“บิ๊ก สระบุรี” อรรถสิทธิ์ มหิทธิ อดีตแชมป์สนุกเกอร์สมัครเล่นโลก เสียดายร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน เพื่อปลดล็อกสนุกเกอร์ไม่ได้ไปต่อ หลังถูกวินิจฉัยเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน ก่อนมีหนังสือยืนยันนายกรัฐมนตรีมีบัญชาไม่รับรอง
“บิ๊ก สระบุรี” อรรถสิทธิ์ มหิทธิ อดีตแชมป์สนุกเกอร์สมัครเล่นโลก โพสต์ข้อความแสดงความเสียดาย หลังความพยายามผลักดันแก้ไข พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 เพื่อถอดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีการพนัน ต้องหยุดลง หลังร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รับการรับรองจากนายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้านี้ อรรถสิทธิ์ พร้อมด้วยบุคลากรในวงการสนุกเกอร์และ สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ได้ร่วมผลักดันประเด็นดังกล่าวกับ นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ โดยมีการยื่นร่างแก้ไขกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569
ต่อมา ประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติการพนันฉบับดังกล่าว ซึ่งเสนอโดย นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ กับคณะ เป็น ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 134 ทำให้ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณารับรอง
ล่าสุด มีเอกสารจาก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 แจ้งถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า หลังนำร่างพระราชบัญญัติการพนัน พร้อมความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงบประมาณ กราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว นายกรัฐมนตรีมีบัญชาไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว
หลังทราบความคืบหน้า “บิ๊ก สระบุรี” โพสต์แสดงความเสียดายที่ความพยายามครั้งนี้ไม่ได้ไปต่อ พร้อมตั้งคำถามถึงเหตุผลที่สนุกเกอร์ยังไม่สามารถถูกถอดออกจากบัญชีการพนันตามกฎหมายได้ ทั้งที่นักกีฬาไทยสามารถสร้างผลงานและชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
“นี่ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คืออนาคตของกีฬาและนักกีฬาไทย” อรรถสิทธิ์ระบุผ่านโพสต์
อดีตแชมป์สนุกเกอร์สมัครเล่นโลกยังตั้งคำถามว่า หากวงการสนุกเกอร์ไทยมีศักยภาพในระดับโลกและมีนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ เหตุใดสถานะทางกฎหมายของกีฬาชนิดนี้จึงยังไม่ได้รับการแก้ไข พร้อมต้องการทราบเหตุผลที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้รับการรับรอง
ที่ผ่านมา อรรถสิทธิ์และผู้เกี่ยวข้องในวงการสนุกเกอร์ผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการที่สนุกเกอร์ยังอยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การพนัน เป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาวงการ ทั้งในด้านการสร้างนักกีฬาเยาวชน การสนับสนุนจากภาคเอกชน และการดำเนินงานของสถานที่ฝึกซ้อม
ด้าน นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายร่วมกับคณะ ก็แสดงความเสียดายต่อผลที่เกิดขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่าร่างกฎหมายติดขัดในประเด็นใด และต้องการให้มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนต่อคนในวงการสนุกเกอร์
ทั้งนี้ หนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุเพียงว่านายกรัฐมนตรีมีบัญชาไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยไม่ได้ระบุเหตุผลของการไม่รับรองไว้ในหนังสือฉบับนี้
