"วันหนึ่งเมื่อลูกโตขึ้น ยูจะเล่าเรื่องอะไรให้ลูกฟัง ว่าคุณพ่อเลิก ยอมแพ้ หรือคุณพ่อเป็นคนที่ใจสู้เพื่อครอบครัว เพื่ออนาคตลูก"
นี่คือหนึ่งในคำพูดที่บอสชาตรี ศิษย์ยอดธง บอกกับ สินสมุทร กลิ่นมี เมื่อประมาณ 3-4 เดือนก่อน
จากวันที่นักมวยคนหนึ่งกำลังหมดกำลังใจ และคิดว่าตัวเองคงเดินต่อบนเส้นทางอาชีพนี้ไม่ไหวแล้ว
เวลาผ่านไปไม่กี่เดือน สินสมุทร กลับมายืนอยู่บนสังเวียน ONE Samurai4 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อนใช้ลูกเตะก้านคอปิดเกม ชินทาโร่ ได้สำเร็จ
หลังไฟต์ยุติ เขาร้องไห้ออกมาแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน
น้ำตามันมีเบื้องหลังเสมอครับ และสำหรับ "จารย์สิน" มันก็มีค่ามากกว่าชัยชนะ
เพราะก่อนหน้านี้ เขาเคยคิดจะเลิกมวยไปแล้วจริง ๆ
จารย์สิน ยอมรับว่าตัวเองผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเอามาก ๆ หลังผลงานการแข่งขันไม่เป็นไปตามที่หวัง
ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องส่งผลต่อความมั่นใจ ขณะที่คำวิจารณ์ในโลกออนไลน์ก็ยิ่งสร้างแรงกดดัน
บางคนอาจมองว่าคำด่าในโซเชียลเป็นเรื่องธรรมดาของนักกีฬาที่มีชื่อเสียง แต่สำหรับคนที่ต้องรับมันทุกวัน ความรู้สึกอาจแตกต่างออกไป
"โซเชียล คนพิมพ์เขาแค่เขียนแล้วเขาก็ไป แต่คนที่เป็นเป้ามันต้องแบกรับไว้ทั้งหมด"
เขายอมรับตรง ๆ เลยว่าตัวเองเล่นโซเชียลมาก และปล่อยให้เสียงวิจารณ์เหล่านั้นเข้ามามีอิทธิพลต่อความคิด จนบางครั้งความกดดันทำให้เขาไม่รู้ว่าจะเดินต่ออย่างไร
บนสังเวียน เขามีโค้ชและทีมงานช่วยวางแผนรับมือคู่ต่อสู้มาอย่างดีแล้ว ทว่าสิ่งที่รับมือได้ยากที่สุดกลับเป็นความคิดของตัวเอง
"เราต้องสู้กับสมองและ Mindset ของเราเอง ที่ผ่านมาหลายครั้งมันพังเพราะความคิดตัวเอง"
ความรู้สึกเหล่านั้นสะสมขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจบอกกับ เมห์ดี้ ซาตู หัวหน้าค่าย วีนั่ม ว่าอยากแขวนนวม
"กูขอรีไทร์ กูไม่ไหวแล้ว"
แต่ เมห์ดี้ ไม่ยอมปล่อยให้ สินสมุทร ตัดสินใจจบเส้นทางอาชีพในช่วงเวลาที่กำลังท้อแท้ ขอแค่ให้พักสมองก่อน
และหลังจากนั้น สินสมุทร ก็ได้พบกับคนอีกคนหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนความคิดของตัวเอง
…
ประมาณ 3-4 เดือนก่อน ระหว่างงานเปิดตัวค่าย Evolve สินสมุทร ได้พบกับบอสชาตรี
บอสเองก็รู้เรื่องที่ สินสมุทร กำลังคิดจะเลิกมวย จึงเดินเข้าไปพูดคุยด้วย
"ได้ข่าวว่ายูจะเลิกมวย จะยอมแพ้เหรอ? ยูมีลูกนะ ยูมีลูก 2 คน ยูมีครอบครัว ยูมีเมีย ยูต้องคิดอนาคต ยูต้องคิดตัวเองดี ๆ หน่อย"
"ยูอายุยังเด็กอยู่ อายุเพิ่ง 30 แล้วยูจะเล่าเรื่องราวอะไรให้ลูกยูตอนเขาโต ว่าคุณพ่อเลิก ยอมแพ้ หรือคุณพ่อเป็นคนที่ใจสู้เพื่อครอบครัว เพื่ออนาคตลูก"
เอาจริง ๆ วันนั้น ผมก็ไปที่ Evolve เพื่อร่วมงานแกรนด์ โอเพนนิ่ง ด้วย และได้เห็นบอสชาตรี ตั้งใจเดินเข้าไปทักและคุยกับ สินสมุทร เพียงแต่ไม่ทราบว่า คุยกันเรื่องอะไร
สำหรับคนฟัง คำพูดเหล่านั้นมีความหมายอย่างมาก สินสมุทร ยอมรับว่ามันช่วยดึงสติเขากลับมาได้จริง ๆ
เพราะในวันที่เขาเริ่มหมดศรัทธากับตัวเอง ยังมีคนที่เชื่อว่าเขาสามารถเดินต่อไปได้
และที่สำคัญ เขายังมีครอบครัวเป็นเหตุผลให้ต้องพยายามอีกครั้ง
"ถ้าผมล้ม ทุกคนที่อยู่ข้างหลังผมก็ล้มหมด"
หลังกลับมากู้ชื่อได้ใน ONE Samurai 4 สินสมุทร พูดถึงวิธีที่ตัวเองใช้รับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ทุกวันนี้เมื่อรู้สึกตัน หรือคิดอะไรไม่ออก เขาจะนึกถึงลูกและครอบครัว
"เวลาที่รู้สึกตัน คิดอะไรไม่ออก ผมแค่มองหน้าลูกและครอบครัว เพราะถ้าผมล้ม ทุกคนที่อยู่ข้างหลังผมก็ล้มหมด ดังนั้นทางเดียวที่มีคือต้องสู้ต่อไป"
ครั้งหนึ่งเขาเคยเดินมาถึงจุดที่ไม่อยากขึ้นชกอีกแล้ว เคยปล่อยให้คำพูดของคนอื่นเข้ามาทำลายความมั่นใจ และเคยบอกกับคนใกล้ตัวว่าไม่ไหวแล้ว
มาวันนี้เขากลับมายืนบนสังเวียนได้อีกครั้ง พร้อมความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม
เขาบอกว่าตอนนี้จะไม่สนใจอีกแล้วว่าคนในโลกออนไลน์จะพูดอะไร หรือจะไล่ให้เขาเลิกมวยมากแค่ไหน เพราะเขารู้แล้วว่าตัวเองกำลังสู้เพื่อใคร
ผมเองได้ถามบอสชาตรี ว่าไฟต์ไหนทำให้ประทับใจมากที่สุดใน ONE ซามูไร 4 หัวเรือใหญ่ ONE ตอบว่าชัยชนะของ สินสมุทร เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขมากที่สุด
"สำหรับผม ผมรู้สึกมีความสุขมากที่สุดวันนี้กับ สินสมุทร ผมดีใจมาก เพราะว่าเขาเกือบเลิกมวย"
บอสชาตรี มองว่า สินสมุทร มีอาวุธมวยที่ดี มีทักษะทั้งมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง รวมถึงมีความสามารถมากพอจะประสบความสำเร็จในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังต้องพัฒนาคือการจัดการกับความคิดและความกดดันของตัวเอง
"สินสมุทร เขามีทุกอย่าง อาวุธคมมาก เขาเก่งมาก แค่บางทีหัวเขาจะคิดมากเกินไป"
บอสชาตรี ยกตัวอย่างการชกกับ รีเกียน เออร์เซล เพื่อยืนยันว่า สินสมุทร เคยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถต่อสู้กับนักมวยระดับแชมป์โลกได้
"เรื่องพรสวรรค์ อาวุธ มวยไทย คิกบ็อกซิ่ง เขามีทุกอย่าง เป็นแชมป์โลกได้ในอนาคต"
แน่นอนว่าเส้นทางต่อจากนี้ยังมีความท้าทายรออยู่ และไม่มีใครรับประกันได้ว่าเขาจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกตามที่ ชาตรี เชื่อมั่นหรือไม่
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นที่ โตเกียว ครั้งนี้มีความหมายต่อชีวิตของ สินสมุทร ชัดเจน
เพราะก่อนจะกลับมาเอาชนะคู่ต่อสู้บนสังเวียนได้ เขาต้องผ่านช่วงเวลาที่แทบไม่เหลือความเชื่อมั่นในตัวเอง
บางครั้งคนที่เรามองว่าแข็งแกร่งที่สุด อาจกำลังเผชิญกับเรื่องที่หนักหนาอยู่ภายในใจ
นักมวยที่ยืนรับหมัด รับแข้ง และรับความเจ็บปวดต่อหน้าคนดูนับพันนับหมื่นก็อาจมีวันที่ทนรับคำพูดจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันไม่ไหว
สำหรับ สินสมุทร คนที่ช่วยให้เขากลับมาได้มีทั้งเทรนเนอร์ที่ไม่ยอมให้เขาตัดสินใจเลิกมวยในวันที่ท้อแท้ และบอสชาตรี ที่เตือนให้เขานึกถึงครอบครัว รวมถึงลูกทั้งสองคนที่กลายเป็นเหตุผลสำคัญในการเดินต่อ
วันหนึ่งเมื่อลูก ๆ ของ สินสมทุร โตขึ้น พวกเขาอาจได้ฟังเรื่องราวของพ่อที่เคยผ่านความพ่ายแพ้ เคยถูกวิจารณ์ และเคยคิดจะเลิกทำสิ่งที่รัก ก่อนจะตัดสินใจกลับมาลองสู้อีกครั้ง
สิ่งที่ลูกจะจดจำได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ลูกเตะก้านคอที่ทำให้พ่อชนะใน โตเกียว
แต่อาจเป็นเรื่องราวของวันที่พ่อเคยคิดจะยอมแพ้ แล้วเลือกกลับมาสู้ต่ออีกครั้ง เพราะยังมีพวกเขารออยู่ที่บ้าน
#hossalonso #ฮอสอลอนโซ่