ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผลงาน 4 เดือน เขย่า สกร.จากนโยบายสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผลงาน 4 เดือน เขย่า สกร.จากนโยบายสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
เพียง 4 เดือนแรกที่ “ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช” เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) แต่ชื่อของ “เกศทิพย์” กลับถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในฐานะแม่ทัพหญิงสกร.ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้จริง ไม่ใช่แค่เชิงนโยบาย แต่ลงลึกถึงการปฏิบัติ จับต้องได้ และเห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดด้วยรูปแบบการดำเนินงาน สกร. ต้อง “เข้าถึง” และ “ทันสมัย” โดยดร.เกศทิพย์ ประกาศทิศทางการทำงานตั้งแต่วันแรก ด้วยแนวคิดการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมยกระดับสกร. ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่ชุมชนฐานรากไปจนถึงแรงงานยุคใหม่ นโยบายไม่ใช่แค่สวยหรูบนกระดาษ แต่ถูกแปลงเป็นแผนงานที่หน่วยงานในพื้นที่ “ทำตามได้จริง”

เริ่มตั้งแต่นโยบาย “สกร.อาสา พาใช้แอปพลิเคชัน” เป็นโครงการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่มุ่งเน้นพัฒนาทักษะดิจิทัลให้ประชาชน โดยมีครูและอาสาสมัครแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชันที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น แอปเป๋าตัง, แอปทางรัฐ และแอปธนาคารต่างๆ เพื่อความปลอดภัยและรู้เท่าทันเทคโนโลยี ดำเนินการโดย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบล และห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ โดยให้บริการฟรีช่วงเดือนต.ค. 2568 

ต่อด้วยการถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยให้สกร.ทุกแห่งร่วมแสดงความอาลัย และเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เช่น การเผยแพร่พระราชกรณียกิจและพระราชดำริด้านการพัฒนาอาชีพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงาน จัดนิทรรศการและกิจกรรมการเรียนรู้เทิดพระเกียรติ สอนทำริบบิ้นเครื่องหมายแสดงความอาลัย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระองค์ การขับเคลื่อนโครงการ “สกร. รักษ์น้ำ สืบสานปณิธานแม่ของแผ่นดิน” ร่วมดำเนินกิจกรรมปลูกป่า พัฒนาแหล่งน้ำ และเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกิจกรรม ‘สกร.รวมใจภักดิ์ รักษ์แผ่นดิน’ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในด้านการพัฒนาการศึกษา เพื่อสนองพระราชปณิธานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแนวคิด “ปลูกป่าในใจคน” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์และความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน 

สกร. รวมใจภักดิ์ พัฒนาสิ่งแวดล้อม น้อมนำพระราชปณิธานจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จัดกิจกรรม “สกร. รวมใจภักดิ์ รักแผ่นดิน” นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทานร่วมบำเพ็ญประโยชน์ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามแนวทางโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” มุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะและการเสียสละเพื่อส่วนรวม พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้ร่มพระบารมี 

สกร.ส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ในชุมชน ขับเคลื่อน “ห้องสมุดประชาชน” ให้เป็นมากกว่าสถานที่เก็บหนังสือ โดยมุ่งพัฒนาให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีชีวิต เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การใช้จริงในชีวิตประจำวันของประชาชนทุกช่วงวัย พร้อมผนึกกำลังกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อยกระดับรากฐานด้านสุขภาวะของทุกครัวเรือนและชุมชนทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนา “เครือข่ายส่งเสริมการเรียนรู้สุขภาวะที่มีชีวิต” ไปจนถึงการบูรณาการองค์ความรู้สุขภาวะเข้าสู่กิจกรรมในห้องสมุด โดยใช้การอ่านเป็นเครื่องมือในการต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิต และเพิ่มอัตราการรู้หนังสือให้กับประชาชน ตามนโยบาย “ส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ให้กับประชาชนในชุมชนทั้ง 77 จังหวัด

นอกจากนี้ยังมีนโยบายจิตอาสาสกร. ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พลังการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่มากกว่าการบรรเทา คือการฟื้นฟูชีวิต สกร.ระดมบุคลากรในสังกัดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ทั้งบ้านเรือนประชาชน สถานศึกษา ศูนย์การเรียนรู้ ชุมชน วัด และหน่วยงานทางการศึกษา ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด ด้วยการจัดตั้งศูนย์พักพิง จัดทำถุงยังชีพ โรงครัวผลิตอาหารกล่อง บรรเทาความเดือดร้อน และฟื้นฟูบ้านเรือน-สถานที่เรียนรู้ พร้อมทำความสะอาด ขนย้ายสิ่งของ และซ่อมแซมบ้านเรือน ระบบไฟฟ้าประปาในชุมชน ตั้งศูนย์พักพิงและโรงครัวผลิตอาหารกล่อง แจกจ่ายประชาชนและบุคลากร บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุด เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หลังคา และทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

รวมถึงการช่วยเหลือผู้อพยพในศูนย์พักพิงจากปัญหาการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา จัดทีมช่วยเหลือในศูนย์พักพิงผู้อพยพ และการสนับสนุนจัดการเรียนรู้ในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อดูแลประชาชนในทั้ง 7 จังหวัดให้ได้รับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องแม้อยู่ในสถานการณ์วิกฤต โดยมอบหมายให้ทุกจังหวัดสำรวจความต้องการของผู้อพยพ พร้อมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะกิจกรรมบน “รถโมบายเคลื่อนที่” อัตลักษณ์สำคัญของ สกร. ที่สามารถนำหนังสือ ความรู้ และความบันเทิงเข้าถึงทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ ร้องเพลง ตัดผม หรือฝึกอาชีพระยะสั้น พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์การเรียนรู้ วัสดุศิลปะ ของเล่น และชุดกิจกรรมระบายสีสำหรับเด็ก รวมถึงกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเปลี่ยนศูนย์พักพิงให้เป็น “พื้นที่แห่งความอบอุ่นและการเรียนรู้” ช่วยให้ผู้อพยพรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยมากที่สุด 

ทั้งนี้ยังมีนโยบายสกร.มอบของขวัญจากใจให้กับเยาวชนและประชาชน ด้วยการจัดโครงการ “SWEET HERITAGE – สืบสานตำนานขนมไทย” เปิดฝึกอบรมการทำและเรียนรู้ขนมไทยที่กำลังจะหายไป เพื่ออนุรักษ์สืบสานไว้เป็นภูมิปัญญา จัดโดย สกร.ระดับอำเภอ 928 แห่งทั่วประเทศ ในเดือนม.ค. 2569 “SCIENCE-FUN-FEST เปิดประตูเรียนรู้โลกวิทยาศาสตร์” กับท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 20 แห่งทั่วประเทศ เข้าชมและรับบริการฟรี ตั้งแต่วันที่ 6-11 ม.ค. 2569 ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 20 แห่งทั่วประเทศ จนนำมาสู่โครงการอนุรักษ์ขนมไทย Sweet Heritage ที่สกร.สร้างมิติใหม่ของการเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม ด้วยการจัดงาน “Sweet Heritage สืบสานตำนานขนมไทย” ระหว่างวันที่ 17–18 ม.ค. 2569 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้คุณค่า อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาไทย ผ่านขนมไทยโบราณและขนมพื้นถิ่นจากทั้ง 77 จังหวัด รวมกว่า 140 ชนิด ที่กำลังจะสูญหาย พร้อมมุ่งถ่ายทอดเรื่องราวของขนมไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมต่อยอดสู่การเป็น Soft Power ของประเทศ สิ่งที่ สกร. ทำในวันนี้ คือการทำให้สิ่งที่กำลังจะเลือนหายกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการเรียนรู้จากฐานวัฒนธรรมและชุมชน

ส่วนนโยบายด้านวิชาการ สกร.ได้เปิดระบบสอบเทียบให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วประเทศที่ต้องการพัฒนาตัวเองและยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม ณ ศูนย์ สกร.ระดับอำเภอทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569 เป็นต้นไป และยังมีการขับเคลื่อการดำเนินงานตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต รวมถึงการพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมแนวทาง “Learn to Earn” และ “Upskill–Reskill–Newskill” เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและหลังเรียนจบ สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการ สร้างโอกาสทางธุรกิจในชุมชน  การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถสะสม เทียบโอน และต่อยอดผลการเรียนรู้จากหลากหลายรูปแบบ ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานและทักษะอาชีพ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดวัย ไม่จำกัดรูปแบบ และสามารถนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่มีอยู่มาใช้ต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ต่อด้วยโครงการความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่าง สกร. กับ Sea (ประเทศไทย) Shopee ได้แก่โครงการ Play to learn เล่นให้รู้ เปลี่ยนห้องสมุดชุมชน เป็นพื้นที่เรียนรู้การเงิน ผ่านบอร์ดเกม Wishlist  และโครงการ Shopee Learn to sell ขายให้เป็น เสริมทักษะอีคอมเมิร์ซให้ครู ยกระดับชุมชนด้วยการเรียนรู้ การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล  และ โครงการส่งเสริมหน้าที่พลเมืองที่ดีและประชาธิปไตยในสังคมไทย ให้ความรู้เรื่องสิทธิ์ในการเลือกตั้งเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ “บทบาทหน้าที่ของพลเมืองที่ดี” ในสังคมประชาธิปไตย

ขณะเดียวกันสกร.ยังส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ให้เป็นพลเมืองไทยเข้มแข็ง ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา สร้างพื้นฐานให้ประชาชนพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกรวมถึงการบูรณาการการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประชาธิปไตย และความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองดีในบริบทสังคม ร่วมสมัย ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ทุกที่ ทุกเวลา พัฒนา Digital Platform  “DOLEdemy” ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ทุกช่วงวัย ทุกพื้นที ใช้ AI และ Big Data เพื่อออกแบบการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ 

นโยบายสกร. กับภารกิจพาเด็กหลุดระบบ กลับสู่เส้นทางการเรียนรู้การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขับเคลื่อนนโยบาย “Zero Dropout” เพื่อแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน ผ่าน 4 มาตรการหลัก คือ ค้นหา  คัดกรอง พัฒนา และส่งต่อ โดยใช้ชุมชนและเครือข่ายท้องถิ่นตรวจสอบ ติดตาม และนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งรูปแบบสายสามัญ การศึกษานอกระบบ และการฝึกทักษะอาชีพตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน

และในปีงบประมาณ 2569 สกร.ได้ดำเนินการพัฒนาอาชีพชุมชน เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพกำลังคนของประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ โดยจับมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เพื่อพัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นของ สกร. ให้ได้มาตรฐานอาชีพระดับสากล และสร้างเส้นทางอาชีพที่ยั่งยืนแก่ผู้เรียนทุกกลุ่มวัย และร่วมกับ CP ALL โดยวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ กำหนดทิศทางการจัดทำผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายแผนค้าปลีก เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำผลการเรียนไปเทียบโอนเป็นรายวิชาเลือก รวมถึงสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิตได้

สำหรับการพัฒนาครูนั้น สกร. ร่วมมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ เน้นการพัฒนาสมรรถนะด้าน AI ให้ครูและนักเรียน เพราะ AI กลายเป็นทักษะสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงาน และการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การเป็น “ครูนวัตกร”  และ สกร. ยังได้ร่วมมือกับ สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พัฒนาหลักสูตรและสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ให้กับนักเรียน บุคลากร และประชาชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยคุกคาม เช่น Ransomware และ Phishing ยกระดับทักษะดิจิทัลให้ปลอดภัยและรู้เท่าทันเทคโนโลยี ป้องกันการถูกหลอกลวงออนไลน์ จัดอบรมครูและบุคลากรในสังกัดให้มีทักษะด้านดิจิทัลที่ทันสมัย

ขณะเดียวกันสกร.ยังพัฒนาความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ร่วมกับ UNESCO  เช่น โครงการ Green education ในเรื่องของการส่งเสริมการศึกษาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ Digital Literacy และ โครงการมหาสมุทรที่ยั่งยืนของเรา (Sustaining Our Oceans: Building Healthy Relationships with Oceans in South-East Asia through Education for Sustainable Development) เพื่อเปิดโอกาสในการสำรวจระบบนิเวศทางทะเล มุ่งสู่การอนุรักษ์และการเปลี่ยนแปลงทะเลอย่างยั่งยืน

สกร.ยังมีนโยบายดำเนินงานร่วมกับ มูลนิธิ MOA (ศูนย์สร้างเสริมสุขภาพ MOA)  ด้านการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ผ่านแนวทางเกษตรธรรมชาติและการดูแลสุขภาพแนวองค์รวม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางแก้ปัญหาเกษตรธรรมชาติระหว่างประเทศญี่ปุ่นและไทย และการจัดโครงการประกวดภาพวาดส่งเสริมวัฒนธรรมความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนไทยและญี่ปุ่น กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนระดับประถมศึกษาในระบบ และนักศึกษาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) 

อย่างไรก็ตาม สกร.ยังมีการดำเนินงานสำคัญเพื่อสนองงานตามพระราชดำริ การจัดประชุมวิชาการโครงการ “สร้างป่า สร้างรายได้” ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 – 31 ม.ค. 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ และแนวปฏิบัติที่ดี สำหรับใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ 

วันนี้ สกร. ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานด้านการศึกษา แต่คือพลังของโอกาส พลังของความหวัง และพลังของการเรียนรู้ที่เข้าถึงทุกชีวิต และบทสรุปความสำเร็จ 4 เดือนแรกคือเครื่องพิสูจน์ของความมุ่งมั่น เส้นทางต่อจากนี้ของ “อธิบดีสกร.”  ยิ่งน่าจับตา เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มขึ้นแล้ว กำลังพาสังคมก้าวไปข้างหน้า ด้วยพลังการเรียนรู้ที่ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสกร.จะอยู่ในใจทุกครัวเรือน 


ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport