เจอกันตี 1! ทีมชาติไทยปักหลักโถ 3 จับสลากเอเชียนคัพ 2027 ลุ้นดวลญี่ปุ่น-เกาหลีใต้

เจอกันตี 1!  ทีมชาติไทยปักหลักโถ 3 จับสลากเอเชียนคัพ 2027 ลุ้นดวลญี่ปุ่น-เกาหลีใต้
ห้ามพลาด! คืนนี้ 01.00 น. ร่วมลุ้นผลจับสลากแบ่งกลุ่ม AFC Asian Cup 2027 ทีมชาติไทยอยู่โถ 3 มีสิทธิ์เจอทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือดาร์บี้แมตช์อาเซียน เช็กโถทีมวางและลิงก์ดูสดที่นี่

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี (AFC) เตรียมจัดพิธีจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียครั้งยิ่งใหญ่ "AFC Asian Cup Saudi Arabia 2027" อย่างเป็นทางการ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยงานจะเริ่มขึ้นในคืนวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 (เข้าสู่ช่วงเช้ามืดวันที่ 10 พฤษภาคม) ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นไป ตามเวลาประเทศไทย

สำหรับการชิงชัยในรอบสุดท้ายนี้ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2570 โดยมี 24 ชาติชั้นนำที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาฟาดแข้ง ซึ่งการจัดโถทีมวางในครั้งนี้ได้ยึดตามอันดับฟีฟ่า แรงกิ้ง (FIFA Ranking) ล่าสุดที่มีการประกาศไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อกระจายความแข็งแกร่งในแต่ละกลุ่มให้สมดุลที่สุด

ขณะที่ ทีมชาติไทย ของเราถูกจัดอยู่ในโถที่ 3 ซึ่งถือว่ามีโอกาสลุ้นเจอทั้งงานหนักจากยักษ์ใหญ่ในโถ 1 อย่าง ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ และมีโอกาสดาร์บี้แมตช์อาเซียนกับทีมจากโถ 4 อย่าง อินโดนีเซีย หรือ สิงคโปร์ เช่นกัน 

สรุปรายชื่อทีมในแต่ละโถมีดังนี้

- โถ 1 : ซาอุดิอาระเบีย (เจ้าภาพ), ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อิหร่าน, ออสเตรเลีย และอุซเบกิสถาน

- โถ 2 : กาตาร์, อิรัก, จอร์แดน, ยูเออี, โอมาน และซีเรีย

- โถ 3 : บาห์เรน, ไทย, จีน, ปาเลสไตน์, เวียดนาม และทาจิกิสถาน

- โถ 4 : คีร์กิซสถาน, อินโดนีเซีย, คูเวต, สิงคโปร์, เกาหลีเหนือ และผู้ชนะระหว่างเลบานอนหรือเยเมน

ในส่วนของรูปแบบการแข่งขัน ทั้ง 24 ทีมจะถูกแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันกันแบบพบกันหมดภายในกลุ่ม เพื่อคัดเอาทีมอันดับ 1 และ 2 ของทุกกลุ่ม รวมถึงทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 4 ทีม จากทั้งหมด 6 กลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป เพื่อหาหนึ่งเดียวที่จะเป็นเจ้าเอเชียในครั้งนี้

แฟนบอลไทยสามารถร่วมส่งใจเชียร์และลุ้นผลการจับสลากไปพร้อมกันได้ผ่านการถ่ายทอดสดทางช่องทางออนไลน์ YouTube ของ AFC หรือติดตามผ่านลิงก์ https://www.youtube.com/live/6GjbcGj_pMY?si=HdjX6UDDnb8xlIgv คืนนี้ห้ามพลาด!



ที่มาของภาพ : ฟุตบอลทีมชาติไทย
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport