ถ้านับตามหน้าเสื่อและสถิติที่ผ่านมา ต้องยอมรับกันตรงๆ แบบไม่เข้าข้างใครว่า ทีมชาติไทยเราดูดีกว่าเห็นๆ ตลอด 11 นัดที่เจอกันมาในศึกชิงแชมป์อาเซียน เราเก็บชัยไปได้ถึง 7 นัด เสมอ 2 และแพ้ไปเพียง 2 ครั้ง
ฟอร์มในรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติไทยถือว่าน่าพอใจมาก ชนะรวดทั้ง 4 นัด ยิงได้ 10 ประตู และยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่วางไว้แทบทุกอย่าง
ต่างจากทัพ "ลอดช่อง" ภายใต้การคุมทีมของ กาวิน ลี กุนซือหนุ่มวัยเพียง 35 ปี ที่เข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เอ ด้วยฟอร์มที่ต้องลุ้นกันเหนื่อย ชนะ 2 เสมอ 2 กระเสือกกระสนพอสมควรกว่าจะมีแต้มผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ
ถ้ามองจากผลงานที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่าไทยเป็นต่อพอสมควร แต่ฟุตบอลรอบน็อกเอาต์ไม่เคยตัดสินกันด้วยสถิติอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งคือสิงคโปร์ที่เคยสร้างปัญหาให้เราในเกมสำคัญมาแล้วหลายครั้ง
แต่ถ้าลองย้อนกลับไปดูเกมสำคัญระหว่างสองทีมในอดีต จะพบว่ามีหลายครั้งที่สิงคโปร์ทำได้ดีกว่าที่หลายคนคาด เพราะหลายครั้งในเกมใหญ่ สิงคโปร์มักยกระดับการเล่นขึ้นมาได้มากกว่าที่หลายคนคาด
แฟนบอลรุ่นเก๋าน่าจะยังจำความเจ็บปวดในนัดชิงชนะเลิศปี 2007 และ 2012 ได้เป็นอย่างดี ภาพในวันนั้นคือเราครองบอลเยอะกว่า บุกพับสนามใส่ตลอดเกม
แต่สุดท้ายเป็นสิงคโปร์ที่เปลี่ยนโอกาสไม่กี่ครั้งให้กลายเป็นประตู และคว้าแชมป์ไปครองทั้งสองหน
นี่ยังไม่นับรวมปัจจัยภายนอกในวันเสาร์นี้ที่สนาม จาลัน เบซาร์ สเตเดียม ซึ่งเปิดขายตั๋วได้ไม่ทันไรก็ขายหมดเกลี้ยงไปเป็นที่เรียบร้อย บรรยากาศแฟนบอลเจ้าถิ่นที่ตะโกนกดดันแบบชิดติดขอบสนามแน่ๆ
ด้านตัวผู้เล่น สิงคโปร์ชุดนี้ไม่ใช่ทีมที่คุณจะมองข้ามได้ แกนหลักคุ้นหน้าคุ้นตาแฟนบอลไทยและไทยลีกเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น อิลฮาน ฟานดี้ ดาวยิงฟอร์มฮอตที่กดไปแล้ว 3 ประตูในรายการนี้, สองพี่น้อง ไรฮาน และ แฮรีส สจ๊วร์ต, ซอง อุย-ยอง รวมไปถึงเก๋าเกมอย่าง ชาวัล อันนัวร์ ที่พร้อมใช้วิชาเคี่ยวป่วนแนวรับเราได้ทุกเมื่อที่มีช่อง
เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าไทยเป็นรอง หรือควรกังวลจนเกินเหตุ ศักยภาพรวมของเราเหนือกว่า นั่นคือเรื่องจริงที่ไม่ต้องเถียงกัน
แต่ในเกมเลกแรกที่ต้องออกไปเยือน สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การเร่งเกมรุกเพื่อเอาชนะให้ขาด หากแต่คือความละเอียดทางฟุตบอล การรับมือกับสภาวะแรงกดดัน และการไม่ประมาทรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ฟอร์ม 4 นัดที่ผ่านมาของทีมชาติไทยเราเล่นเน้นผลการแข่งขัน และทำได้อย่างสมบูรณ์ตามเป้าของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ทว่าบททดสอบที่แท้จริงของการเป็นแชมป์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันเสาร์นี้ เวลา 2 ทุ่มตรง ที่ต้องกุมความได้เปรียบก่อนกลับมาเล่นที่ราชมังคลากีฬาสถานให้ได้ แล้วค่อยมาปิดบัญชีในบ้านเราอย่างสมศักดิ์ศรี
มาร่วมส่งใจเชียร์ทัพช้างศึกไปพร้อมๆ กันครับ!
#กอล์ฟเบนเทเก้