หลายคนที่ได้ดูคลิปในไอจีของ โปรจีน ก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่า จุดเริ่มต้นในการเล่นกอล์ฟของ โปรจีน คือ "ก๋ง" ตั้งใจพาเธอไปเล่นกอล์ฟเพียงเพราะอยากให้เธอได้ออกกำลังกายเพื่อ รักษาอาการเป็นหวัดและโรคภูมิแพ้เท่านั้นเอง
แต่เรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปคือ เบื้องหลังการเสียสละและความมุ่งมั่นของครอบครัวในการสนับสนุน โปรจีน กว่าจะมีทุกวันนี้ ไม่เคยง่ายเลย
ก๋ง ตัดสินใจทุ่มเท ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ทั้งเวลา ทรัพย์สิน และเงินทอง ในทุก ๆ วัน ก๋ง รับหน้าที่เป็นผู้ขับรถพา โปรจีน เดินทางไปเรียนและฝึกซ้อมกอล์ฟที่กรุงเทพฯ
แม้จะเป็นการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย แต่ ก๋ง ก็จดจำว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและคุ้มค่าอย่างยิ่ง
"ตั้งแต่เด็กมา หนูไปซ้อมกอล์ฟ ไปแข่งกอล์ฟอะไร เดินทางแข่งขัน บางครั้งมันก็รู้สึกสนุก บางครั้งก็เหนื่อย ก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะว่าเวลาไปแข่ง เราก็ซ้อมกันอย่างเข้มข้น แล้วก็ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะเรารู้ว่า น้องจีน ยังอีกยาวไกลกว่า กว่าจะไปเล่นอาชีพได้อะไรเนี่ย"
อย่างไรก็ตาม ทุกความฝันมันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ เมื่อถึงวัยตระเวนแข่งขันเยาวชนตั้งแต่อายุ 7–8 ขวบ ค่าใช้จ่ายก็เริ่มเพิ่มขึ้น
ครอบครัวต้องช่วยกันประหยัดทุกบาททุกสตางค์ เพื่อให้ โปรจีน มีโอกาสได้แข่งขันในเส้นทางที่ยังอีกยาวไกล พวกเขาเลือกที่จะ เช่าห้องพักราคาถูก และหาข้าวรับประทานตามข้างทาง เพื่อเซฟค่าใช้จ่ายในแต่ละแมตช์ให้ได้มากที่สุด
"เราก็พยายามหาห้อง ห้องเช่าที่มันราคาถูก ๆ กินอาหารเราก็ไปดูตามข้างทาง เพราะแต่ละแมตช์ค่าใช้จ่ายก็ไม่น้อย ก็พยายามประหยัด ประหยัดให้มันประหยัดได้มากที่สุด หนูเองก็ไม่เคยงอแง ไปแข่งหนูก็ได้แชมป์บ้าง ไม่ได้แชมป์บ้าง อะไรทุกวันนี้ เราค่อย ๆ เดินไปทีละก้าว ทีละก้าวก่อน 9 ขวบ 10 ขวบ เป็นเยาวชน จนถึง 13 น้องจีน ก็ได้ก้าวเข้าทีมชาติ จนมาทุกวันนี้"
ตอนที่ผมได้ยินประโยคนี้ น้ำตาผมจะไหลเลยครับ เพราะทุกคนที่อ่านถึงตรงนี้รู้ดีอยู่แล้วว่า กีฬากอล์ฟ มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก ๆ ทั้งค่าเดินทาง, ค่าลูก, ค่าออกรอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย
แต่สุดท้าย ก๋ง ก็เลือกที่จะจ่าย... ซึ่งไม่ใช่จ่ายแค่เงินทอง แต่จ่ายด้วย "ความทุ่มเท"
"บางครั้ง ก๋ง อาจจะอารมณ์เสียกับหนูไปบ้าง อะไรเอ็ดหนูบ้าง ให้หนูฝึกซ้อมไม่ได้ดี ก็คิดว่าหนูก็ไม่ ไม่คิดมากอะไรกับ ก๋ง จนทุกวันนี้ หนูก็สามารถทำได้ แล้วได้ดีด้วย"
ขณะที่ตัวของ โปรจีน เอง ในวัยเด็กเธอก็แสดงความอดทนเข้มแข็ง โดยไม่เคยงอแงเลยสักครั้ง ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว จากวัย 9 ขวบ 10 ขวบ จนกลายเป็นนักกอล์ฟอาชีพในที่สุด
"ในวงการกอล์ฟที่เก่งอยู่ทุกวันนี้ จีน ก็มาเป็นที่ 1 ไม่เป็นรองใคร สำหรับตัว ก๋ง เองเนี่ย ก๋ง ก็ไม่เคยพูดกับหนูอะนะ น้องจีนน่ะ แต่ ก๋ง ก็อยากจะบอกว่า เออ ก๋ง เนี่ยรัก น้องจีน มากนะ รักที่สุด ก๋ง ก็พยายามทุ่ม ทุกอย่าง ทั้งเงินทอง ทั้งเวลา ให้กับหนูเต็มที่ เพื่อจะสนับสนุนให้ น้องจีน เนี่ย ไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่ ก๋ง จะทำได้"
"ย้อนกลับไปดูมาถึงปัจจุบัน การขับรถพาหนูไปเรียนกอล์ฟ ไปฝึกกอล์ฟที่กรุงเทพฯ ทุกวัน มันคุ้มค่าอย่างมาก ทั้งเหนื่อย ทั้งสนุก มันเป็นช่วงเวลาที่ ก๋ง มีความสุขมาก"
"ทุกวันนี้ที่หนูเดินทางไปแข่งกอล์ฟ ก๋ง อยู่ทางนี้ คิดถึงหนูอยู่ตลอดทุกวันนะ แล้วอีกอย่างพยายามเอาใจช่วย เชียร์หนู ให้หนูเก่ง ได้แชมป์ ได้ที่หนึ่ง อะไรอย่างเงี้ย คิดถึงหนูตลอดนะ จีนนะ"
อย่างไรก็ดี ในวันที่ โปรจีน ประสบความสำเร็จระดับโลก เธอได้ตอบแทนครอบครัวด้วย ความกตัญญูอย่างที่สุด ทั้งการส่งน้องสาวเรียนหนังสือ มอบเงินให้พ่อแม่ใช้และซื้อบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัวได้อยู่อาศัย
"แล้วทุกวันนี้เขาก็เป็นเด็กกตัญญู ดูแลครอบครัวทุกคน น้องสาวเขาก็ส่งเรียน พ่อแม่เขาก็ให้เงินใช้ ซื้อบ้านให้อยู่"
สำหรับ ก๋ง บ้านหลังเล็กเดิมยังคงเป็นสถานที่ที่มีความหมายที่สุดในชีวิต เพราะที่นั่นคือคลังเก็บความทรงจำในวัยเยาวชนของหลานสาว ไม่ว่าจะเป็นถุงกอล์ฟ ลูกกอล์ฟ หรือรูปถ่ายชัยชนะจากการแข่งขันในอดีตตั้งแต่ 7–8 ขวบ
"แต่บ้านหลังเนี่ย จีน ก็ได้อาศัยอยู่ตั้งแต่เล็ก ทุกวันนี้ข้าวของเกี่ยวกับ จีน ไม่ว่าถุงกอล์ฟ ไม่ว่าลูกกอล์ฟ แล้วรูปถ่ายอะไรต่าง ๆ ก๋งก็เก็บไว้ นู่นสมัยเยาวชน 7-8 ขวบ ตอนเนี่ย พาเขาไปดูกอล์ฟที่พัทยาเนี่ย รูปพวกนี้เป็นรูป เนี่ยใส่กรอบ อยากอยากให้คนเห็นน่ะ น้องจีนตอน ตอนเด็กน่ะ หน้าตาเป็นอย่างเงี้ย ฮ่า ๆๆ"
รูปภาพที่ ก๋ง เข้าไปกอดและหอมแก้ม โปรจีน หลังรับถ้วยรางวัลท้ายรถกอล์ฟที่นครนายก ยังคงเป็นสิ่งคอยเตือนใจถึงช่วงเวลาที่ฟันฝ่ามาด้วยกัน
"มันมีความหมายกับ ก๋ง ว่า เราเคยอยู่ด้วยกันที่นี่ เนี่ย ฮึ! เรียกขึ้นไปมอบด้วย ฮ่า ๆๆ ก็ไปแข่งนครนายก ดูเหมือนจะได้แชมป์น่ะ แล้วอยู่ท้ายรถกอล์ฟน่ะ เราก็เข้าไปกอดเขา อ่า... หอมหน่อยสิ อะไรอย่างเงี้ย เออ หอมหน่อย ดีใจ ดีใจกับเขา ทำอย่างเงี้ย"
นอกจากสิ่งของ ก๋ง ยังมอบเกราะป้องกันให้กับเธอ โดย ก๋ง คอยสอนเสมอว่า เรื่องแพ้ชนะเป็นสิ่งธรรมดาของกีฬา
"ถ้าวันไหนหนูหมดกำลังใจหรือท้อแท้ กีฬามีแพ้มีชนะ ชนะวันนี้ก็ดีใจแค่วันนี้ ถ้าแพ้เราก็แค่กลับไปซ้อมให้มาก ไปทำการบ้านให้มาก"
สุดท้าย สิ่งสำคัญที่สุดที่ ก๋ง มอบให้ โปรจีน ไม่ใช่เพียงแค่วิชาการซ้อมหรือการสนับสนุนปัจจัยภายนอก หากแต่เป็น "ความเชื่อในตัวเธอ"
ก๋ง เล่าว่า หากวันใดวันหนึ่งในอนาคต ฝีมืออาจมีตกไปบ้าง หรือต่อให้คนอื่นจะไม่เชื่อว่าเธอทำได้ แต่สำหรับ ก๋ง แล้ว ก๋ง เชื่อในตัว โปรจีน เสมอ และเชื่อมานานก่อนที่คนอื่นจะเชื่อเสียอีก
การที่เธอก้าวขึ้นมาถึงระดับแนวหน้าของจักรวาลกอล์ฟได้แล้วนั้น หลังจากนี้ทุกก้าวบนสนามแข่งจึงเปรียบเสมือน "กำไรชีวิต"
"น้องจีน ก็เคยพูดไว้บทหนึ่งว่า เชื่อว่าคนเรา ถ้ามีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง มันก็มีความเป็นไปได้ว่า เราจะก้าวไปถึงระดับโลกได้ แต่ก่อนที่คนอื่นเขาจะเชื่อว่า น้องจีน ทำได้ ก๋งเชื่อ ก๋งเชื่อมานานแล้ว เชื่อก่อนคนอื่นอีก"