สมรภูมิหนีตาย! เปิดโปรแกรมไทยลีก 2025/26 ช่วงโค้งสุดท้าย กับ 6 ทีมที่หนีตายได้มันส์ที่สุดในรอบหลายปี ใครถือไพ่เหนือกว่าในสงครามชิงความอยู่รอด!!
แม้ถ้วยแชมป์สมัยที่ 11 จะถูกส่งไปประดิษฐานที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ความเดือดของศึกฟุตบอลไทยลีก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ประจำฤดูกาล 2025/26 ยังไม่จบ เพราะ "สมรภูมิโซนตกชั้น" กำลังระอุจนถึงขีดสุด กับ 6 ทีมสุดท้ายที่ต้องสู้สุดตัวเพื่อความอยู่รอดบนลีกสูงสุด ทีมงาน SIAMSPORT จึงอยากชวนแฟนบอลไทยมาส่องสถานการณ์ และวิเคราะห์โอกาสของแต่ละทีมกันหน่อย?
อันดับ 11: อุทัยธานี เอฟซี
สถานะ: 25 นัด | 27 แต้ม (ผลต่าง -4)
โปรแกรมที่เหลือ: 5 นัด (เหย้า 3, เยือน 2)
- 18 เม.ย. H ระยอง เอฟซี, 25 เม.ย. H การท่าเรือ เอฟซี, 29 เม.ย. H ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, 3 พ.ค. A พีที ประจวบ เอฟซี, 10 พ.ค. A สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
วิเคราะห์สถานการณ์:
ถือว่าถือไพ่เหนือกว่าใครเพื่อนด้วย "จำนวนนัดที่เหลือ" และการได้เล่นในบ้านถึง 3 เกมติด แม้ต้องรับมือยักษ์ใหญ่อย่าง ท่าเรือ และ แบงค็อก แต่ด้วยคะแนนที่ตุนไว้ 27 แต้ม ขอเพียงเก็บชัยชนะในบ้านนัดสำคัญกับระยองได้ โอกาสอยู่รอดจะพุ่งสูงถึง 90% ทันที
อันดับ 12: ลำพูน วอริเออร์
สถานะ: 27 นัด | 26 แต้ม (ผลต่าง -12)
โปรแกรมที่เหลือ: 3 นัด (เหย้า 1, เยือน 2)
- 26 เม.ย. (A) ระยอง เอฟซี, 3 พ.ค. (H) สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, 10 พ.ค. (A) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
วิเคราะห์สถานการณ์:
อยู่ในสถานะ "เสี่ยงแต่ยังไหว" ปัญหาคือโปรแกรมนัดสุดท้ายต้องไปเยือนแชมป์อย่างบุรีรัมย์ ซึ่งยากจะหวังแต้ม ดังนั้น 2 เกมแรกกับ ระยอง และ เชียงราย คือ "ชี้ชะตา" หากเก็บได้ไม่ถึง 3 แต้มจากสองนัดนี้ มีโอกาสถูกทีมข้างล่างแซงโค้งสุดท้ายได้สูงมาก
อันดับ 13: สุโขทัย เอฟซี
สถานะ: 27 นัด | 25 แต้ม (ผลต่าง -20)
โปรแกรมที่เหลือ: 3 นัด (เหย้า 2, เยือน 1)
- 24 เม.ย. (H) ราชบุรี เอฟซี, 2 พ.ค. (A) นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, 10 พ.ค. (H) เมืองทอง ยูไนเต็ด
วิเคราะห์สถานการณ์:
"ค้างคาวไฟ" ต้องใช้ความได้เปรียบจากการเล่นในทุ่งทะเลหลวง 2 นัดให้เป็นประโยชน์ จุดสำคัญที่สุดคือเกมเยือน นครราชสีมา (คู่แข่งโดยตรง) ในวันที่ 2 พ.ค. นัดนั้นอาจเป็นเกม "6 คะแนน" ที่ตัดสินว่าใครจะรอดหรือจะร่วง
อันดับ 14: พลังกาญจน์ เอฟซี
สถานะ: 27 นัด | 22 แต้ม (ผลต่าง -22)
โปรแกรมที่เหลือ: 3 นัด (เหย้า 3)
- 26 เม.ย. H บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, 2 พ.ค. H ชลบุรี เอฟซี, 10 พ.ค. H ราชบุรี เอฟซี
วิเคราะห์สถานการณ์:
เป็นโปรแกรมที่แปลกและท้าทายมากกับการได้ "เฝ้าบ้านทุกนัด" ที่เหลือ แต่กระดูกชิ้นโตคือต้องรับมือบุรีรัมย์และชลบุรี พลังกาญจน์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสร้างปาฏิหาริย์ในบ้านตัวเอง เก็บอย่างน้อย 6 แต้มจาก 9 แต้มเต็ม เพื่อความหวังในการอยู่รอด
อันดับ 15: นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
สถานะ: 26 นัด | 21 แต้ม (ผลต่าง -22)
โปรแกรมที่เหลือ: 4 นัด (เหย้า 1, เยือน 3)
- 18 เม.ย. A เมืองทอง ยูไนเต็ด, 25 เม.ย. A บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, 2 พ.ค. H สุโขทัย เอฟซี, 10 พ.ค. A ชลบุรี เอฟซี
วิเคราะห์สถานการณ์:
"นาทีวิกฤต" ของสวาทแคทอย่างแท้จริง ต้องออกไปเยือนถึง 3 นัด แถมเจอแต่ทีมตึงๆ ทั้งเมืองทอง, บีจี และชลบุรี ความหวังเดียวคือต้องบุกไปดึงแต้มจากเกมเยือนให้ได้ และต้องทุบสุโขทัยในบ้านนัดเดียวที่เหลือให้ได้เท่านั้น ถ้าพลาดนัดแรกกับเมืองทอง สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
อันดับ 16: เมืองทอง ยูไนเต็ด
สถานะ: 26 นัด | 21 แต้ม (ผลต่าง -23)
โปรแกรมที่เหลือ: 4 นัด (เหย้า 2, เยือน 2)
- 18 เม.ย. H นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, 26 เม.ย. A ชลบุรี เอฟซี, 1 พ.ค. H บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, 10 พ.ค. A สุโขทัย เอฟซี
วิเคราะห์สถานการณ์:
อดีตแชมป์ไทยลีกที่กำลังเจอวิกฤตหนักที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร การจมบ๊วยไม่ได้หมายความว่าหมดหวัง เพราะยังมีอีก 12 แต้มให้เก็บ และมีเกมตัดสินกับคู่แข่งหนีตายโดยตรงอย่าง นครราชสีมา และ สุโขทัย หาก "กิเลนผยอง" กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้ใน 2 เกมนี้ พวกเขาก็มีสิทธิ์รอดตกชั้นแบบหวุดหวิด
" กอล์ฟ เบนเทเก้ "