ย้อนกลับไปปีที่แล้ว ผมยังเห็น "บีม" หรือ "แรมโบ้เล็ก" ที่แฟน ๆ ทุกคนรู้จัก ติดสอยห้อยตามแฟนสาวของเขาไป Open Workout กับ นาบิล ที่ค่ายวีนั่ม เทรนนิ่งแคมป์ พัทยา อยู่เลย
ตอนนั้น แรมโบ้เล็ก เพิ่งมีชื่อติดแรงกิ้ง มวยไทย แบนตัมเวต แล้วผมก็ถามน้องมันเล่น ๆ ว่า เห็น นาบิล แล้ว ถ้าเจอสักครั้งจะเป็นยังไง (ฮา)
แล้วเวลาผ่านไปแค่ปีเดียว ไม่คิดเหมือนกันว่า แรมโบ้เล็ก คนนี้จะมีเข็มขัดแชมป์โลกมาประดับบนบ่า
เอาจริง ๆ จุดเริ่มต้นของ แรมโบ้เล็ก มันก็ไม่ได้ปูทางด้วยกลีบกุหลาบเท่าไหร่ แม้เขาคือนักกีฬาคนแรกจาก ONE ลุมพินี ที่ได้สัญญา ONE ใหญ่มูลค่า 100,000 เหรียญก็ตาม
เรื่องราวบนเวทีระดับโลกของ แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ เกิดขึ้นบนเวที ONE ลุมพินี
เขาเปิดตัวได้อย่างร้อนแรงด้วยสไตล์การชกที่ดุดัน แม่นยำ และมีพลังทำลายล้างสูง
การเอาชนะน็อกนักมวยฝีมือดีอย่าง ธีรเดช ช.ห้าพยัคฆ์ และตามด้วยการน็อกยอดฝีมือชาวจีนอย่าง จาง เฉิงหลง ไม่เพียงแต่ทำให้เขาคว้าโบนัสได้ต่อเนื่อง แต่ยังส่งให้เขากลายเป็นนักกีฬาสัญญา ONE ใหญ่
ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ONE ลุมพินี สามารถเปลี่ยนชีวิตนักมวยได้จริง อย่างไรก็ตาม แรมโบ้เล็ก ยอมรับภายหลังว่า "ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนผมตั้งตัวไม่ทัน"
ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบททดสอบที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา
หลังจากก้าวเข้าสู่ลิสต์รายชื่อนักกีฬาระดับโลก ความกดดันก็ถาโถมเข้าใส่
แรมโบ้เล็ก ต้องเผชิญกับพายุลูกใหญ่เมื่อแพ้ติดต่อกัน 2 ไฟต์รวดตอนช่วงเริ่มต้นสัญญา โดยเฉพาะไฟต์กับ เอซา เทน พาว ที่เขาแพ้น็อกเป็นครั้งแรกในชีวิตการชกมวยอาชีพ
ผลลัพธ์ในสังเวียนส่งผลลามไปถึงนอกสนาม แฟนมวยจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงศักยภาพ กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียลทวีความรุนแรง
มีการสบประมาทว่าเขา "ฝีมือไม่ถึงขั้น" หรือ "ได้สัญญามาเพราะความโชคดี" ความเจ็บปวดจากการพ่ายแพ้บวกกับแรงกดดันจากคนที่ไม่รู้จัก แต่ยังดีที่เขาไม่ได้เล่นโซเชียลอะไรมากนักทำให้ไม่ต้องรับเรื่องราว Toxic หนัก ๆ มารบกวน
การย้ายสู่ค่าย ซุปเปอร์บอน เทรนนิ่ง แคมป์ นับเป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญบนอาชีพ
เขาได้รับความเมตตาและการดูแลอย่างใกล้ชิดจาก น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย ที่เข้ามาช่วยปรับปรุงเรื่องการป้องกันที่เป็นจุดอ่อน และ ซุปเปอร์บอน ที่รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ ช่วยวางแผนการชกที่ละเอียดและแม่นยำขึ้น
การขัดเกลาจาก "อาจารย์" ระดับแชมป์โลกทำให้ แรมโบ้เล็ก ไม่ใช่แค่มวยลุย แต่เป็นนักมวยที่ชกด้วยไอคิวและมีความนิ่งในระดับสากล
หลังจากเก็บชัยชนะต่อเนื่องมา 5 ไฟต์รวด แรมโบ้เล็ก ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงอันดับ 4 และได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการชิงแชมป์โลกกับ นาบิล อานาน ในศึก ONE ลุมพินี 147 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา
ไฟต์นี้ถูกมองว่าเป็นงานหิน ใครต่อใครก็มองว่าไม่รอด
นาบิล ได้เปรียบส่วนสูงเกือบ 20 เซนติเมตร แต่ แรมโบ้เล็ก ใช้กลยุทธ์ที่วางมาอย่างรัดกุม
เขาใช้ลูกเตะเจาะยางเข้าที่ขาหน้าของนาบิลตั้งแต่ยกที่ 2 จนคู่ชกเริ่มยุบและเคลื่อนที่ลำบาก
ยกที่ 3 และ 4 แรมโบ้เล็ก อาศัยความนิ่ง ดักจังหวะที่ นาบิล เดินเข้าหาแล้วบวกด้วย หมัดขวาตรงส่งนาบิลลงไปโดนนับ 8 ได้ถึง 2 ครั้ง
เขาใช้ลูกถีบทำลายจังหวะ ไม่เปิดโอกาสให้ นาบิล เข้าถึงตัว
เมื่อครบ 5 ยก แรมโบ้เล็ก ชนะคะแนนเอกฉันท์ ผงาดขึ้นเป็นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวตคนใหม่ ปิดฉากคำครหาทั้งหมดที่มีมาตลอด 2 ปี
หลังจากการประกาศผล แรมโบ้เล็ก เผยว่าชัยชนะครั้งนี้คือการปลดล็อกความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน
เขายืนยันว่าการเป็นแชมป์โลก ONE คือจุดสูงสุดในชีวิต และเสียงเชียร์จากแฟน ๆ ในสนามลุมพินีที่ตะโกนชื่อ "แรมโบ้ แรมโบ้" คือรางวัลที่ล้ำค่าที่สุด