ไทยพร้อมเปิดฉาก "โมโตจีพี 2027" ประเดิมสนามแรกภายใต้กฎใหม่ ดีเดย์ขายบัตรทั่วโลก 3 พ.ย.นี้

ไทยพร้อมเปิดฉาก "โมโตจีพี 2027" ประเดิมสนามแรกภายใต้กฎใหม่ ดีเดย์ขายบัตรทั่วโลก 3 พ.ย.นี้
กกท. ผนึกกำลังพันธมิตรเตรียมแถลงข่าวใหญ่ 3 พฤศจิกายนนี้ เปิดฉากความยิ่งใหญ่ศึกโมโตจีพี 2027 สนามแรกของโลกที่บุรีรัมย์ ประเดิมใช้กติการถสเปกใหม่ 850 ซีซี พร้อมเปิดขายบัตรพร้อมกันทั่วโลก บ่งบอกความพร้อมสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ 2027–2031 มุ่งยกระดับมาตรฐานงานและสร้างเม็ดเงินสะพัดกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เตรียมจัดงานแถลงข่าวใหญ่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี (MotoGP) สนามแรก ประจำปี 2027 ในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) กรุงเทพมหานคร พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรประกาศความพร้อมและเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันพร้อมกันทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป 

สำหรับการแข่งขัน ThaiGP 2027 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 มีนาคม 2570 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นสนามเปิดฤดูกาลและจัด พรีซีซั่น-เทสต์ ภายใต้ชื่อ บุรีรัมย์ เทสต์ (Buriram Test) ระหว่างวันที่ 6–7 กุมภาพันธ์ 2570 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และถือเป็นสนามแรกของโลกที่จะเปิดฉากการแข่งขันภายใต้กฎเทคนิคใหม่และรถแข่งสเปกใหม่ 850 ซีซี   

ปี 2027 ยังถือเป็นปีแรกของสัญญาฉบับใหม่ แกรนด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ (Grand Prix of Thailand) ระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2027–2031 โดย นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายการเป็นเจ้าภาพมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกกลับคืนสู่ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) และการนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก หลังจากความสำเร็จของ ThaiGP 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานตลอด 3 วัน จำนวน 228,228 คน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 5,139 ล้านบาท และมีการถ่ายทอดสดเข้าถึงผู้ชมมากกว่า 800 ล้านคนในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ แฟนความเร็วสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับราคาบัตร ประเภทบัตร สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ ในงาน ThaiGP 2027 ที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันแถลงข่าวต่อไป   




ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport