ลิเวอร์พูล6-0คาราบัก:ซาลาห์ ตะบันฉลองสถิติ! 5 ประเด็นหงส์โชว์โหดลิ่วน็อกเอาต์ucl

ลิเวอร์พูล6-0คาราบัก:ซาลาห์ ตะบันฉลองสถิติ! 5 ประเด็นหงส์โชว์โหดลิ่วน็อกเอาต์ucl
ลิเวอร์พูล ยังสร้างผลงานในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างน่าประทับใจพร้อมทั้งผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ตามความคาดหมายจากการลงเล่นในบ้านเป็นเกมทิ้งทวนรอบ ลีก เฟส ยำใหญ่ คาราบัก แบบไร้ความปราณี 6-0 ในการฟาดแข้งเมื่อวันพุธที่ 28 ม.ค.โดยเกมนี้นักเตะตัวรุกของ หงส์แดง โชว์ศักยภาพกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพาทีมคว้าอันดับสามของตารางคะแนนรองจาก อาร์เซน่อล และ บาเยิร์น

1. หงส์ปรับสองจุด-กราเฟนแบร์ก คุมหลัง

อาร์เน่อ สล็อต นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ปรับทัพสองตำแหน่งจากเกม พรีเมียร์ลีก นัดออกไปแพ้ บอร์นมัธ 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยเลือกส่ง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ อูโก้ เอกิติเก้ ออกสตาร์ตแทนที่ มิลอส เคอร์เคซ และ โจ โกเมซ ที่บาดเจ็บ

ต่อปัญหาการไร้เซ็นเตอร์แบ็คเนื่องจาก อิบราฮิมา โกนาเต้ ยังไม่ได้ซ้อมหลังเสียคุณพ่อ กุนซือดัตช์เลือกใช้งาน ไรอัน กราเฟนแบร์ก จับคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เพื่อนร่วมชาติโดย วาตารุ เอ็นโด ขุนพลทีมชาติ ญี่ปุ่น ที่ได้ลงบู๊แทน โกเมซ นัดก่อนเป็นเพียงตัวสำรองหลังเขาเผยกับสื่อว่าจะส่งมิดฟิลด์ของทีมสวมบทกองหลังขัดตาทัพ

อย่างไรก็ดี เจ้าบ้านใส่ชื่อ อามาร่า นัลโล่ เซ็นเตอร์แบ็คเด็กปั้นวัย 19 ปีในซุ้มม้านั่งสำรองด้วยเป็นการเผื่อเหลือเผื่อขาดเนื่องจาก คาลวิน แรมซีย์ ไม่มีสิทธิ์ลงเล่นถ้วยใบนี้ ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ หลุดโผเนื่องจากป่วย

2. คาราบัก ชุดเดิมหักปีกอินทรีแดงดำ

กูร์บัน กูร์บานอฟ นายใหญ่ คาราบัก วางใจใช้งาน 11 นักเตะชุดเดิมนัดก่อนที่เฝ้าบ้านสร้างชื่อเฉือนชนะ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต แบบเฉียดฉิว 3-2 

ยอดทีมจาก อาเซอร์ไบจาน  คว้าชัยเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส ได้เป็นนัดที่สามถัดจากสองเกมแรกที่พวกเขาบุกไปอัด เบนฟิก้า 3-2 ต่อด้วยการเปิดบ้านพิชิต โคเปนเฮเก้น 2-0 

สำหรับเกมพลิกชนะ อินทรีแดงดำ คาราบัก ซึ่งออกนำตั้งแต่ไก่โห่คลำเป้าสองเม็ดสำคัญแซงชนะ 3-2 ในนาทีที่ 80 และ 90+4

กระนั้นก็ดี ทีมเยือนปรับทัพทั้งหมด 11 รายจากเกมลีกนัดแพ้ คาปาซ คาบ้าน 2-0 เพื่อเก็บความสดของคีย์แมนทั้งหมดบุกมาเยือน แอนฟิลด์

3.ซาลาห์ สร้างสถิติ

หลังมีชื่อลงสนามเกมนี้ โม ซาลาห์ สตาร์ทีมชาติ อียิปต์ สร้างสถิติของสโมสรลงบู๊เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ในสีเสื้อ หงส์แดง เป็นนัดที่ 80

จากตัวเลขดังกล่าวทำให้ บังโม มีสถิติในแง่ดังกล่าวเทียบเท่ากับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังของทีม

ขณะเดียวกัน เป็นเรื่องบังเอิญไม่น้อยที่ คาร์ราเกอร์ ซึ่งปัจจุบันสวมบทคอมเมนเตเตอร์มีอายุครบ 48 ปีพอดีในวันที่ ลิเวอร์พูล ต่อกรกับ คาราบัก

4. เวียร์ตซ์ - เอกิติเก้ คู่หูนรกแตก

เริ่มเกมมาได้สามนาที ลิเวอร์พูล งานเข้าอย่างไวเมื่อ เจเรมี่ ฟริมปง แบ็คขวาเดี้ยงเองจากจังหวะวิ่งไล่ประกบฝ่ายตรงข้ามแล้วกล้ามเนื้อหลังต้นขากระตุกจนเล่นต่อไม่ได้ตามระเบียบ

จากปัญหาดังกล่าวทำให้ สล็อต ขาดกองหลังเพิ่มอีกราย และต้องใช้งาน เอ็นโด รับบทเป็นแบ็คขวาจำเป็น แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเจ้าบ้านซึ่งนำหน้าในนาทีที่ 15 จากจังหวะโขกลูกเตะมุมระยะเผาขนของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์

ไม่เพียงเท่านั้น นาทีที่ 21 หงส์แดง ตีปีกได้อีกหนเมื่อ เอกิติเก้ แย่งบอลได้แล้วจ่ายให้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เข่นจากเส้น 18 หลาไม่พลาดเพิ่มสกอร์ให้เจ้าบ้านนำอย่างอุ่นใจ 2-0

สำหรับประตูดังกล่าวเป็นการทำสกอร์เม็ดแรกในถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ของ เวียร์ตซ์ แถมเขากับ เอกิติเก้ แอสซิสต์ให้กันเป็นประตูที่ 5 แล้วจากทุกรายการของซีซั่นนี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าดาวเตะทีมชาติ เยอรมนี เริ่มตอบแทนเม็ดเงินของสโมสรได้มากขึ้นทุกที อีกทั้งเขาประสานงานกับดาวยิงทีมชาติ ฝรั่งเศส ที่ย้ายมาพร้อมกันได้อย่างรู้อกรู้ใจเป็นที่สุด

นอกจากนี้ ผลงานที่ว่าของสองสตาร์จัดว่าเยี่ยมที่สุดด้วยสำหรับคู่นักเตะอายุไม่เกิน 23 ปีของสโมสรซึ่งเป็นคู่นักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำได้ถัดจากคู่ของ ไมเคิ่ล โอเว่น และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในซีซั่น 2002/03 ซึ่งแอสซิสต์ให้กันได้หกประตู

ครบ 45 นาทีแรก คาราบัก ครองบอลได้มากกว่า 51.80%:48.20% แต่ ลิเวอร์พูล ได้ส่องยิงมากถึง 16 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนได้ง้าง 4 ครั้ง และเข้ากรอบ 1 ครั้ง

5. คิงโม โชว์ของ,หงส์โชว์โหด

กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ยังเดินหน้าต่อเพื่อพยายามเอาใจแฟนบอล และแค่ห้านาที ซาลาห์ ก็โดนทำฟาวล์จนได้ลูกฟรีคิกระยะ 20 หลาซึ่งเจ้าตัวโชว์ลีลาตะบันตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาดพาทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก นำลิ่ว 3-0

พร้อมกันนี้ ดาวยิงมัมมี่กลับมาเบิกสกอร์เกมหูใหญ่ที่ แอนฟิลด์ ได้เป็นเม็ดแรกด้วยนับตั้งแต่แมตช์ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-2 เมื่อเดือนก.ย.และเป็นประตูแรกของเขาจากทุกรายการนับตั้งแต่เกม พรีเมียร์ลีก นัดเฝ้าบ้านพิชิต แอสตัน วิลล่า 2-0 เมื่อวันที่ 1 พ.ย.

แม้จะนำขาด หงส์แดง ยังไม่เพลาเกมรุก และมาได้ประตูอีกจากฝีเท้าของ เอกิติเก้ ที่เก็บบอลในแดนบนได้แล้วควบหนีกองหลังทีมเยือนไปส่งบอลปะทะตาข่ายง่ายดายในนาทีที่ 57 ให้ เร้ด แมชีน ทิ้งห่าง 4-0 เป็นประตูที่ 13 ในซีซั่นนี้ของพ่อค้าแข้งเลือดน้ำหอม ก่อนที่ แม็ค อัลลิสเตอร์ จะเข่นเม็ดสองของตัวเองในนาทีที่ 61 เพิ่มสกอร์เป็น 5-0 สำหรับทีมเจ้าถิ่น

จากนั้นนาทีที่ 90 เฟเดริโก้ เคียซ่า ตัวสำรองของ ลิเวอร์พูล ยิงเม็ดปิดกล่องให้ เร้ด แมชีน คว้าชัยไปแบบหายห่วง 6-0 จากการแอสซิสต์ของ ฟาน ไดค์ ส่งผลให้ทีมลูกหนังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ทะลุเข้ารอบ 16 ทีมถ้วยหูใหญ่ได้ตามเป้าโดยสกอร์ดังกล่าวเป็นชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดของทีมนับตั้งแต่เกมถล่ม แมนฯ ยูไนเต็ด 7-0 ในปี 2023

หลังจบเกม สถิติระบุว่า ลิเวอร์พูล มีจังหวะสอยตาข่ายนัดนี้มากถึง 38 ครั้งซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเหนือทุกทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ซึ่งเป็นบอลเข้ากรอบ 12 ครั้ง ขณะที่ คาราบัก ได้ซัด 5 ครั้งเข้ากรอบ 1 ครั้งและถูกเจ้าบ้านพลิกแซงในสัดส่วนการครองบอล 56.40%:43.60%



ที่มาของภาพ : getty images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport