วงการลูกหนังอิตาลีกลับมาลุกเป็นไฟอีกครั้ง! เมื่อ จานลูก้า ร็อคคี่ ผู้จัดสรรและหัวหน้าคณะกรรมการผู้ตัดสิน ของกัลโช่ เซเรีย อา และ เซเรีย บี ตัดสินใจประกาศ "พักงานตัวเอง" ทันที หลังจากมีชื่อเข้าไปพัวพันกับการสืบสวนคดีฉ้อโกงทางการกีฬา ที่อาจกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ครั้งใหม่
จากรายงานของสำนักข่าว AGI ระบุว่า อดีตผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าวัย 52 ปีรายนี้ กำลังถูกอัยการเมืองมิลานสอบสวนอย่างหนักในข้อหา "สมรู้ร่วมคิดฉ้อโกง" ในช่วงฤดูกาล 2024-25 โดยมีมูลเหตุสำคัญ 3 ประการคือ:
1.ล็อกตัวกรรมการเอาใจทีมใหญ่: ร็อคคี่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนสำคัญในการ "คัดเลือก" ผู้ตัดสินลงทำหน้าที่ในเกมของ อินเตอร์ มิลาน โดยจงใจเลือกคนที่ทางสโมสรพึงพอใจเป็นพิเศษเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ
2.พิรุธห้อง VAR: มีการขุดคุ้ยจังหวะปัญหาที่ห้อง VAR ไม่ยอมทักท้วงในเหตุการณ์ที่นักเตะ "งูใหญ่" ทำฟาวล์รุนแรง (ศอกใส่คู่แข่ง) ซึ่งขัดต่อหลักการพิจารณาปกติ
3.แทรกแซงคำตัดสิน: ในเกมระหว่าง อูดิเนเซ่ พบ ปาร์มา เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ร็อคคี่ถูกกล่าวหาว่าส่งสัญญาณกดดันเจ้าหน้าที่ VAR ให้เรียกผู้ตัดสินไปตรวจสอบจอในจังหวะแฮนด์บอล ทั้งที่ตอนแรกมีความเห็นร่วมกันว่าไม่เป็นจุดโทษ จนนำไปสู่การเปลี่ยนคำตัดสินและกลายเป็นประตูชัยในที่สุด
ร็อคคี่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า "มันเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ผมจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ขององค์กรผู้ตัดสิน และเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสที่สุด" ทั้งนี้เขายังยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง และมั่นใจว่าจะสามารถเคลียร์มลทินทั้งหมดเพื่อกลับมาทำหน้าที่ที่รักอีกครั้ง
หากผลการสืบสวนระบุว่ามีความผิดจริง ร็อคคี่อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรง โดยในอิตาลีคดีฉ้อโกงทางการกีฬามีโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 ปี
เหตุการณ์นี้ทำให้คอบอลทั่วโลกนึกถึงคดี "กัลโช่โปลี" (Calciopoli) ในปี 2006 ที่เคยทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส ถูกริบแชมป์และสั่งปรับตกชั้นมาแล้ว ซึ่งการสืบสวนในครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่ที่จะกวาดล้างและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในฟุตบอลอิตาลีอีกครั้งหนึ่ง