ทุกครั้งที่ "เสือคิม" ขึ้นป้ายรายการ มักมีแฟนมวยบางคนเข้ามาคอมเมนต์แซวว่า เขาคือ "ลูกรักบอสชาตรี"
แต่ก่อนจะตัดสินว่าเขาเป็น "ลูกรัก" จริงหรือไม่ ลองย้อนกลับไปดูว่า วันที่ ONE ยื่นโอกาสให้ "เสือคิม" เขาอยู่ตรงไหนของอาชีพ
ตอนนั้นเขาไม่ใช่ดาวรุ่งที่กำลังมาแรง และไม่ใช่นักมวยเนื้อหอมที่ใคร ๆ แย่งกันคว้าตัว แต่เป็นคนที่หายจากวงการ น้ำหนักขึ้นแตะ 80 กก. และถูกแฟนมวยจำนวนไม่น้อยลืมไปแล้ว
ในวันที่เส้นทางนักมวยดูเหมือนจะปิดลง "ชาตรี ศิษย์ยอดธง" บิ๊กบอส ONE กลับชวนเขามาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งบนเวที ONE
แต่โอกาสไม่ได้มาพร้อมความสำเร็จเสมอไป "เสือคิม" แพ้ตั้งแต่ไฟต์แรกในศึก ONE ลุมพินี 26 เมื่อเดือน ก.ค. 66 จนเกิดคำถามว่า การพานักมวยที่หยุดชกไปแล้วกลับมา เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงหรือ?
แม้จะแพ้ แต่เขายังได้รับโอกาสแก้ตัว "เสือคิม" ค่อย ๆ เรียกฟอร์มและความมั่นใจกลับมา ก่อนเก็บชัยชนะต่อเนื่องถึง 8 ไฟต์
จากนักมวยที่เกือบถูกลืม วันนี้เขากลับมามีชื่อเสียง มีอาชีพที่มั่นคง และสร้างรายได้จากการแข่งขันใน ONE รวมโบนัสแล้วเกือบ 5 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 3 ปี และกลายเป็นผู้ที่กำลังจ่อชิงบัลลังก์แชมป์โลก
ONE ไม่ได้เปิดประตูให้เฉพาะ "เสือคิม" แต่ยังมอบโอกาสให้นักกีฬาอีกหลายคนที่เคยพลาด เคยหยุด เคยท้อ เคยหมดหนทาง หรือเคยหายไปจากสายตาผู้คน ได้กลับมาพิสูจน์ตัวเอง สร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ และเปลี่ยนชีวิตอีกครั้ง
หากคำว่า "ลูกรัก" หมายถึงคนที่ได้รับโอกาส "เสือคิม" อาจถูกเรียกเช่นนั้นได้ หรือหากเป็นเพราะเขาเคยได้รับดับเบิลโบนัส 700,000 บาท ก็อย่าลืมว่า ยังมีนักกีฬาอีกมากมายที่เคยได้รับทั้งโอกาสและดับเบิลโบนัสจาก "บอสชาตรี" เช่นกัน
"เสือคิม" จึงไม่ใช่เพียงคำตอบของคำถามว่า ใครคือลูกรักบอสชาตรี แต่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ONE ไม่ได้เป็นองค์กร "The Best of the Best" (ที่สุดของที่สุด) เพราะรวบรวมเฉพาะนักกีฬาที่มีชื่อเสียงหรือกำลังอยู่ในช่วงดีที่สุดของอาชีพ
ONE ยังมองเห็นศักยภาพของนักกีฬาที่เคยถูกมองข้าม เปิดเวทีให้พวกเขากลับมาพิสูจน์ตัวเอง และมอบโอกาสให้ก้าวขึ้นไปเป็นคนที่ดีที่สุดในวันข้างหน้าได้เช่นกัน
แฟนกีฬาติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ www.ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH