จากความพะวง ซวน ซอน สู่ใบแดง : ย้อนรอยไทยพังนัดชิง เสียแชมป์ให้เวียดนาม

จากความพะวง ซวน ซอน สู่ใบแดง : ย้อนรอยไทยพังนัดชิง เสียแชมป์ให้เวียดนาม
ย้อนรอยบทเรียนราคาแพงของทีมชาติไทย พังคาบ้านพ่ายเวียดนาม 2-3 เสียแชมป์อาเซียน 2024 เจาะลึก 3 จุดเปลี่ยนสำคัญ

ความพ่ายแพ้ของทีมฟุตบอล ทีมชาติไทย ในเกมนัดชิงชนะเลิศ อาเซียน มิตซูบิชิ อิเล็กทริค คัพ 2024 ที่ผ่านมา คารังเหย้าศักดิ์สิทธิ์อย่างราชมังคลากีฬาสถาน ด้วยสกอร์ 2-3 (รวมผลสองนัดพ่ายไป 3-5)

ไม่เพียงแต่นำถ้วยแชมป์สมัยที่ 3 กลับสู่ดินแดนเวียดนามเท่านั้น แต่มันยังฉายภาพสะท้อนว่า "ความเป็นจ้าวแห่งอาเซียน" ที่ ทัพช้างศึก ยังไม่สามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้อย่างแท้จริง

เรื่องราวในวันนั้นจะเป็นอย่างไร? ติดตามพร้อมกันที่ SIAMSPORT 

ความกลัว เหงียน ซวน ซอน

ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นในเกมนัดชิงชนะเลิศเลกสอง ความกดดันทั้งหมดตกอยู่กับ ทีมชาติไทย ที่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาชัยชนะ หลังจากบุกไปปราชัยมาก่อนในเลกแรกที่ฮานอย 1-2

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่นาทีแรกคือ มาซาทาดะ อิชิอิ เฮดโค้ชทัพช้างศึก วางหมากเกมรับด้วยความ "พะวง" ในตัว เหงียน ซวน ซอน กองหน้าโอนสัญชาติชาวบราซิลดีกรี MVP และดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์มากจนเกินไป

อิชิอิ เลือกใช้วิธีการรุมสกัดกั้นศูนย์หน้ารายนี้ด้วยผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคน จนนำมาซึ่งการเสียระเบียบวินัยในเกมรับ และถูก เวียดนาม ลงโทษอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม

เมื่อ โจนาธาร เข็มดี พยายามขึ้นโหม่งสกัดลูกฟรีคิก แต่บอลเลยข้ามหัวไปเข้าทาง ฝ่าม ต๋วน ห่าย ที่ยกบอลข้ามตัว ปฏิวัติ คำไหม เข้าประตูไป ส่งทีมเยือนขึ้นนำก่อน 1-0

แม้ว่า เบนจามิน เดวิส จะช่วยยิงประตูตีเสมอ 1-1 ให้ ไทย ได้ในนาทีที่ 28 จากการฉวยโอกาสจากจังหวะสกัดบอลพลาดของแนวรับเวียดนาม

และในนาทีที่ 33 ทีมเยือนจะต้องเสีย เหงียน ซวน ซอน จากอาการบาดเจ็บหนักหน้าแข้งหักจนต้องหามออกจากสนามก็ตาม 

แต่โครงสร้างเกมรับของ ช้างศึก ที่เสียกระบวนท่าไปแล้วก็ไม่ได้กลับมาแข็งแกร่งขึ้นเลยอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อ "สปิริต" ถูกตั้งคำถาม

จุดเดือดและจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 64 เมื่อ เบนจามิน เดวิส จ่ายบอลให้ สุภโชค สารชาติ ซัดไกลระยะเกือบ 30 หลา บอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงดงามให้ไทยพลิกขึ้นนำ 2-1

ทว่า ประตูดังกล่าวกลับจุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่ขึ้นในสนาม

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เหงียน ดินห์ เตรียว ผู้รักษาประตูเวียดนาม ตัดสินใจขว้างบอลออกนอกสนามเพื่อให้แพทย์เข้ามาดูอาการของเพื่อนร่วมทีมที่นอนเจ็บอยู่

ซึ่งทางฝั่งผู้เล่นไทยไม่ได้เตะบอลคืนให้ แต่เลือกที่จะเล่นเร็วและจบสกอร์ทันที

แม้ทาง VAR จะยืนยันให้เป็นประตู เนื่องจากไม่ได้ผิดกฎกติกาการแข่งขัน แต่มันกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทง ทีมชาติไทย เสียเอง

ในแง่ของจิตวิทยา ประตูนี้ไม่ได้สร้างความหวั่นเกรงให้ เวียดนาม แต่มันกลับไป ปลุกไฟความโกรธแค้นและความฮึกเหิม ของขุนพลแดนดาวทองให้พุ่งสูงปรี๊ดขึ้นมาทันที พวกเขาเริ่มบดขยี้และเข้าบอลหนักใส่ผู้เล่นไทยในทุกจังหวะ

บทเรียนราคาแพง

เมื่ออารมณ์อยู่เหนือสติ จุดเปลี่ยนสำคัญอันดับสองก็ตามมาในนาทีที่ 74 วีระเทพ ป้อมพันธุ์ มิดฟิลด์ตัวคุมจังหวะของไทย เกิดอาการน็อตหลุดจากการที่ผู้ตัดสินปล่อยเกมไหลในจังหวะที่ สุภโชค สารชาติ โดนผู้เล่นเวียดนามไล่หวดนอกเกม 

วีระเทพ จึงไปตัดฟาวล์หนักจนโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

การเหลือผู้เล่น 10 คนในสนาม ท่ามกลางสภาพร่างกายที่อ่อนล้าตลอด 30 วัน ทำให้แผลในเกมรับของ ไทย ที่เปิดกว้างอยู่แล้วยิ่งหนักขึ้นไปอีก

ในนาทีที่ 82 ฝ่าม ต๋วน ห่าย ซัดแฉลบ พรรษา เหมวิบูลย์ เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองให้ เวียดนาม ตีเสมอ 2-2

ก่อนที่ เหงียน ไฮ ลอง จะมาซัดไกลปิดกล่องในช่วงทดเวลา ดับฝันการป้องกันแชมป์ของ ทีมชาติไทย ลงอย่างราบคาบ

สุดท้ายแล้ว ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์เป็นเรื่องของ ระเบียบวินัย ความนิ่ง และความยืดหยุ่นในการบริหารทรัพยากร 

เวียดนาม ภายใต้การคุมทีมของ คิม ซัง-ซิก สามารถทำวินัยในการเล่นเกมรับที่แข็งแกร่ง และความเฉียบขาดในการปิดสกอร์

ในขณะที่ ทีมชาติไทย ต้องยอมรับความจริงว่า วันนี้เราพ่ายแพ้จากความผิดพลาดส่วนบุคคล การควบคุมอารมณ์ และหมากการแก้เกมที่ล่าช้าของ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่ถอดผู้เล่นฟอร์มเด่นอย่าง เบนจามิน เดวิส ออก และไม่สามารถใช้งาน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้

เกมนัดชิงชนะเลิศ อาเซียน คัพ 2026 ที่กำลังจะถึงนี้ ไม่ใช่เกมการแก้แค้นที่ เวียดนาม มาเอาชนะเราในบ้านเพียงเท่านั้น แต่มันคือส่งสัญญาณว่าในวันที่เราไม่พร้อมเรื่องตัวผู้เล่น ทีมชาติไทย ดีพอที่จะกลับมาผงาดเป็น "เจ้าอาเซียน" แล้วหรือไม่? 

ตัน กวาร์ดิโอล่า 



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport