อย่านิ่งนอนใจ! ชนะรวดแบ่งกลุ่ม UCL ไม่การันตีแชมป์เสมอไป

อย่านิ่งนอนใจ! ชนะรวดแบ่งกลุ่ม UCL ไม่การันตีแชมป์เสมอไป
สถิติชี้ชัด ทีมที่ชนะรวดรอบแบ่งกลุ่มศึก UCL หลายรายไปไม่ถึงฝั่งฝัน แม้เปิดฉากสมบูรณ์แบบ แต่รอบน็อกเอาต์พิสูจน์ว่าแชมป์ยุโรปไม่เคยง่าย

แม้การชนะรวดในรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จะถูกมองว่าเป็นสัญญาณของทีมเต็งแชมป์ แต่ประวัติศาสตร์พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ผลงานสมบูรณ์แบบในช่วงต้นรายการ ไม่ได้การันตีว่าปลายทางจะจบด้วยการชูถ้วยยุโรปเสมอไป เพราะเมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ รายละเอียดเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนชะตาได้ทันที

หลายสโมสรยักษ์ใหญ่เคยสร้างสถิติชนะรวด ยิงประตูถล่มทลาย และเสียประตูน้อยในรอบแบ่งกลุ่ม ทว่ากลับต้องหยุดเส้นทางก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศ สะท้อนให้เห็นถึงความโหดของเวทียุโรปที่ไม่มีคำว่าแน่นอน

เอซี มิลาน (1992/93) ภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ชนะรวด 6 นัด เสียเพียงประตูเดียว ก่อนทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่พ่าย มาร์กเซย จบเพียงรองแชมป์

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (1994/95) ยุค หลุยส์ เฟร์นานเดซ พร้อมดาวยิงอย่าง จอร์จ เวอาห์ ก็ชนะครบทุกเกมในกลุ่ม แต่ไปจบเส้นทางที่รอบรองชนะเลิศ

เรอัล มาดริด เคยทำได้หลายครั้ง ทั้งฤดูกาล 2011/12 และ 2014/15 ที่ชนะรวดรอบแบ่งกลุ่ม แต่ตกรอบรองชนะเลิศทั้งสองครั้ง

ขณะที่ บาร์เซโลน่า (2002/03) และ สปาร์ตัก มอสโก (1995/96) ต่างหยุดเส้นทางตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศ

ฝั่งที่ไปถึงฝันมีไม่มาก โดยกรณีโดดเด่นคือ บาเยิร์น มิวนิค (2019/20) ของ ฮันซี่ ฟลิค ที่ไม่เพียงชนะรวดรอบแบ่งกลุ่ม แต่ยังชนะทุกนัดตลอดทัวร์นาเมนต์ ผงาดคว้าแชมป์ยุโรปอย่างสมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม หลายฤดูกาลหลังจากนั้น ทีมที่เปิดตัวแรงกลับสะดุดในรอบลึก เช่น อาแจ็กซ์ (2021/22), ลิเวอร์พูล (2021/22), บาเยิร์น (2021/22, 2022/23) และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2023/24) ที่ต่างเคยชนะรวดรอบแรก แต่ไม่สามารถจบด้วยตำแหน่งแชมป์ได้

กรณีของ เรอัล มาดริด (2023/24) แสดงให้เห็นอีกด้าน เมื่อพวกเขารักษามาตรฐานจากรอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 15 ได้สำเร็จ ตอกย้ำว่าความสม่ำเสมอในเกมใหญ่คือหัวใจสำคัญ

ล่าสุด อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ทำผลงานสมบูรณ์แบบในรอบลีกเฟส ชนะรวด ยิง 23 เสียเพียง 4 ประตู แต่บทพิสูจน์แท้จริงยังรออยู่ในรอบน็อกเอาต์ ซึ่งเป็นด่านที่วัดความนิ่ง ประสบการณ์ และความเด็ดขาด

บทเรียนจากประวัติศาสตร์ UCL จึงชัดเจนว่า “ชนะรวดรอบแบ่งกลุ่ม” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่หลักประกันของความสำเร็จ เพราะในรอบน็อกเอาต์ เกมเดียวหรือจังหวะเดียวก็เพียงพอจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ทันที



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport