ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ที่แท็กติกไม่ใช่เหตุผลหลัก

ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ที่แท็กติกไม่ใช่เหตุผลหลัก
มันมีแบบนี้อยู่จริง ๆ คนที่บางวันก็ดีเหลือเกิน ใส่ใจทุกอย่าง ทำให้เรารู้สึกว่าเราสำคัญ แต่บางวัน เขาก็หายไป เฉยชา และเราก็ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น ถามตัวเองว่า "ตกลงเขารู้สึกเหมือนเราบ้างไหม?"

ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ก็เป็นแบบนั้นครับ

เกมกับ สเปอร์ส ที่เสมอก็เหมือนแพ้ มันเหมือนวันที่เธอไม่แคร์เรา

แต่จู่ ๆ คืน ยูโรเปี้ยน ไนท์ ที่ แอนฟิลด์ พวกเขากลับมา วิ่ง, สู้, ไล่กดดัน ใส่เต็มทุกจังหวะ

และเราก็กลับไปเป็นคนเดิม คนที่พร้อมจะเชื่ออีกครั้ง

...

4-0 สกอร์ขาด เกมขาด มันคือเกมที่ ลิเวอร์พูล กลับมา

เพราะถ้าจะให้พูดกันจริง ๆ สิ่งที่ เดอะ ค็อป รอคอยมาตลอดทั้งซีซั่นคือความรู้สึก

ความรู้สึกที่ว่า ทีมนี้ยังวิ่ง ยังสู้ ยังหายใจเพื่อเสื้อตัวนี้อยู่จริง ๆ

และเกมกับ กาลาตาซาราย พวกเขาได้สิ่งนั้นกลับมาแล้ว

ลิเวอร์พูล เวอร์ชันก่อนหน้านี้ อาจมีโอกาส มี xG มากกว่า มีการครองบอลเหนือกว่า มีช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะควบคุมเกมได้

แต่สิ่งที่มันหายไปคือ ความเข้มข้น หรือ Intensity 

คุณแพ้ได้ คุณพลาดได้ คุณเล่นไม่สวยได้ แต่คุณห้ามไม่สู้

เกมเจ๊า สเปอร์ส มันคือเกมที่ทีมไม่เหมือนตัวเอง

เกมกับ กาลาตาซาราย ลิเวอร์พูล วิ่งรวมกัน 117.35 กิโลเมตรมากกว่าทีมเยือนที่วิ่ง 114.27 กิโลเมตร

และที่สำคัญ พวกเขาครองบอลถึง 62%

ตามหลัก ทีมที่ครองบอลจะวิ่งน้อยกว่า เพราะอีกฝ่ายต้องเป็นคนไล่ แต่เกมนี้มันไม่ใช่

พวกเขาครองบอลและยังวิ่งมากกว่า

พวกเขานำและยังไล่กดดัน

พวกเขาเหนือกว่าและยังไม่ผ่อน

นี่แหละ ลิเวอร์พูล...

...

อาร์เน่อ ปลี่ยนโครงสร้างจาก 4-3-3 ที่เริ่มถูกอ่านทาง กลายเป็น 4-4-2 Box Midfield

มันคือการปลดล็อกนักเตะทั้งทีม โม ซาลาห์ ไม่ต้องวิ่งเยอะ แต่อันตรายกว่าเดิม

จากปีกที่ต้องลากเลื้อยริมเส้นกลายเป็นตัวรุกในพื้นที่แคบ

เขาไม่ต้องวิ่ง 40 หลาเพื่อสร้างโอกาสอีกต่อไป เขาแค่ขยับและจัดการ

ระบบนี้ไม่ได้ลดบทบาท ซาลาห์ แต่มันยืดอายุเขา

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์  ในระบบ 4-3-3 เขามักถูกเปิดช่อง แต่ใน Box Midfield พื้นที่ถูกบีบ ระยะถูกย่น และเขาไม่ต้องวิ่งเกินตัวเอง

นี่คือแท็กติกที่ไม่ใช่แค่ดึงจุดแข็ง แต่ซ่อนจุดอ่อนได้ดี

โดมินิค โซโบซไล + ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ = เครื่องยนต์คู่

นี่คือหัวใจของทุกอย่าง

โซโบ นักเตะที่ดีที่สุดของทีมในฤดูกาลนี้

เวียร์ตซ์ เองเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่ต้องการอิสระ

ระบบนี้ให้ทั้งสองอย่าง ไม่มีใครต้องแบกคนเดียว มีโครงสร้างคอยรองรับ มีอิสระในการสร้างสรรค์ และผลลัพธ์คือเกมไหลลื่น

โซโบซไล ยิง 1 สร้าง 2 ยิง 5 ครั้ง และยังไล่บอลเหมือนมิดฟิลด์ตัวรับ

...

Intensity ไม่ได้อยู่แค่ในสนาม มันลามขึ้นอัฒจันทร์

เมื่อนักเตะวิ่ง แฟนบอลตะโกนเชียร์

เมื่อนักเตะสไลด์ แฟนบอลลุกขึ้น

นี่คือความสัมพันธ์แบบพึ่งพากัน

ลิเวอร์พูล ไม่ใช่แค่ 11 คน แต่คือ 50,000 เสียงที่ขับเคลื่อนกันและกัน

และเกมนี้… มันกลับมาแล้ว

แต่คำถามยังไม่หายไป… อาร์เน่อ จะรอดไหม?

แม้จะชนะ 4-0 แต่ความจริงยังคงเดิม

มันยังไม่พอ

ก่อนเกมนี้ เก้าอี้ของ อาร์เน่อ สั่นคลอน และชัยชนะนัดเดียวก็ไม่สามารถลบทุกอย่างได้

สิ่งที่เขาต้องพิสูจน์คือความต่อเนื่อง

เงื่อนไขเดียวในการอยู่ต่อ ไม่ใช่แชมป์ ไม่ใช่ท็อปโฟร์ แต่คือมาตรฐาน

ถ้า ลิเวอร์พูล เล่นแบบนี้ทุกนัดแฟนบอลจะอยู่ข้างเขา

แต่ถ้ากลับไปเฉื่อย กลับไปวิ่งน้อย กลับไปไร้พลัง เสียงโห่จะกลับมา

...

4-4-2 Box Midfield อาจเป็นคำตอบเชิงแท็กติก แต่มันไม่ใช่เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล ชนะ

สิ่งที่ทำให้พวกเขาชนะคือ พวกเขาอยากชนะมากกว่า

พวกเขาวิ่งมากกว่า กดดันมากกว่า กระหายมากกว่า ซึ่งนั่นคือสิ่งเดียวที่แฟนบอลต้องการ

ค่ำคืนที่ แอนฟิลด์ นัดล่าสุด

นี่แหละ ลิเวอร์พูล ที่คุณตกหลุมรัก

HOSSALONSO



ที่มาของภาพ : getty image
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport