รอรับได้เลย! ทีมอังกฤษจ่อได้โควตา UCL เพิ่ม ลุ้นอันดับ 5 พรีเมียร์ลีก

รอรับได้เลย! ทีมอังกฤษจ่อได้โควตา UCL เพิ่ม ลุ้นอันดับ 5 พรีเมียร์ลีก
ผลงานสโมสรอังกฤษในยุโรปหนุนลุ้นโควตา UCL เพิ่มผ่านระบบ EPS ของ ยูฟ่า ทำให้อันดับ 5 พรีเมียร์ลีกอาจได้ตั๋วแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า

อังกฤษ กำลังอยู่ในเส้นทางที่ดีในการคว้าโควตา ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เพิ่มเป็นพิเศษ หลังจบลีกเฟสของทั้งสามถ้วยยุโรป และภาพรวมคะแนนสัมประสิทธิ์ประเทศเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างมาก

ระบบดังกล่าวเรียกว่า European Performance Spots (EPS) ซึ่งจะมอบโควตาแชมเปียนส์ลีกเพิ่มเติมให้ 2 ชาติที่ทำผลงานดีที่สุดในภาพรวมของ แชมเปียนส์ลีก, ยูโรปา ลีก และคอนเฟอเรนซ์ ลีก ตลอดฤดูกาล

นั่นหมายความว่า อันดับ 5 ของ พรีเมียร์ลีก อาจขยับจากโควตา ยูโรปา ลีก ไปสู่แชมเปียนส์ลีกได้โดยตรง เหมือนกรณีที่ นิวคาสเซิล เคยได้รับอานิสงส์ในลักษณะนี้มาแล้ว

ระบบ EPS คิดคะแนนอย่างไร?

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จะนำคะแนนค่าสัมประสิทธิ์รวมของแต่ละชาติ หารด้วยจำนวนสโมสรที่เข้าร่วมฟุตบอลยุโรป เพื่อหา “ค่าเฉลี่ยผลงาน” ประเทศที่ได้อันดับ 1 และ 2 จะรับโควตาเพิ่มทันที

ชัยชนะทุกนัดไม่ว่ารายการใด มีค่า 2 คะแนน เสมอ 1 คะแนน อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ “โบนัสพอยต์” ซึ่งใน แชมเปียนส์ลีก มีมูลค่าสูงกว่ารายการอื่นมาก

ตัวอย่างเช่น ทีมอันดับ 25–36 ในลีกเฟสแชมเปียนส์ลีก ยังได้โบนัส 6 คะแนน แม้ตกรอบ ขณะที่ทีมจ่าฝูงลีกเฟสคอนเฟอเรนซ์ลีกอย่าง สตราสบูร์ก ได้เพียง 4 คะแนน

จึงแทบแน่นอนว่าลีกใหญ่ยุโรปจะมีภาษีเหนือกว่าในการลุ้นโควตาเพิ่มทุกปี

ตารางสัมประสิทธิ์ ยูฟ่า

2 อันดับแรกจะได้โควตา UCL เพิ่ม

อันดับ ประเทศ ค่าเฉลี่ยสัมประสิทธิ์ ทีมลงแข่ง/ทีมที่เหลือ

1 อังกฤษ 20.958 9/9

2 โปรตุเกส 16.600 5/4

3 เยอรมนี 16.214 7/6

4 สเปน 15.531 8/6

5 อิตาลี 15.500 7/6

6 ฝรั่งเศส 13.759 7/5

7 โปแลนด์ 13.625 4/3

8 กรีซ 12.100 5/4

9 ไซปรัส 11.906 4/2

10 เดนมาร์ก 11.750 4/1

สถานการณ์ของอังกฤษ

อังกฤษ เป็นชาติเดียวที่ยังมีทุกสโมสรอยู่ครบในการแข่งขันยุโรป รวม 9 ทีม และกวาดโบนัสพอยต์จากอันดับในแชมเปียนส์ลีกไปแล้ว 72.50 คะแนน

แม้ภาพรวมดูได้เปรียบมาก แต่ยังประมาทไม่ได้ เพราะฤดูกาล 2023/24 อังกฤษเคยดูเหมือนจะได้โควตาแน่นอน ก่อนผลงานรอบก่อนรองชนะเลิศจะทรุดหนัก

แม้หลายทีมอังกฤษผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยตรง แต่ลีกคู่แข่งยังมีหลายทีมในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งสามารถเก็บคะแนนจากชัยชนะสองนัดเหย้า–เยือน และรับโบนัสเมื่อทะลุรอบ 16 ทีม

ภาพรวมระยะห่างปัจจุบันบ่งชี้ว่า สโมสรจาก โปรตุเกส ต้องชนะเพิ่มราว 11 นัดเพื่อไล่ทัน ส่วน เยอรมนี ต้องการอีก 17 นัด, อิตาลี 19 นัด และ สเปน ถึง 22 นัด

คู่แข่งสำคัญ

เยอรมนี เสียทีมไปเพียง ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ทำให้ บุนเดสลีกา ยังอยู่ในตำแหน่งดีในการลุ้นอันดับสอง

สเปน เสียหายจากการตกรอบของ บียาร์เรอัล และ แอธเลติก บิลเบา แม้ยังเหลือ 6 ทีม แต่ค่าคะแนนเฉลี่ยต่อชัยชนะต่ำกว่าคู่แข่ง

อิตาลี ยังมีลุ้น แม้เสีย นาโปลี ไปแล้วก็ตาม โดยทั้ง อตาลันต้า, โบโลญญ่า, ฟิออเรนติน่า, อินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส ยังช่วยเก็บแต้มได้

โปรตุเกส เหลือ 4 ทีม แต่สถานการณ์ยาก โดยมีเพียง เบนฟิก้า ที่สามารถทำคะแนนเพิ่มได้ในช่วงใกล้นี้

ไทม์ไลน์สำคัญ

30 มกราคม: จับสลากรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ของแชมเปี้ยนส์ ลีก และยูโรปา ลีก

24–26 กุมภาพันธ์: เพลย์ออฟเลก 2 ครบทั้ง 3 รายการ

27 กุมภาพันธ์: จับสลากจัดสายรอบน็อกเอาต์

17–19 มีนาคม: รอบ 16 ทีมสุดท้ายเลก 2

14–16 เมษายน: รอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งอาจเป็นช่วงยืนยันโควตาเพิ่ม

5–7 พฤษภาคม: รอบรองชนะเลิศเลก 2

ฤดูกาลก่อน โควตาเพิ่มของพรีเมียร์ลีกถูกยืนยันวันที่ 8 เมษายน และฤดูกาลนี้อาจเร็วกว่าเดิม

ผลกระทบต่อพรีเมียร์ลีก

จ่าฝูง อาร์เซน่อล มี 50 คะแนน นำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า ที่มี 46 คะแนนเท่ากัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (38 คะแนน) รั้งอันดับ 4 ส่วนโควตาเพิ่มหากเกิดขึ้นตอนนี้จะตกเป็นของอันดับ 5 คือ เชลซี (37 คะแนน)

อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างอันดับ 5 ถึงอันดับ 11 อย่าง ซันเดอร์แลนด์ ห่างกันเพียง 4 คะแนน ทำให้การแย่งอันดับ 5 อาจกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้



ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport