ปั่นข้ามประเทศ! "วัลเทรี บอตทาส" 4 วันแห่งความโหดจากเซปังสู่สิงคโปร์ ฝ่าเส้นทางวิบาก-เผชิญหน้าสัตว์ป่า

ปั่นข้ามประเทศ! "วัลเทรี บอตทาส" 4 วันแห่งความโหดจากเซปังสู่สิงคโปร์ ฝ่าเส้นทางวิบาก-เผชิญหน้าสัตว์ป่า
กลายเป็นเรื่องฮือฮาต้อนรับศึกเอฟวัน สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ เมื่อ วัลเทรี บอตทาส ยอดนักขับชาวฟินแลนด์ วัย 37 ปี จากทีม คาดิลแลค (Cadillac) เลือกไม่เดินทางด้วยเครื่องบินเหมือนเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ แต่กลับสร้างวีรกรรมสุดอึ้งด้วยการปั่นจักรยานทางไกลระยะทางกว่า 418 กิโลเมตร ฝ่าเส้นทางวิบากและเผชิญหน้าสัตว์ป่าจากเซปัง ประเทศมาเลเซีย ข้ามด่านชายแดนเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์สำเร็จ

เจ้าของแชมป์กรังด์ปรีซ์ 10 สนาม เผยว่าไอเดียสุดท้าทายนี้เริ่มมาจากคำแนะนำของ ทิฟฟานี ครอมเวลล์ แฟนสาวซึ่งเป็นนักปั่นจักรยานโอลิมปิกชาวออสเตรเลีย หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่เซปัง (ซึ่งจัดขึ้นมาแทนที่บาห์เรน กรังด์ปรีซ์ที่ถูกยกเลิกไป) บอตทาสก็ตัดสินใจสลัดคราบนักขับเอฟวันมาจับแฮนด์จักรยานทันทีในคืนวันอาทิตย์

การเลือกเดินทางด้วยการปั่นจักรยานของบอตทาสอาจดูแปลกสำหรับนักขับ F1 แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักขับชาวฟินแลนด์ เพราะเขาป็นคนที่หลงใหลการปั่นจักรยานเป็นอย่างมากถึงขั้นลงแข่งขันจักรยาน Gravel อย่างจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ผ่านควอลิฟาย UCI Gravel World Championships ด้วย

4 วันแห่งความโหด: ฝุ่น กรวด และเหงื่อท่วมกาย

ในขณะที่บุคลากรในพัดด็อค (Paddock) F1 ใช้เวลาบินเพียงแค่ชั่วโมงเศษ บอตทาส กลับใช้เวลาปั่นทั้งหมด 4 วันเต็มๆ บนเส้นทางวิบาก ทั้งถนนลูกรัง เส้นทางออฟโรด และสวนยางพารา:

วันอาทิตย์: สตาร์ทเบาๆ หลังจบเรซที่เซปัง เก็บระยะทางไป 56 กิโลเมตร

วันจันทร์ & อังคาร: ใส่เต็มสปีด ปั่นโหดวันละ 161 กิโลเมตร

วันพุธ: ปิดท้ายระยะทาง 40 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองสิงคโปร์ทันกำหนดการพบปะสื่อมวลชน

เผชิญหน้าสัตว์ป่า: สู้สุนัข หลบงู จัมพ์ข้ามตัวเงินตัวทอง!

ความตื่นเต้นไม่ได้อยู่แค่ระยะทาง แต่นักขับฟินแลนด์ต้องเจอกับประสบการณ์เฉียดตายและเรื่องราวสุดป่วนตลอดทาง

"ผมเจอทั้งงูเห่าและงูหลามเลื้อยตัดหน้า บอกตามตรงว่าแอบระแวงเหมือนกัน แต่มันก็ค่อนข้างชิล ต่างคนต่างอยู่" บอตทาส เล่าอย่างอารมณ์ดี

"แต่ช็อตเด็ดคือผมเจอตัวเงินตัวทองขวางทางอยู่ มารู้ตัวอีกทีก็กระชั้นชิดมาก จนต้องตัดสินใจกดแฮนด์ยกจักรยานกระโดดข้ามตัวมันไป! นี่ยังไม่นับโดนสุนัขไล่กัด แล้วก็ไปติดหล่มอยู่หลังฝูงวัวบนทางแคบๆ อีกนะ"

นอกจากสัตว์น้อยใหญ่แล้ว สิ่งที่ท้าทายจิตวิทยาที่สุดคือการปั่นฝ่าป่าในยามค่ำคืน

"ส่วนที่พีคที่สุดคือการปั่นในป่าตอนกลางคืน ท่ามกลางความมืดที่มีแค่ไฟดวงเดียวจากจักรยาน เสียงสัตว์ในป่ามันดังและหลอนมาก จิตวิทยาเริ่มเล่นงานว่ามีตัวอะไรซ่อนอยู่ในนั้นบ้าง แต่เราทำได้แค่อัดสปีดแล้วปั่นต่อไป มันคือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทริปนี้แล้ว"

สภาพร่างกายและความพร้อมก่อนลงซิ่งที่สิงคโปร์

แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอากาศร้อนอบอ้าวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนเจ้าตัวถึงกับเปรียบเปรยเบาะจักรยานว่าร้อนและบาดจนเหมือน "ที่ขูดชีส" แถมเหงื่อออกเยอะจนน่าตกใจ แต่บอตทาสยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายในการเตรียมตัวลงแข่ง สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ แต่อย่างใด กลับกัน มันช่วยให้ร่างกายเขาปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่สิงคโปร์ได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อถูกถามว่าหากศึกเซปังกลับมาจัดในปฏิทิน F1 ถาวรในอนาคต เขาจะปั่นแบบนี้อีกไหม? บอตทาสยิ้มก่อนตอบว่า

"ตอนผมถึงโรงแรมเมื่อบ่ายวานนี้ ผมบอกตัวเองว่า 'พอแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว' ... แต่มาวันนี้ พอได้นอนพัก ผมเริ่มรู้สึกว่า 'เออ เอาอีกก็ดีนะ ลองดูอีกสักตั้งจะเป็นไรไป!'"

สำหรับฤดูกาล 2026 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของคาดิลแลค ทีมใหม่ป้ายแดงที่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ โดย บอตทาส ยังคงล่าแต้มแรกให้ทีมไม่ได้ (เช่นเดียวกับเซร์จิโอ เปเรซ เพื่อนร่วมทีม) และเจออุบัติเหตุแข่งไม่จบ (DNF) ถึง 8 สนาม แต่จิตใจที่แข็งแกร่งจากการปั่นจักรยานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงไฟในตัวที่ไม่เคยดับลง

ทั้งนี้รถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก สนามที่ 17 "สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์" กำหนดแข่งระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคมนี้ที่ประเทศสิงคโปร์



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport