ทำความรู้จัก ดาวิเด อันเชล็อตติ ลูกชายของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซ์อจอมเก๋าที่กำลังสร้างชื่อในฐานะกุนซือลีลล์ ด้วยสไตล์ฟุตบอลสมัยใหม่ ก่อนพาทีมบุกเยือนอาร์เซน่อล ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ดาวิเด อันเชล็อตติ กุนซือหนุ่มของลีลล์ กำลังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองบนเวทีใหญ่ หลังเตรียมพาทีมบุกเยือน อาร์เซน่อล ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คืนวันอังคารนี้ ท่ามกลางความสนใจว่าเขาจะสามารถก้าวออกจากเงาของ คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้เป็นพ่อ และสร้างชื่อด้วยผลงานของตัวเองไปได้ไกลแค่ไหนบนเส้นทางอาชีพนี้?
แน่นอนว่าการเป็นลูกชายของหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอล ทำให้ ดาวิเด หลีกเลี่ยงสบประมาทไม่ได้ เราจะพาไปย้อนดูเส้นทางอาชีพของกุนซือหนุ่มไฟแรงคนนี้กัน
เริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยพ่อ
เดิมที ดาวิเด มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักฟุตบอล โดยเขาเริ่มจากการเป็นเด็กปั้นของเอซี มิลาน แต่สุดท้ายไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ บอร์โกมาเนโร และตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2009 ด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น เพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางอาชีพผู้จัดการทีม
ดาวิเด เริ่มศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และผันตัวมาเป็นโค้ชตั้งแต่อายุ 23 โดยอาศัยการเก็บประสบการณ์จากผู้เป็นพ่อ ติดตามการทำงานไปกับหลายสโมสรทั้ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค, นาโปลี, เอฟเวอร์ตัน รวมถึงการทำงานกับทีมชาติบราซิล
แน่นอนว่าจากประสบการณ์อันล้ำค่าเหล่านี้ มันหล่อหลอมให้ ดาวิดเด เติบโตอย่างรวดเร็ว และเริ่มต้นในเส้นทางนี้อย่างเต็มตัว
บททดสอบที่โบตาโฟโก้
ประสบการณ์คุมทีมครั้งแรกของดาวิเด เกิดขึ้นกับโบตาโฟโก้ สโมสรในบราซิล เมื่อปี 2025 แต่เส้นทางดังกล่าวจบลงภายในเวลาประมาณ 5 เดือน ซึ่งเขาพาโบตาโฟโก้ จบอันดับ 6 ในลีก
แม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จ แต่ตลอดการทำงานในลีกบราซิลนั้น ดาวิเด ได้รับการยอมรับจากผู้คนในสโมสรและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ประสบการณ์ในฟุตบอลโลก
ช่วงเวลาที่ทำงานกับทีมชาติบราซิลในฐานะผู้ช่วยของผู้เป็นพ่อ ยังทำให้เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นดราม่า หลังมีภาพที่ถูกตีความว่าเขาแสดงความไม่พอใจเมื่อผู้เป็นพ่อเตรียมส่ง เนย์มาร์ ลงสนามในเกมฟุตบอลโลกที่บราซิลพบสกอตแลนด์
เรื่องดังกล่าวทำให้ อานา ภรรยาของดาวิเด ถูกโจมตีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนที่ทั้งคู่จะออกมาชี้แจงว่า ภาพที่ถูกนำไปตีความนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง และยืนยันว่าพวกเขาต้องการเห็นบราซิลประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับทุกคน
หลงใหลตำนานกรีกใช้เรื่องเล่าสร้างแรงบันดาลใจ
หนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้ดาวิเด แตกต่างจากผู้จัดการทีมทั่วไป คือความหลงใหลในตำนานกรีกโบราณ เขาเป็นนักอ่านเรื่องราวของเทพปกรณัมอย่างจริงจัง และมักนำเรื่องราวของบุคคลในตำนานมาใช้ในการพูดคุยกับนักเตะ
โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเก๋าของลีลล์ เคยกล่าวชื่นชมวิธีการสื่อสารของดาวิเด โดยระบุว่าเขามักใช้คำอุปมาหรือเรื่องเล่าจากตำนานกรีกเพื่อถ่ายทอดแนวคิดให้ลูกทีม
เปิดฉากกับ ลีลล์ อย่างร้อนแรง
หลังเข้ารับตำแหน่งกุนซือลีลล์ในซีซั่นนี้ ดาวิเด เริ่มแสดงให้เห็นถึงแนวทางฟุตบอลที่แตกต่างจากผู้จัดการทีมคนก่อน โดยทีมเน้นการเล่นที่ตรงไปตรงมามากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนแท็กติกตามสถานการณ์ของคู่แข่ง
ดาวิเด มีอาวุธในแนวรุกให้ใช้งานหลากหลายขึ้น หลังจากได้ตัว อายาเสะ อุเอดะ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น เข้ามาผนึกกำลังกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในซีซั่นนี้ จนทำให้ทีมมีผลงานยอดเยี่ยมขึ้นมารั้งรองจ่าฝูง โดยมีคะแนนตามหลัง โมนาโก จ่าฝูงเพียงแต้มเดียว และยังทิ้งห่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยู่ 2 คะแนน
เตรียมแผนรับมือปืนใหญ่
ดาวิเด เคยเผชิญหน้ากับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วสมัยทำงานกับเรอัล มาดริด เมื่อปี 2015 รวมถึงยังเคยใช้ข้อมูลเกมที่ อาร์เซน่อล เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 เป็นแนวทางในการวางแผนเกมรับให้เรอัล มาดริดในปีถัดมา
สำหรับเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม คาดว่าลีลล์จะเน้นเกมรับด้วยระบบ 4-4-2 หรือ 4-4-1-1 ไม่เร่งเพรสซิ่งสูงเกินไป และรอจังหวะสวนกลับ โดยมี นาบิล เบนตาเล็บ อดีตกองกลางท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สามารถเปิดบอลยาวจากแดนกลางได้
หากดาวิเด สามารถพา ลีลล์ บุกเก็บผลการแข่งขันที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ได้สำเร็จ ย่อมเป็นอีกก้าวสำคัญของเส้นทางผู้จัดการทีมที่กำลังสร้างชื่อด้วยตัวเอง และเป็นบทพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้มีดีเพียงการเป็นลูกชายของ คาร์โล อันเชล็อตติ เท่านั้น