รถถัง จิตรเมืองนนท์ เดินหน้าเจรจา ONE Championship ขอเป็นฟรีเอเยนต์หลังดวล ทาเครุ เซกาวะ แต่ฝ่าย ONE ย้ำยังไม่มีข้อตกลงสุดท้าย สถานะสัญญายังคลุมเครือ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ จังหวัดนนทบุรี ได้มีการจัดการเจรจาครั้งสำคัญระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ยอดนักชกขวัญใจชาวไทย และตัวแทนจาก ONE Championship นำโดย จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย พร้อมด้วยทนายความและ คุณสมจิตร แว่นแก้ว กับ “ซ้อเอ๋ จิตรเมืองนนท์” เพื่อหาทางออกในข้อพิพาทสัญญาที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองสัปดาห์
โดยการเจรจาที่ค่ายจิตรเมืองนนท์ดูเหมือนจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้การรักษาไฟต์ที่กำลังจะเกิดที่กรุงโตเกียวเอาไว้ได้
อย่างไรก็ตาม Bangkok Post ได้รับการแจ้งจากวงในเปิดเผยว่า ONE ยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักสองข้อของ รถถัง ได้แก่ การให้ยกเลิกคดีความทั้งหมดทันที และการให้เขาเป็นฟรีเอเยนต์หลังจบไฟต์กับทาเครุ
ในทางกลับกัน ทาง ONE ได้วางเงื่อนไขตั้งต้นไว้ 3 ประการก่อนจะเปิดโต๊ะเจรจานั่นคือ การขอโทษต่อสาธารณะและถอนคำกล่าวอ้างที่ถูกมองว่าเป็นเท็จทั้งหมด การยุติการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และการปฏิบัติตามสัญญาฉบับปัจจุบันอย่างครบถ้วน จนกว่าจะมีข้อตกลงใหม่เกิดขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาพรวมแตกต่างไปจากรายงานในวันเดียวกัน เพราะแม้จะมีความคืบหน้าเกิดขึ้นจริง แต่ยังห่างไกลจากคำว่าข้อตกลง
ไฟต์รีแมตช์ระหว่าง รถถัง กับ ทาเครุ วันที่ 29 เมษายนนี้ ยังคงเป็นหัวใจของรายการ และเคยอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง หลังความขัดแย้งเรื่องสัญญาปะทุขึ้นอย่างเปิดเผยต่อเนื่องกว่าสองสัปดาห์
ต้นตอของเรื่องเริ่มจากการที่ รถถัง ออกมาประกาศว่าเขาหมดสัญญา และพร้อมรับข้อเสนอจากที่อื่น ๆ ก่อนที่รายงานจาก Bangkok Post จะอ้างแหล่งข่าวว่า เขายังอยู่ภายใต้เงื่อนไข matching period 12 เดือน แม้สัญญาหลักจะสิ้นสุดแล้ว
การตอบโต้ของ รถถัง เป็นไปอย่างดุเดือด เขากล่าวหาว่าลายเซ็นของตนถูกปลอมในเอกสารหลายฉบับ ก่อนนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย จนความขัดแย้งลุกลามเป็นคดีความ การโต้แถลงผ่านสื่อ และสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
การประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นจุดคลี่คลาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเพียงการละลายบางส่วนของความตึงเครียด พร้อมกับข้อถกเถียงใหม่ว่า สิ่งที่ตกลงกันนั้นคืออะไรกันแน่
ภาพที่ปรากฏในวันนั้นสะท้อนความเข้มข้นของสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน
รถถัง ปรากฏตัวในชุดสูท เดินทางมาพร้อมภรรยาและลูกชาย ขณะที่ภายในค่ายถูกจัดเตรียมอย่างเป็นทางการ มีฉากหลังของ ONE แถวที่นั่ง และโต๊ะเจรจาบนเวทีมวย
เขาใช้เวลาพูดคุยอย่างยาวนานกับ คุณปลาย รวมถึง ซ้อเอ๋ จิตรเมืองนนท์ และทีมกฎหมายของทั้งสองฝ่าย
แม้งานแถลงข่าวจะเริ่มล่าช้ากว่ากำหนดเกือบหนึ่งชั่วโมง และมีช่วงเวลาที่หนึ่งในผู้เจรจาลุกออกจากโต๊ะไปชั่วคราว แต่เมื่อเริ่มต้นขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามสื่อสารถึงสัญญาณบวก
ฝั่ง รถถัง นำเสนอแนวคิดว่าเขาจะขึ้นชกกับ ทาเครุ, คดีความทั้งหมดจะถูกยกเลิก และหลังจากนั้นจะเดินหน้าต่อในฐานะฟรีเอเยนต์
ประเด็นนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะฟรีเอเยนต์คือหัวใจของความขัดแย้งทั้งหมด
และจากที่มีรายงานออกไปที่ว่าข้อตกลงสมบูรณ์แล้วนั้นไม่ถูกต้อง และความสับสนในงานแถลงข่าวทำให้สถานการณ์ถูกนำเสนอเกินจริง
ตามแหล่งข่าวบอกว่า ONE ยังคงยืนยันว่า ยังไม่มีข้อตกลงสุดท้าย
และนั่นคือประเด็นสำคัญ เพราะตราบใดที่สัญญาเดิมยังคงมีผล สถานะของ รถถัง หลังวันที่ 29 เมษายนก็ยังคงไม่แน่นอน และอาจยังเป็นข้อพิพาทต่อไป
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไฟต์กับ ทาเครุ อาจเดินหน้าต่อได้ แต่สงครามเรื่องสัญญายังไม่สิ้นสุด
รถถัง เองเริ่มลดโทนความตึงเครียดลงในการแถลงข่าวก่อนหน้า โดยยืนยันว่าเขาไม่ได้ต้องการแตกหักกับ ONE
"ผมไม่มีแผนจะย้ายไปองค์กรอื่น เพราะผมยังเคารพ ONE ผมพร้อมเจรจาและทำหน้าที่ต่อไป"
คำกล่าวนี้เปิดช่องให้เกิดสถานการณ์เช่นปัจจุบันเดินหน้าไฟต์สำคัญก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องอนาคต
บริบทนี้ "ซ้อเอ๋" จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะตัวกลาง เธอเคยออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใจเย็น และการปรากฏตัวในการเจรจาวันอาทิตย์ก็สะท้อนอิทธิพลของเธอในข้อพิพาทครั้งนี้
แม้ รถถัง จะย้ายไปซ้อมที่ค่ายลูกทรายกองดินหลังแต่งงานกับ อัยด้า แต่เขายังคงมีความผูกพันกับจิตรเมืองนนท์ในสีเสื้อ และยังแบ่งรายได้ให้ค่ายเดิม
สถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นดังนี้ ONE ยังคาดหวังให้ รถถัง ทำหน้าที่ชกกับ ทาเครุ ให้ครบตามสัญญา
รถถัง ยังต้องการอิสระในการเลือกเส้นทางอาชีพหลังจากนั้น และทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะหาจุดร่วมพอที่จะเดินหน้าพูดคุยต่อได้ แม้ยังห่างไกลจากข้อตกลงสุดท้าย
สงครามทางกฎหมายอาจเริ่มคลี่คลาย แต่ศึกเรื่องสัญญายังไม่จบ