปี้ยนชิพ 2026
การแข่งขันสนุกเกอร์ดับเบิลยูเอสเอฟแชมเปี้ยนชิพ 2026 ระหว่างวันที่ 23 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 69 ที่เดอะโฮเทลมาริเนลา กรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย โดยรายการนี้จะหาแชมป์เพียงหนึ่งเดียวเพื่อได้สิทธิ์การ์ดทัวร์เล่นสนุกเกอร์อาชีพโลกใน 2 ฤดูกาลถัดไป(2026/27 และ 2027/28) เป็นอย่างน้อย
เมื่อวันที่ 29 ม.ค.69 เป็นการดวลคิววันที่ 6 ซึ่งการแข่งขันได้เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ เริ่มจาก “ไบร์ท ศรีราชา” ณัทณพงศ์ ชัยกุล นักสอยคิววัย 20 ปีดีกรีชาติชุดเหรียญทองประเภททีมชายกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่จบรอบแรกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม เอฟ จึงได้สิทธิ์มายืนรอในรอบ 64 คน โดยโคจรมาพบกับ ซิง จื้อ เห่า จากจีน
แมตช์นี้ ซิง จื้อ เห่า ขึ้นแท่นนำก่อน 3-1 เฟรม ต้องการอีกเฟรมเดียวก็จะคว้าชัย แถมมีโอกาสจะเอาชนะ 4-2 เฟรม ในเฟรมที่ 6 ด้วย หลังจากมีคะแนนนำจนแต้มขาด 1 สนุ้ก ทว่า “ไบร์ท” ไม่ยอม ไล่วางสนุ้กจนกลับมาคว้าชัยในเฟรมดังกล่าวอย่างเหลือเชื่อจนไล่ตีเสมอ 3-3 เฟรมอย่างระทึกก พร้อมกับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ไบร์ท เอาชนะไปในเฟรมตัดสิน และคว้าชัยไปในที่สุด 4-3 เฟรม ผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายไปอย่างหืดจับ โดยจะเข้าไปพบกับ ดีน ยัง จากสกอตแลนด์ ที่เคยเทิร์นโปรเล่นอาชีพมาแล้ว
ด้าน “เพิ่ม ศรีราชา” ปริญ รัศมิ์มุกดา นักสอยคิวดาวรุ่งวัย 16 ปีที่สัปดาห์ก่อนเพิ่งผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ในศึกดับเบิลยูเอสเอฟจูเนียร์แชมเปี้ยนชิพ 2026 มาหมาดๆ ต้องเล่นรอบน็อกเอาต์ตั้งแต่รอบ 128 คน เนื่องจากจบรอบแรกด้วยการเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม เอเอฟ โดยเข้ามาพบกับ อดัม แอบบาส จากอังกฤษ ก่อนจะเอาชนะไปได้ 4-1 เฟรม
จากนั้นในรอบ 64 คน เพิ่ม โคจรมาพบกับ นิโกลาส์ มอร์เทรอซ์ จากฝรั่งเศส ปราฏว่า จอมคิวจากแดนน้ำหอมออกคิวได้อย่างร้อนแรงในช่วงแรกจนขึ้นแท่นนำก่อนถึง 3-0 เฟรม แต่หลังจากนั้น “เพิ่ม” สวมหัวใจเพชร ค่อยๆไล่มาทีละเฟรม จนฮึดปาดหน้าแซงชนะไป 4-3 เฟรมอย่างเหลือเชื่อ ผ่านเข้ารอบ 32 คนไปพบกับ อุมุต ดิกเมอ จากเยอรมันต่อไป
ส่วน “โฟน อุบล” ณรงค์เดช ตาขันทอง ที่จบรอบแรกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม อาร์ จึงได้สิทธิ์ไปรอแข่งในรอบ 64 คนสุดท้าย และโคจรมาพบกับ หวัง ซิน โป๋ ดาวรุ่งวัย 18 ปีจากจีน ที่สัปดาห์ก่อนเพิ่งคว้ารองแชมป์ศึกดับเบิลยูเอสเอฟจูเนียร์แชมเปี้ยนชิพ 2026 มาหมาดๆ ผลปรากฏว่า “โฟน” ต้านความแม่นยำของดาวรุ่งแดนมังกรไม่ไหว พ่ายไป 1-4 เฟรม ตกรอบอย่างน่าเสียดาย
ขณะที่ “ลมหนาว 108” ลมหนาว อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่จบรอบแรกด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มเอ็กซ์ จึงต้องลงแข่งขันในรอบ 128 คน ปรากฏว่า “ลมหนาว” แพ้ ปีเตอร์ เดฟลิน นักสอยคิวจากอังกฤษที่เคยเทิร์นโปรเล่นอาชีพโลกมาแล้วไป 1-4 เฟรม ตกรอบไปอีกคน